ข่าว

แก้ปัญหาคนล้นเมือง! สวิตฯ เล็ง คุมจำนวนประชากร ให้ไม่เกิน 10 ล้านคน

แก้ปัญหาคนล้นเมือง! สวิตฯ เล็ง คุมจำนวนประชากร ให้ไม่เกิน 10 ล้านคน

13 มิ.ย. 2569

แก้ปัญหาคนล้นเมือง! สวิตเซอร์แลนด์ เล็ง คุมจำนวนประชากร ให้ไม่เกิน 10 ล้านคน ฝ่ายธุรกิจชี้ เศรษฐกิจประเทศอาจพังได้

สำนักข่าว CNBC รายงานข่าว สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศร่ำรวยที่เปิดรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีและการลงทุนจากต่างชาติมาโดยตลอด กำลังจะเปิดลงประชามติว่าจะจำกัดจำนวนประชากรในประเทศดีไหม และถ้าจะทำแบบนั้น ก็ต้องใช้มาตรการคุมเข้มคนย้ายถิ่นฐานด้วย

 

การลงประชามติในวันอาทิตย์นี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ประชากรของสวิตฯ พุ่งขึ้นถึง 10% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (จนถึงสิ้นปี 2025) ทำให้ตอนนี้มีประชากรทะลุ 9.1 ล้านคนไปแล้ว และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศนี้มีคนอายุเกิน 65 ปี มากกว่าเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี แม้ว่าเมื่อปีที่แล้วตัวเลขคนย้ายเข้าสุทธิและอัตราการเกิดจะลดลงก็ตาม

 

อัตราภาษีที่ค่อนข้างต่ำ มีส่วนช่วยให้สวิตฯ กลายเป็นบ้านของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก เช่น นสเล่ (Nestle) ยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภค, โนวาร์ติส (Novartis) บิ๊กเบิ้มแห่งวงการยา รวมถึงบริษัทข้ามชาติอื่นๆ ในสายการเงิน สินค้าหรูหรา และเทคโนโลยี นอกจากนี้สวิตฯ ยังเป็นประเทศที่มีมหาเศรษฐีพันล้านกระจุกตัวอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีจีดีพีต่อหัว (GDP per capita) ที่แข็งแกร่งกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ อีกหลายประเทศ

แก้ปัญหาคนล้นเมือง! สวิตฯ เล็ง คุมจำนวนประชากร ให้ไม่เกิน 10 ล้านคน

ข้อมูลจากรัฐบาล ณ สิ้นปี 2024 ระบุว่า ประชากรกว่า 41% มี "ภูมิหลังเป็นผู้อพยพ" (ซึ่งหมายถึงตัวผู้อพยพเองรวมถึงลูกหลานที่เกิดในสวิตฯ) และยังพบว่า 32.5% ของผู้อยู่อาศัยถาวรในประเทศเป็นผู้อพยพยุคแรก (รุ่นพ่อแม่) โดยคาดว่ามีพลเมืองจากสหภาพยุโรป (EU) อาศัยอยู่ในสวิตฯ ราว 1.4 ล้านคน (คิดเป็น 16% ของประชากรทั้งหมด) แถยังมีคนยุโรปอีก 340,000 คนที่ขับรถข้ามพรมแดนเข้ามาทำงานในสวิตฯ ทุกๆ วัน

ผลโพลล่าสุดพบว่า คน 52% ตั้งใจจะโหวต "คว่ำ" ร่างกฎหมายคุมประชากรนี้ ขณะที่ 45% เห็นด้วย แต่ถ้าผลโหวตออกมาว่าประชาชน "เอาด้วย" รัฐบาลและสภาของสวิตฯ จะต้องงัดมาตรการออกมาเบรกการเติบโตของประชากรไปจนถึงปี 2050 โดยถ้ายอดประชากรเกิน 9.5 ล้านคนเมื่อไหร่ในช่วง 24 ปีข้างหน้า ระบบตรวจคนเข้าเมืองจะถูกขันชะเนาะทันที โดยกลุ่มผู้ลี้ภัยและโครงการย้ายถิ่นฐานตามครอบครัวจะโดนหั่นโควตาก่อนเป็นอันดับแรก และหากประชากรทะลุ 10 ล้านคน สวิตฯ ก็อาจจะต้องยกเลิกข้อตกลงเคลื่อนย้ายเสรีที่ทำไว้กับ EU ไปเลย

 

ปัจจุบัน สวิตฯ เป็นส่วนหนึ่งของเขตวีซ่าเชงเกน (Schengen) ร่วมกับประเทศใหญ่ๆ ใน EU และยังมีข้อตกลงร่วมกันที่เปิดให้พลเมืองของทั้งสองฝ่ายเดินทาง ย้ายไปอยู่อาศัย หรือทำงานในดินแดนของกันและกันได้อย่างเสรี ขอแค่มีงานทำหรือมีรายได้รองรับก็พอ

แก้ปัญหาคนล้นเมือง! สวิตฯ เล็ง คุมจำนวนประชากร ให้ไม่เกิน 10 ล้านคน

พรรค SVP ซึ่งเป็นพรรคปีกขวาของสวิตฯ กำลังกระตุ้นให้ประชาชน "ส่งสัญญาณที่ชัดเจน" ไปถึงผู้บริหารประเทศให้หยุดยั้งสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าภาวะประชากรโตจน "รับไม่ไหว" โดยพรรคแถลงเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ถึงกฎหมายนี้จะผ่าน แต่ก็ยังยอมให้คนย้ายเข้าประเทศได้ปีละ 40,000 คนอยู่ดี แต่อย่างไรก็ตาม ปิเอโร มาร์เคซี สมาชิกสภานิติบัญญัติกล่าวว่า การที่ประชากรโตไวเกินไปมันสร้างปัญหาให้กับระบบบริการสาธารณะ ฉุดค่าแรง ทำค่าเช่าบ้านพุ่ง กระทบระบบการศึกษา และป่วนตลาดแรงงาน

