ข่าว

วิกฤตคองโก 'อีโบลา' พุ่ง 676 ราย ดับทะลุ 400 อัตราเสียชีวิตเฉียด 60%

วิกฤตคองโก 'อีโบลา' พุ่ง 676 ราย ดับทะลุ 400 อัตราเสียชีวิตเฉียด 60%

12 มิ.ย. 2569

วิกฤตคองโก 'อีโบลา' ลามหนักคุมไม่อยู่ ยอดผู้ติดเชื้อพุ่ง 676 ราย ดับทะลุ 400 สธ.คองโกยอมรับสถานการณ์วิกฤต อัตราเสียชีวิต เฉียด 60%

สำนักข่าว Reuters รายงานข่าว กระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) เปิดเผยว่า ยอดผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสอีโบลาในการระบาดระลอกล่าสุดนี้ พุ่งสูงขึ้นเป็น 676 รายแล้ว โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 402 ราย สะท้อนถึงสถานการณ์การระบาดที่ยังคงรุนแรงและน่ากังวล

วิกฤตคองโก 'อีโบลา' พุ่ง 676 ราย ดับทะลุ 400 อัตราเสียชีวิตเฉียด 60%

การระบาดครั้งนี้กระจายตัวอยู่ในแถบตะวันออกของประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดคีวูเหนือ (North Kivu) และจังหวัดอิตูรี (Ituri) ซึ่งความท้าทายครั้งใหญ่ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขคือ พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตที่มีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นสู้รบกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้การส่งทีมแพทย์เข้าไปควบคุมโรคและสอบสวนหาผู้สัมผัสเชื้อทำได้ยากลำบากและเสี่ยงอันตราย

วิกฤตคองโก 'อีโบลา' พุ่ง 676 ราย ดับทะลุ 400 อัตราเสียชีวิตเฉียด 60%

นอกจากภัยคุกคามจากกลุ่มติดอาวุธแล้ว เจ้าหน้าที่ยังต้องเผชิญกับกำแพงความไม่ไว้วางใจจากคนในชุมชน โดยชาวบ้านในหลายหมู่บ้านยังคงหวาดกลัว ขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง และบางส่วนถึงขั้นแสดงท่าทีต่อต้านหรือโจมตีศูนย์รักษาผู้ป่วยอีโบลา เพราะเชื่อข่าวลือว่าศูนย์เหล่านี้เป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรคเสียเอง

เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาด องค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกับรัฐบาลคองโกได้เร่งกระจายวัคซีนป้องกันอีโบลาแบบเชิงรุกให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงไปแล้วมากกว่า 110,000 คน โดยเน้นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า และผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเป็นอันดับแรก ซึ่งวัคซีนนี้ถือเป็นอาวุธสำคัญที่สุดในการควบคุมโรคในขณะนี้

วิกฤตคองโก 'อีโบลา' พุ่ง 676 ราย ดับทะลุ 400 อัตราเสียชีวิตเฉียด 60%

ทั่วโลกจับตา หวั่นลามข้ามพรมแดน องค์กรสาธารณสุขระหว่างประเทศยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพื้นที่ระบาดอยู่ใกล้กับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดาและรワンดา ซึ่งหากการควบคุมโรคในคองโกยังทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเนื่องจากปัญหาความไม่สงบ ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่เชื้อไวรัสอีโบลาจะแพร่กระจายข้ามพรมแดนกลายเป็นการระบาดระดับภูมิภาคได้