ข่าว

สู้สุดตัว! Huawei เปิดตัว เทคโนโลยีชิปใหม่ ท้าชน Nvidia และ Apple

สู้สุดตัว! Huawei เปิดตัว เทคโนโลยีชิปใหม่ ท้าชน Nvidia และ Apple

26 พ.ค. 2569

สู้สุดตัว! Huawei เปิดตัว "LogicFolding" เทคโนโลยีชิปใหม่ล่าสุด ท้าชน Nvidia และ Apple หลัง สหรัฐฯ บล็อกไม่ให้โต

สำนักข่าว CNBC รายงานข่าว Huawei ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน ได้ประกาศเปิดตัวแนวทางการออกแบบวิศวกรรมชิปแบบใหม่ที่เรียกว่า "LogicFolding" (ลอจิกโฟลดิง) เพื่อใช้ในการผลิตชิปสมาร์ทโฟนยุคถัดไป ท่ามกลางสถานการณ์ที่บริษัทยังคงเผชิญกับการถูกจำกัดการส่งออกอย่างเข้มงวดจากสหรัฐฯ รวมถึงการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ จากคู่แข่งระดับโลกอย่าง Nvidia และ Apple

 

โดย Huawei เปิดเผยว่า วิธีการออกแบบใหม่นี้จะถูกนำมาใช้จริงในชิปประมวลผลตระกูล Kirin (คิริน) ที่จะเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ราว ๆ ปลายปี) นี้ โดยบริษัทระบุว่า สถาปัตยกรรมแบบใหม่จะเปลี่ยนโครงสร้างแผงวงจรชิปจากแบบ "ชั้นเดียว" มาเป็น "สองชั้นซ้อนกัน" (Dual-layer) ซึ่งช่วยให้ทรานซิสเตอร์สามารถเชื่อมต่อกันได้หลายจุดมากขึ้น และทำให้ชิปประหยัดพลังงานได้อย่างมหาศาล

สู้สุดตัว! Huawei เปิดตัว เทคโนโลยีชิปใหม่ ท้าชน Nvidia และ Apple

นอกจากนี้ Huawei ยังอ้างว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะเข้ามาแทนที่กฎของมัวร์ (Moore's Law) ที่เน้นการลดขนาดทรานซิสเตอร์ โดยภายในปี 2031 (พ.ศ. 2574) สถาปัตยกรรมนี้จะสามารถรีดประสิทธิภาพและความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ให้เทียบเท่ากับชิปขนาด 1.4 นาโนเมตรได้ แม้ว่าจะผลิตจากเครื่องจักรเก่าก็ตาม ขณะที่ปัจจุบัน TSMC ผู้นำด้านการรับจ้างผลิตชิปของโลกเพิ่งจะเริ่มเดินสายการผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตรที่แท้จริงไปไม่นาน (ยิ่งตัวเลขนาโนเมตรเล็ก ชิปยิ่งเร็วและประหยัดไฟ)

 

อย่างไรก็ตาม ฝั่งนักวิเคราะห์ยังคงแสดงความกังขา โดย พอล ตริโอโล (Paul Triolo) หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของสถาบันวิจัย DGA Group ให้ความเห็นว่า แนวทางของ Huawei ในครั้งนี้เป็นเพียง "การปรับปรุงประสิทธิภาพในระดับระบบ" เช่น การย่นระยะสายไฟภายในชิป การวางซ้อนเลเยอร์ และการจัดการหน่วยความจำ รวมถึงการออกแบบแพ็กเกจจิ้งและซอฟต์แวร์ควบคู่กันไป มากกว่าที่จะเป็นการทะลุขีดจำกัดทางเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตชิปจริง ๆ แถมยังมีโจทย์ใหญ่เรื่องการระบายความร้อนและการผลิตในปริมาณมาก (Mass Production) ที่ต้องแก้

สู้สุดตัว! Huawei เปิดตัว เทคโนโลยีชิปใหม่ ท้าชน Nvidia และ Apple

ด้าน นีล ชาห์ (Neil Shah) รองประธานฝ่ายวิจัยจาก Counterpoint Research ได้กล่าวเตือนเช่นกันว่า วิธีการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ทางเลือกใหม่ของ Huawei นี้ ยังไม่เคยได้รับการพิสูจน์หรือทดสอบในระดับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เลย และมันอาจจะนำมาซึ่งปัญหาใหม่ ๆ เช่น เรื่องความร้อนสะสมและการบรรจุชิป ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราผลผลิต (Yield Rate) หรือสัดส่วนชิปที่ใช้งานได้จริงต่อรอบการผลิตลดต่ำลง

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ เจนเซน หวง (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Nvidia ได้ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยยอมรับตรง ๆ ว่า ในเวลานี้ ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปจากสหรัฐฯ ได้ "ยอมยกธงขาว" และสูญเสียส่วนแบ่งในตลาดจีนให้กับ Huawei ไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากติดกำแพงคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐฯ เอง

 

จอร์จ เฉิน (George Chen) หุ้นส่วนและประธานร่วมของสถาบันที่ปรึกษา The Asia Group ได้วิเคราะห์ทิ้งท้ายว่า การพัฒนาเทคโนโลยีรอบนี้ของ Huawei เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า หน้าต่างโอกาสของ Nvidia ในการลักลอบหรือพยายามหาช่องทางขายชิปประมวลผลขั้นสูงในประเทศจีนกำลังแคบลงทุกที และจีนกำลังพึ่งพาตัวเองได้สำเร็จในที่สุด