ข่าว

สหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตร เครือข่ายส่งน้ำมัน "อิหร่าน-จีน" รอบใหม่

สหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตร เครือข่ายส่งน้ำมัน "อิหร่าน-จีน" รอบใหม่

12 พ.ค. 2569

สหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตร เครือข่ายส่งน้ำมัน "อิหร่าน-จีน" รอบใหม่ พุ่งเป้าตัดท่อน้ำเลี้ยงกองกำลังทหารของอิหร่าน

สำนักข่าว Reuters รายงานข่าว รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่เมื่อวันจันทร์ โดยมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายบริษัทเดินเรือและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันของอิหร่านไปยังประเทศจีน เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางการเงินต่อรัฐบาลเตหะราน

สหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตร เครือข่ายส่งน้ำมัน "อิหร่าน-จีน" รอบใหม่

กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการครั้งนี้ครอบคลุมถึงบริษัทหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในจีนและประเทศอื่นๆ รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกกล่าวหาว่าปิดบังต้นทางของน้ำมันดิบเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางการค้าที่มีอยู่เดิม

 

 

"อิหร่านยังคงพึ่งพาการขายน้ำมันดิบเพื่อนำรายได้มาสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาค" เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลังกล่าวในแถลงการณ์ "สหรัฐฯ ยังคงยึดมั่นในการขัดขวางเครือข่ายเหล่านี้และบังคับใช้มาตรการลงโทษต่อผู้ที่พยายามช่วยอิหร่านหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร"

สหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตร เครือข่ายส่งน้ำมัน "อิหร่าน-จีน" รอบใหม่

รายงานระบุว่า จีนยังคงเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน แม้ว่าจะมีมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ มาอย่างยาวนานก็ตาม โดยโรงกลั่นอิสระในจีน หรือที่เรียกกันว่า "โรงกลั่นกาต้มน้ำ" (Teapot Refineries) เป็นผู้ซื้อรายหลักที่ผลักดันการส่งออกนี้

มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดนี้ จะส่งผลให้ทรัพย์สินใดๆ ของผู้ที่ถูกระบุชื่อในสหรัฐฯ ถูกอายัด และสั่งห้ามไม่ให้บุคคลหรือบริษัทสัญชาติอเมริกันทำธุรกรรมร่วมกับบุคคลหรือนิติบุคคลเหล่านี้ นอกจากนี้ สถาบันการเงินต่างชาติที่ทำธุรกรรมให้ก็อาจเสี่ยงต่อการถูกตัดขาดจากระบบการเงินของสหรัฐฯ เช่นกัน

สหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตร เครือข่ายส่งน้ำมัน "อิหร่าน-จีน" รอบใหม่

ทางด้านรัฐบาลปักกิ่งได้ออกมาคัดค้านการดำเนินการดังกล่าวซ้ำหลายครั้ง โดยกล่าวว่าการค้าของจีนกับอิหร่านเป็นไปตามกรอบของกฎหมายสากล และการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ นั้นเป็นการละเมิดอธิปไตยทางการค้าของประเทศอื่น

 

นักวิเคราะห์มองว่า การประกาศคว่ำบาตรครั้งนี้มีขึ้นในช่วงเวลาที่เปราะบาง โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะจำกัดทรัพยากรของอิหร่าน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลางและการหยุดชะงักของการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์