
โลกเสี่ยง น้ำมันวิกฤต! อิหร่าน ขู่ปิด "ทะเลแดง" จุดยุทธศาสตร์ ส่งออกไปเอเชีย
โลกเสี่ยง น้ำมันวิกฤต! อิหร่าน ขู่ปิด "ทะเลแดง" จุดยุทธศาสตร์ ส่งออกน้ำมันไปเอเชีย อาจทำให้ค่าน้ำมันในกระเป๋าพุ่งสูงขึ้นอีก ?
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 สำนักข่าว CNBC รายงานข่าว คำขู่ล่าสุดของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ที่ว่าจะปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb Strait) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางตอนใต้ของทะเลแดง กำลังกลายเป็นจุดเปราะบางครั้งใหญ่ของตลาดน้ำมันโลก หลังจากที่เส้นทางหลักในการส่งออกน้ำมันถูกผลกระทบจากสงครามไปแล้วก่อนหน้านี้
ที่ผ่านมา ทะเลแดงเปรียบเสมือน "วาล์วระบายความตึงเครียด" ให้กับตลาดน้ำมันดิบ เพราะหลังจากที่เกิดสงครามอิหร่าน ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) และในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซ็นต์ลดฮวบลง ซาอุดีอาระเบียและประเทศอื่นๆ ก็ได้เปลี่ยนเส้นทาง หันมาขนส่งน้ำมันผ่านทะเลแดงเพื่อส่งไปขายยังทวีปเอเชียแทน
แต่ถ้าหากช่องแคบบับเอลมันเดบถูกโจมตีหรือปิดตัวลงจริงๆ น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจำนวนหลายล้านบาร์เรลต่อวันที่กำลังจะส่งไปเอเชียจะถูกตัดขาดทันที ซึ่งจะซ้ำเติมตลาดน้ำมันทั่วโลกที่ตอนนี้น้ำมันก็ตึงตัวและขาดแคลนอยู่แล้วให้วิกฤตหนักขึ้นไปอีก
ตามข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์พลังงาน Kpler ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียได้เร่งส่งน้ำมันดิบผ่านท่อส่งน้ำมันแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Pipeline) ข้ามประเทศมายังท่าเรือฝั่งทะเลแดง เพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ จากนั้นน้ำมันเหล่านี้จะถูกบรรทุกลงเรือแล้วล่องลงใต้ผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
ตัวเลขการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว โดยเพิ่มจาก 3.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกุมภาพันธ์ (ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่าน) ทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา
Viktor Katona หัวหน้านักวิเคราะห์น้ำมันดิบจาก Kpler กล่าวว่า "ถ้าช่องแคบนี้โดนปิดหรือมีการยกระดับความรุนแรงขึ้นมา มันจะเป็นปัญหาใหญ่มาก เพราะกระแสน้ำมันในทะเลแดงที่ไหลลงสู่ทางใต้ ถือเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยพยุงและประคับประคองตลาดน้ำมันโลกเอาไว้ในเวลานี้"
คำขู่ของอิหร่านในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิ.ย.2569 โดยระบุว่าจะปิดช่องแคบนี้ หากอิสราเอลไม่ยอมหยุดปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาและเลบานอน นอกจากนี้ รัฐบาลเตหะรานยังยื่นคำขาดว่า ข้อตกลงหยุดยิงใดๆ กับสหรัฐฯ จะต้องรวมถึงเงื่อนไขที่อิสราเอลต้องถอนกำลังออกจากเลบานอนด้วย
ทันทีที่มีข่าวคำขู่นี้ออกมา ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯ ก็พุ่งทะยานขึ้นถึง 8% ในวันจันทร์ทันที แต่หลังจากนั้นราคาก็ยอมตัวลงมาบ้างในวันพุธที่ 3 มิ.ย.2569 เนื่องจากมีกระแสข่าวลือเรื่องข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์หยุดยิงดังกล่าวยังคงไม่มีความแน่นอน เพราะกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ออกมาปฏิเสธข้อตกลงนี้ ขณะที่นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ก็ยังคงยืนกรานว่า ข้อตกลงใดๆ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยอมปลดอาวุธทั้งหมดแล้วเท่านั้น
อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญในพื้นที่นี้คือ "กลุ่มกบฏฮูตี" ในเยเมน ซึ่งเป็นกองกำลังตัวแทนที่หนุนหลังโดยอิหร่าน ก่อนหน้านี้กลุ่มฮูตีเคยเปิดฉากโจมตีเรือพาณิชย์อย่างหนักในช่วงปี 2023 ถึง 2025 จนทำให้การสัญจรทางเรือในทะเลแดงเป็นอัมพาต และแม้กระทั่งตอนนี้ การเดินเรือในเส้นทางนี้ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้เลย
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มฮูตีอย่างรุนแรงเป็นเวลา 52 วัน จนนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงในเดือนพฤษภาคมปี 2025 แต่เหล่านักวิเคราะห์ต่างเตือนว่า กลุ่มฮูตีอาจจะแค่กำลังรอสัญญาณไฟเขียวจากผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เพื่อกลับมาเปิดศึกและสร้างความปั่นป่วนอีกครั้ง
Katona นักวิเคราะห์จาก Kpler ทิ้งท้ายว่า "กลุ่มฮูตีไม่จำเป็นต้องระดมยิงเรือทุกลำที่ผ่านไปมาด้วยซ้ำ พวกเขาแค่เลือกโจมตีเรือขนส่งน้ำมันแบบเจาะจงสักลำสองลำให้เกิดความเสียหาย แค่นั้นก็เพียงพอที่จะขู่ให้บริษัทเรือลำอื่นๆ หวาดกลัวจนไม่มีใครกล้าเสี่ยงแล่นเรือผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบอีกต่อไปแล้ว"



