
บินไปนอกต้องระวัง! ขบวนการค้ายา แอบสลับ Tag กระเป๋าเดินทาง
บินไปนอกต้องระวัง! ขบวนการค้ายา แอบสลับ Tag กระเป๋าเดินทาง โยนความผิดคนบริสุทธิ์ กว่า 17 ราย แคนาดา พบ มีเจ้าหน้าที่สนามบินบางกลุ่มคอยให้ความร่วมมือ
สำนักข่าว NOWTORONTO เผยรายงานเตือนภัย กรณีขบวนการค้ายาเสพติดแอบ "สลับป้ายชื่อสัมภาระ" (Luggage Tag) ของผู้โดยสารที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เพื่อใช้ขนยาเสพติดข้ามชาติ และมีการโยนความผิดให้ผู้โดยสารผู้บริสุทธิ์ที่เดินทางออกจากประเทศแคนาดา ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยรายหนึ่งได้ออกมาแชร์เคล็ดลับและคำแนะนำในการดูแลกระเป๋าเดินทางให้ปลอดภัยแล้ว
ไมเทช ชาห์ (Mitesh Shah) ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระบุว่า นักท่องเที่ยวควรเลือกใช้กระเป๋าเดินทางที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว, ต้องเก็บใบเสร็จรับเงิน/ใบรับสัมภาระ (Baggage Receipt) เอาไว้กับตัวเสมอ, ควรถ่ายรูปกระเป๋าของตัวเองเก็บไว้ และต้องศึกษาข้อกฎหมายของประเทศปลายทางอย่างละเอียด เพื่อป้องกันตัวเองและใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์หากถูกปรักปรำโดยมิชอบ
จากซีรีส์ข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนโดยหน่วยงาน W5 ของสำนักข่าว CTV News ที่เผยแพร่ไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พบว่าในช่วงปีที่ผ่านมามีผู้โดยสารที่บินออกจากแคนาดาอย่างน้อย 17 คน ถูกจับกุมและคุมขังในต่างประเทศ เนื่องจากป้ายติดกระเป๋าเดินทาง (Baggage Tags) ของพวกเขาถูกแอบสลับไปใส่ไว้กับกระเป๋าอีกใบที่เป็นของขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สนามบินบางกลุ่มคอยให้ความร่วมมือ
ชาห์ อธิบายถึงวิธีการทำงานของกลโกงนี้ว่า เจ้าหน้าที่สนามบินที่เป็นสายให้คนร้ายจะแอบเอากระเป๋าของขบวนการที่มียาเสพติดซ่อนอยู่เข้ามาในส่วนพื้นที่หวงห้ามของสนามบิน จากนั้นก็จะทำการสลับป้ายติดกระเป๋า (ที่มีชื่อและข้อมูลเที่ยวบิน) จากกระเป๋าของผู้โดยสารทั่วไปที่ตาดำๆ ไปแปะไว้ที่กระเป๋ายาเสพติดแทน
เขาเล่าต่อว่า เมื่อกระเป๋าเดินทางไปถึงประเทศปลายทาง คนของเครือข่ายอาชญากรรมที่รออยู่ก็จะพยายามไปดักรับกระเป๋ายาเสพติดใบนั้นออกไปจากสนามบิน แต่ความซวยจะตกอยู่ที่ผู้โดยสารทันที หากกระเป๋าใบนั้นถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือตำรวจสกัดจับได้ระหว่างทาง เพราะชื่อที่หราอยู่บนป้ายกระเป๋ายาเสพติดกลายเป็นชื่อของผู้บริสุทธิ์คนนั้นนั่นเอง
จากข้อมูลการสืบสวนของ W5 ระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ทางตำรวจม้าหลวงแคนาดา (RCMP) ได้ทำการจับกุมพนักงานของสนามบินนานาชาติโทรอนโตเพียร์สันไปแล้วถึง 6 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแอบสลับป้ายกระเป๋านี้ อย่างไรก็ตาม ทางท่าอากาศยานไม่ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นจริงหรือไม่ แต่ระบุสั้นๆ ว่ารับทราบถึงประเด็นปัญหาที่ถูกชูขึ้นมาในรายงานสืบสวนนี้แล้ว
เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ ชาห์ แนะนำว่าข้อแรกคือควรเลือกใช้กระเป๋าที่มีสีสันสดใส โดดเด่น หรือมีลวดลายสะดุดตา เนื่องจากกระเป๋าเดินทางส่วนใหญ่มักจะเป็นสีดำหรือสีกรมท่า ซึ่งการใช้กระเป๋าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจะช่วยให้ขบวนการเหล่านี้สลับป้ายได้ยากขึ้น หรืออย่างน้อยเราก็สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติได้ง่ายขึ้นว่ากระเป๋าที่สายพานไม่ใช่ของเราง
นอกจากนี้ เขาคิดว่าวิธีที่ดีมากอีกวิธีหนึ่งคือ การถ่ายภาพสิ่งของภายในกระเป๋าตอนที่ยังเปิดอยู่ รวมถึงถ่ายภาพกระเป๋าตอนที่ติดป้ายบาร์โค้ด (Tag) เสร็จเรียบร้อยแล้วที่เคาน์เตอร์เช็กอินของสนามบิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันหน้างาน
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการเก็บหางตั๋วหรือใบรับสัมภาระ (Baggage Claim Sticker) ไว้ให้ดีจนกว่าจะจบบันทึกการเดินทาง เพราะเอกสารนี้จะมีหมายเลขบาร์โค้ดและน้ำหนักกระเป๋าที่ชั่งจริงตอนเช็กอิน ซึ่งสามารถเอามาเปรียบเทียบและพิสูจน์ได้ว่า น้ำหนักของกระเป๋าที่มีปัญหานั้นไม่ตรงกับกระเป๋าที่เราโหลดไปจริงๆ
สุดท้ายหลังจากที่บินไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ชาห์ แนะนำว่าให้ผู้โดยสารแง้มเปิดกระเป๋าเดินทางดูคร่าวๆ ก่อนที่จะเดินผ่านด่านตรวจและออกจากตัวสนามบิน เพื่อเช็กว่ามีสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ถูกยัดไส้เข้ามาหรือไม่ และถ้าเจออะไรผิดปกติ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สนามบินหรือตำรวจในพื้นที่นั้นทันที ห้ามลากกระเป๋าออกจากสนามบินเด็ดขาด



