ข่าว

EU จ่อปรับ 3% ยักษ์ใหญ่คั่วกาแฟโลกสอบตก ไม่ผ่านเกณฑ์ค่าแรงคนปลูก

EU จ่อปรับ 3% ยักษ์ใหญ่คั่วกาแฟโลกสอบตก ไม่ผ่านเกณฑ์ค่าแรงคนปลูก

12 มิ.ย. 2569

สะเทือนวงการกาแฟ! EU จ่อปรับ 3% ยักษ์ใหญ่คั่วกาแฟโลกสอบตก ไม่ผ่านเกณฑ์ค่าแรงคนปลูก เมินจ่าย 'ค่าแรงพอกิน' ทำชาวสวนติดหล่มความยากจน

สำนักข่าว Reuters รายงานข่าว รายงานสำคัญเกี่ยวกับอุตสาหกรรมกาแฟโลกเปิดเผยว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่มีบริษัทคั่วกาแฟและผู้ค้ากาแฟรายใหญ่ระดับโลกรายใดเลย ที่แสดงความมุ่งมั่นในการจ่ายเงินให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในระดับ "รายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ" ทั้งที่เรื่องนี้กำลังจะกลายเป็นข้อบังคับทางกฎหมายสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่ดำเนินกิจการในสหภาพยุโรป (EU) ตั้งแต่ปี 2029 เป็นต้นไป

 

EU จ่อปรับ 3% ยักษ์ใหญ่คั่วกาแฟโลกสอบตก ไม่ผ่านเกณฑ์ค่าแรงคนปลูก

กฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า "ข้อบังคับว่าด้วยการตรวจสอบสถานะความยั่งยืนขององค์กร" (Corporate Sustainability Due Diligence Directive หรือ CSDDD) ซึ่งเป็นกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์ของ EU ที่บังคับให้บริษัทขนาดใหญ่ต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่อุปทาน (ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ) ของตนเอง หากบริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ทำตาม จะต้องเผชิญโทษปรับทางการเงินอย่างรุนแรง สูงสุดถึง 3% ของมูลค่าผลประกอบการรวมทั่วโลก

EU จ่อปรับ 3% ยักษ์ใหญ่คั่วกาแฟโลกสอบตก ไม่ผ่านเกณฑ์ค่าแรงคนปลูก

"รายได้ที่พอกิน" กลายเป็นสิทธิมนุษยชนที่ต้องผูกพันทางกฎหมาย จากรายงานดัชนีกาแฟ (Coffee Barometer) ซึ่งจัดทำขึ้นทุก ๆ 2 ปีโดยกลุ่มองค์กรไม่แสวงหากำไร (NGOs) ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นเครื่องมือชิ้นแรกของสหภาพยุโรปที่ให้การรับรองว่า "รายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ" (Living Income) ถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งการรับรองนี้ส่งผลกระทบและสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อการดำเนินธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมกาแฟโดยตรง ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทขนาดใหญ่จำเป็นจะต้องจัดเตรียมระบบรองรับให้พร้อมล่วงหน้าก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้จริงในปี 2029

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า "โครงสร้างการตั้งราคารับซื้อ ระยะเวลาของสัญญาซื้อขาย และเงื่อนไขการชำระเงิน จะไม่ใช่เรื่องของกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจล้วน ๆ อีกต่อไป เพราะหากกลไกราคาเหล่านั้นไปส่งผลกระทบในแง่ลบต่อสิทธิมนุษยชน (เช่น ทำให้คนปลูกยากจนจนอยู่ไม่ได้) บริษัทต่าง ๆ จะถูกบังคับโดยกฎหมายให้ต้องเปลี่ยนเงื่อนไขเหล่านั้นทันที" อย่างไรก็ตาม รายงานพบว่าบริษัทผู้คั่วกาแฟและผู้ค้ารายใหญ่ที่สุดในโลก 15 อันดับแรกที่ถูกนำมาตรวจสอบ กลับยังไม่มีรายใดเลยที่เปิดเผยข้อมูลหรือระบุถึงข้อผูกมัดเรื่องการจ่ายรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพนี้ในรายงานความยั่งยืนของตนเอง

EU จ่อปรับ 3% ยักษ์ใหญ่คั่วกาแฟโลกสอบตก ไม่ผ่านเกณฑ์ค่าแรงคนปลูก

ปัญหาคลาสสิก คนปลูกกาแฟส่วนใหญ่ยังยากจน ดัชนีกาแฟ (Coffee Barometer) ชี้ว่า ปมปัญหาหลักที่สำคัญที่สุดของธุรกิจกาแฟโลกในปัจจุบันก็คือ อุตสาหกรรมนี้ยังคงถูกครอบงำด้วย "เกษตรกรรายย่อยที่ยากจน" โดยมีการประเมินว่ามีครัวเรือนเกษตรกรประมาณ 12.5 ล้านครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่มีที่ดินทำกินน้อยกว่า 12 ไร่ (2 เฮกตาร์) เป็นผู้ผลิตกาแฟส่วนใหญ่ป้อนสู่ตลาดโลก แต่คนกลุ่มนี้กลับต้องดิ้นรนอย่างยากลำบากเพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อการประทังชีวิต แม้ว่าในปัจจุบันราคากาแฟในตลาดโลกจะขยับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมากแล้วก็ตาม