
จีน เตรียมส่งนักบินอวกาศ ปูทาง พามนุษย์เหยียบดวงจันทร์ ภายในปี 2030
ฝันแล้วไปให้ถึง! 'จีน' เตรียมส่ง นักบินอวกาศ ปฏิบัติภารกิจมาราธอน 1 ปีเต็ม หวังปูทางพามนุษย์เหยียบดวงจันทร์ ภายในปี 2030
สำนักข่าว Reuters รายงานข่าว จีนเตรียมส่งนักบินอวกาศขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานถึง 1 ปีเต็ม ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ ภารกิจนี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของร่างกายมนุษย์เมื่อต้องอยู่ในอวกาศเป็นเวลานาน เพื่อรองรับความทะเยอทะยานของรัฐบาลปักกิ่งในการส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์ภายในปี 2030
ยานอวกาศ "เสินโจว-23" (Shenzhou-23) มีกำหนดการปล่อยตัวด้วยจรวดขนส่ง Long March-2F Y23 จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วฉวน (Jiuquan Satellite Launch Center) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน โดยมีนักบินอวกาศร่วมเดินทางไปด้วยทั้งหมด 3 คน
ไฮไลต์ของลูกเรือชุดนี้คือ "หลี่ เจียอิง" (Li Jiaying / หรือ ลาย คายิง ตามสำเนียงฮ่องกง) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอุปกรณ์ผู้รับภาระ (Payload Specialist) ซึ่งอดีตเคยเป็นสารวัตรตำรวจฮ่องกง เธอจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบินอวกาศคนแรกจากฮ่องกงที่ได้เข้าร่วมภารกิจอวกาศของจีน ส่วนลูกเรืออีกสองคนประกอบด้วย ผู้บัญชาการ "จู หยางจู้" (Zhu Yangzhu) และนักบิน "จาง หยวนจื้อ" (Zhang Yuanzhi) ซึ่งทั้งคู่มาจากหน่วยนักบินอวกาศของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน
องค์การอวกาศแห่งส่งมนุษย์ของจีน (CMSA) แถลงว่า ในบรรดานักบินทั้ง 3 คนนี้ จะมี 1 คนที่ต้องอยู่บนสถานีอวกาศ "เทียนกง" นานถึง 1 ปี ซึ่งแม้จะเป็นหนึ่งในภารกิจอวกาศที่ยาวนานที่สุดในโลก แต่ก็ยังไม่ทำลายสถิติโลกเดิมที่นักบินอวกาศรัสเซียเคยทำไว้ 14 เดือนครึ่งเมื่อปี 1995 ส่วนเรื่องที่ว่าใครจะเป็นคนรับหน้าที่อยู่ยาว 1 ปีนั้น ทางองค์การจะมีการตัดสินใจเลือกอีกครั้งในภายหลัง โดยดูจากความคืบหน้าของภารกิจเป็นหลัก
ที่ผ่านมา จีนเคยส่งนักบินอวกาศขึ้นไปยังสถานีอวกาศของตัวเองมาแล้วเกือบ 12 ครั้ง แต่การปล่อยตัวในรอบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันด้านอวกาศที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ กับสหรัฐอเมริกา โดยฝั่งสหรัฐฯ เคยออกมาเตือนและกล่าวหาว่าปักกิ่งมีแผนที่จะยึดครองอาณานิคมรวมถึงขุดเจาะทรัพยากรบนดวงจันทร์ ซึ่งทางรัฐบาลจีนได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างรุนแรง
การส่งนักบินไปอยู่ยาว 1 ปีในครั้งนี้ จะช่วยให้มั่นใจได้ว่า นักบินอวกาศของจีนที่คุ้นเคยกับความปลอดภัยบนสถานีอวกาศเทียนกงในวงโคจรต่ำของโลก จะสามารถปรับตัวและเปลี่ยนผ่านไปสู่การลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าได้อย่างปลอดภัย โดยนับตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ภารกิจเสินโจวของจีนมักจะส่งนักบินอวกาศขึ้นไปผลัดเปลี่ยนครั้งละ 3 คน และพำนักอยู่รอบละ 6 เดือน
นอกจากนี้ ภารกิจเสินโจว-23 จะมีการทดลองศึกษาเรื่องผลกระทบจากรังสีในอวกาศ การสูญเสียมวลกระดูก และความเครียดทางจิตใจที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางในอวกาศเป็นระยะเวลานานอีกด้วย
หากจีนประสบความสำเร็จในการพามนุษย์ไปลงจอดบนดวงจันทร์ได้ก่อนปี 2030 ก็จะเป็นแรงผลักดันชั้นดีให้แก่อภิมหาโปรเจกต์ถัดไป นั่นคือการจับมือกับรัสเซียเพื่อสร้างฐานปฏิบัติการถาวรบนดวงจันทร์ภายในปี 2035 ทั้งนี้ "อู๋ เยว่เหริน" (Wu Weiren) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการสำรวจดวงจันทร์ของจีน ระบุว่า ไทม์ไลน์ที่รัฐบาลปักกิ่งประกาศต่อสาธารณะนั้น จริงๆ แล้วเป็นตัวเลขที่ประเมินไว้แบบเพลย์เซฟ (ค่อนข้างระมัดระวัง) กว่าความเป็นจริง
ในขณะเดียวกัน สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่า จีนกำลังเดินหน้าทดลองส่ง "ตัวอ่อนเทียม" ของมนุษย์ขึ้นไปในอวกาศเป็นครั้งแรกของโลก โดยได้ส่งตัวอย่างสเต็มเซลล์ของมนุษย์ไปพร้อมกับทีมเสินโจว-22 บนสถานีเทียนกงแล้ว เพื่อศึกษาเรื่องการอยู่อาศัย การรอดชีวิต และการสืบพันธุ์ของมนุษย์ในอวกาศในระยะยาว
สำหรับเที่ยวบินเสินโจว-23 นี้ จะมีการทดสอบระบบการนัดพบและเชื่อมต่อ (Rendezvous and Docking) กับโมดูลหลักของสถานีอวกาศเทียนกงแบบอัตโนมัติและรวดเร็ว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจปี 2030 ซึ่งภารกิจสู่ดวงจันทร์นั้นจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีการเชื่อมต่อยานอัตโนมัติในวงโคจรรอบดวงจันทร์ ระหว่างแคปซูล "เมิ่งโจว" (Mengzhou) และยานลงจอด "หลานเย่ว์" (Lanyue)



