
เตรียมเฮได้ยัง? 'สหรัฐฯ' จ่อพักรบ 'อิหร่าน' 60 วัน ทำราคาน้ำมันโลกลดฮวบ
เตรียมเฮได้หรือยัง? 'สหรัฐฯ' ประกาศจ่อพักรบ 'อิหร่าน' 60 วัน ทำราคาน้ำมันโลกลดฮวบ ลุ้นเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ?
สำนักข่าว Reuters รายงานข่าว ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นเกือบ 2% ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายที่เอเชียเมื่อเช้าวันอังคาร หลังจากที่กองทัพสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินไปโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นการล่วงหน้าเพื่อป้องกันตนเอง สถานการณ์นี้ทำให้ตลาดตกอยู่ในภาวะตึงเครียด เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่มีทีท่าว่าจะบรรลุข้อตกลงยุติสงครามได้
ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ซื้อขายกันอยู่ที่ 91.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งขยับขึ้นมาเล็กน้อยจากราคาปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ แต่ถ้าเทียบกับราคาปิดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ถือว่าร่วงลงไปถึง 5.30 ดอลลาร์ หรือประมาณ 5.5% ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาไม่มีการสรุปราคาปิดตลาดอย่างเป็นทางการของฝั่งสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นวันหยุดวันทหารผ่านศึก (Memorial Day)
กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า ได้ทำการโจมตีเป้าหมายหลายจุดทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงเรือของอิหร่านที่พยายามจะวางทุ่นระเบิด และฐานปล่อยขีปนาวุธต่าง ๆ โดยสหรัฐฯ ย้ำว่าการกระทำดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ "เพื่อปกป้องกองกำลังของตนเองจากภัยคุกคามของกองทัพอิหร่าน"
ขณะเดียวกัน สื่อของประเทศอิหร่านได้รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า มีเสียงระเบิดดังขึ้นในเมืองบันดาร์อับบาส (Bandar Abbas) และพื้นที่แถบชายฝั่งใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ
นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ทางการอิหร่านได้สั่งระงับไม่ให้เรือขนส่งสินค้าเกือบทั้งหมด (ยกเว้นเรือของอิหร่านเอง) เดินเรือผ่านเข้าออกบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วโลกต้องหยุดชะงักไปถึง 1 ใน 5 (ประมาณ 20%) และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นเกิน 50%
ด้านความเคลื่อนไหวทางการทูตและการเจรจา หัวหน้าทีมเจรจาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้เดินทางไปยังกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อร่วมหารือกับนายกรัฐมนตรีกาตาร์ ถึงความเป็นไปได้ในการทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือนนี้
ซึ่งทั้งฝั่งรัฐบาลสหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างออกมาเปิดเผยตรงกันว่า การจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) มีความคืบหน้าไปมาก โดยข้อตกลงนี้จะช่วยหยุดยั้งสงครามชั่วคราว และให้เวลาผู้แทนของทั้งสองฝ่ายอีก 60 วัน ในการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว นิกเคอิ (Nikkei) ได้รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการทูตในตะวันออกกลางว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อิหร่านจะต้องเคลียร์ทุ่นระเบิดออกจากช่องแคบฮอร์มุซให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 30 วัน หลังจากนั้นเรือขนส่งจากทุกประเทศจะสามารถเดินทางผ่านช่องแคบนี้ได้อย่างเสร็จเสรีและปลอดภัย โดยที่อิหร่านจะยกเลิกการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางด้วย
ทิม วอเทอเรอร์ (Tim Waterer) หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดจาก KCM Trade ให้ความเห็นว่า "ตอนนี้เหล่านักลงทุนและเทรดเดอร์กำลังวางเดิมพันครั้งใหญ่ ว่าการเจรจาที่รุดหน้าในครั้งนี้ จะช่วยปลดล็อกให้เรือบรรทุกน้ำมันที่จอดติดค้างอยู่แถวช่องแคบฮอร์มุซมาเป็นเวลานาน สามารถกลับมาเดินเรือได้อีกครั้ง"
นอกจากนี้ ข้อมูลจากระบบติดตามเรือระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เริ่มมีเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จำนวน 3 ลำ สามารถแล่นผ่านช่องแคบนี้ไปได้แล้ว โดยมุ่งหน้าไปยังปากีสถาน จีน และอินเดีย รวมถึงมีเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ (Supertanker) ที่ขนน้ำมันจากอิรักมุ่งหน้าไปจีน หลังจากที่เรือลำนี้ต้องจอดติดค้างอยู่นานเกือบ 3 เดือน
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงและประเด็นทางการเมืองที่ต้องจับตา โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมากล่าวย้ำข้อเรียกร้องเดิมว่า อิหร่านจะต้องส่งมอบแร่ยูเรเนียมที่ผ่านการเสริมสมรรถนะทั้งหมดให้แก่สหรัฐฯ เพื่อนำไปทำลายทิ้ง
โทนี ไซคามอร์ (Tony Sycamore) นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG กล่าวทิ้งท้ายว่า "นี่เป็นสิ่งเตือนใจที่ชัดเจนว่า ข้อตกลงนี้ก็อาจจะล่มสลายลงได้ในนาทีสุดท้าย เหมือนกับการเจรจา 5 ครั้งก่อนหน้านี้ที่พังลงไปเช่นกัน"