ฝั่งบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในสวิตฯ แย้งว่า การตั้งกำแพงจำกัดคนย้ายเข้าจะทำลายความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และซ้ำเติมเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่ ทั้งเจอปัญหาเติบโตช้า เงินเฟ้อต่ำเกินไป (Disinflation) เงินสวิสฟรังก์แข็งค่า รวมถึงกำแพงภาษีจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ทางด้าน "Economiesuisse" ซึ่งเป็นสภาหอการค้าที่มีสมาชิกกว่า 1 แสนราย (รวมถึง Amazon Web Services, Roche, Google และ Johnson & Johnson) ก็ได้ประกาศคัดค้านกฎหมายคุมประชากรนี้เช่นกัน

 

รูดอล์ฟ มินช์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของหอการค้า ส่งอีเมลบอก CNBC ว่า ความมั่งคั่งของสวิตฯ ขึ้นอยู่กับ "การเปิดกว้าง นวัตกรรม และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แนบแน่นกับยุโรป" เขาเข้าใจดีว่าความกังวลเรื่องที่อยู่อาศัยและคนล้นเมืองเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขด้วยวิธีทางการเมืองที่จับต้องได้ แต่ "การจำกัดคนเข้าเมืองแบบดื้อๆ ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง" โดยเฉพาะเมื่อมันเสี่ยงจะไปทำลายข้อตกลงทวิภาคีกับ EU ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจสวิตฯ เขาย้ำว่าสวิตฯ ต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติระดับหัวกะทิสูงมากในสายยา เทคโนโลยี และการแพทย์ การบล็อกคนนอกจะทำให้นวัตกรรมและเศรษฐกิจอ่อนแอลง แถมบริษัทต่างๆ จะหาคนเก่งๆ มาร่วมงานยากขึ้นด้วย

 

ฟิลิปป์ นาวราทิล CEO ของ เนสเล่ (Nestle) กล่าวในงานเสวนาเศรษฐกิจว่า สวิตฯ เป็นประเทศที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้ดีมาก และเราไม่ควรตู่เอาเองว่ามันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป เพราะสิ่งนี้สร้างขึ้นมาจากความยากลำบากและการเปิดรับการปฏิรูป เขายังบอกอีกว่า Nestle มีโรงงาน 9 แห่ง มีศูนย์วิจัย 3 แห่งในประเทศ และงานวิจัยหลักๆ ของบริษัทก็ยังทำในสวิตฯ มายาวนานถึง 160 ปีแล้ว "ที่เลือกสวิตฯ เพราะที่นี่มีความน่าเชื่อถือ มีคุณภาพ มีคนเก่ง และมีเงื่อนไขโครงสร้างพื้นฐานที่ดึงดูดบริษัทระดับโลก"

 

เซอร์จิโอ เออร์มอตติ CEO ของธนาคาร UBS (หนึ่งในนายจ้างรายใหญ่ที่สุดของประเทศที่มีพนักงานในสวิตฯ กว่า 33,500 คน) กล่าวว่าเขากังวลกับ "มาตรการที่สุดโต่งแบบนี้" เขายอมรับว่าสวิตฯ มีคนที่เกิดในต่างประเทศสูงถึง 30% ซึ่งเกือบจะเท่าออสเตรเลียและมากกว่าเยอรมนีถึงสองเท่า และสิ่งนี้มันสร้างความอึดอัดใจให้คนในสังคมจริงๆ แต่การออกกฎหมายบล็อกจำนวนคน "ไม่ใช่ทางออกของปัญหา"

แก้ปัญหาคนล้นเมือง! สวิตฯ เล็ง คุมจำนวนประชากร ให้ไม่เกิน 10 ล้านคน

เจา บี. ดูอาร์เต ศาตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากโปรตุเกส เตือนว่า กฎหมายนี้จะทำลายความน่าเชื่อถือของสวิตฯ ถ้าบริษัทต่างๆ รู้สึกว่าการหาแรงงานยุโรปเริ่มมีความไม่แน่นอน พวกเขาอาจจะย้ายเม็ดเงินลงทุนไปที่อื่นก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้จริงด้วยซ้ำ

 

ดูอาร์เตยกกรณี "Brexit" (อังกฤษออกจาก EU) มาเตือนสติว่า การยกเลิกข้อตกลงเคลื่อนย้ายเสรีไม่ได้ทำให้คนในประเทศเข้ามาแทนที่แรงงานเก่าได้อย่างราบรื่น แต่มันกลับทำให้เกิดการขาดแคลนคนทำงาน เกิดความยุ่งยากในการรับสมัครคน และดันให้ต้นทุนของธุรกิจที่เคยพึ่งพาแรงงานยุโรปพุ่งสูงขึ้น และอย่าลืมว่า EU คือคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสวิตฯ ข้อตกลงนี้จึงไม่ได้กระทบแค่เรื่องคนย้ายถิ่นฐาน แต่อาจจะลามไปพังความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทั้งหมดระหว่างสวิตฯ กับ EU ได้เลยครับ