
"ฮุน เซน" ร่ายยาว MOU44 ไม่คืบเพราะไทยเปลี่ยนนายกฯ บ่อย จ่อลากขึ้นศาลโลก!
‘ฮุน เซน’ โพสต์ร่ายยาวหลังไทยฉีก MOU44 เย้ยเจรจาอืดเพราะเปลี่ยนนายกฯ บ่อย ยัน! ยึดกฎหมาย UNCLOS เป็นที่ตั้ง จ่อลากขึ้นศาลโลก
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าข้ามพรมแดน! เมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลของกัมพูชาอย่าง “สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาโพสต์ร่ายยาวพาดพิงสถานการณ์การเมืองไทย หลังรัฐบาลไทยภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีมติเตรียมยกเลิก MOU 2544 (MOU 2001) เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล
สมเด็จฯ ฮุน เซน ระบุว่า ตนขอสนับสนุนจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชาภายใต้การนำของ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต ที่จะไม่สร้างกลไกทวิภาคีใหม่ขึ้นมาแทนที่ MOU 2544 พร้อมย้อนความหลังว่าตนทำงานเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ (ปี 2532) และเป็นผู้ร่วมลงนามใน MOU 2544 เองกับมือ
"ที่ว่าไม่มีความคืบหน้า ใครกันแน่ที่รู้ดีที่สุด? ตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 ที่ไล่คุณทักษิณ ไทยเปลี่ยนนายกฯ มาแล้วกี่คน? กัมพูชายังมั่นคงที่สมเด็จฮุน เซน จนมาถึงฮุน มาเนต แต่ไทยเปลี่ยนผู้นำไปเกือบ 10 คน นี่ใช่ไหมคือสาเหตุที่งานไม่เดิน!"
สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า “ผมสนับสนุนจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชาอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทางทะเลที่ทับซ้อนระหว่างกัมพูชาและไทย สำหรับตัวผมเอง ซึ่งทำงานในประเด็นนี้มาตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ชาติชาย ชุณหะวัณ ระหว่างปี 1989–1990 และต่อมาได้มีส่วนร่วมในการลงนาม MOU 2001 ผมรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการที่ไทยตัดสินใจยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวฝ่ายเดียว โดยอ้างว่า “ไม่มีความคืบหน้า”
"โปรดอย่าเร่งรัดให้กัมพูชาสร้างกลไกทวิภาคีใหม่มาแทนที่สิ่งที่ไทยยกเลิกไปฝ่ายเดียว กัมพูชาพร้อมจะก้าวไปสู่กลไกสากลภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อความยุติธรรมและชัดเจน"
ผมอยากชี้แจงว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ไม่มีความคืบหน้า? ไทยเองย่อมรู้ดีกว่าใครทั้งหมด นับตั้งแต่รัฐประหารในไทยปี 2006 ที่โค่นอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ไทยมีนายกรัฐมนตรีมาแล้วกี่คน? ขณะที่กัมพูชายังคงมีความต่อเนื่องภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน และปัจจุบันคือ ฮุน มาเนต โดยไม่เปลี่ยนแปลงทั้งกลไกและสาระของการเจรจา ในทางกลับกัน ไทยเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีราวสิบคนแล้ว นี่อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้าหรือไม่?
ผมขอย้ำเพิ่มเติมว่า แม้ไทยจะเปลี่ยนผู้นำบ่อยครั้ง แต่ผู้นำเหล่านั้นก็ยังแสดงเจตจำนงที่จะเดินหน้าเจรจาต่อไป ตัวอย่างเช่น ในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ และรัฐมนตรีกลาโหม ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เดินทางมาพบผมที่บ้านพักในเมืองตาเขมา เมื่อปี 2010 และในการพบกันครั้งนั้น บุคคลสำคัญทั้งสองยังได้ลิ้มลอง “ซัมลอร์กอร์โก” อาหารกัมพูชาเป็นครั้งแรก ซึ่งภรรยาของผมเป็นผู้ลงมือทำให้รับประทานด้วยตนเอง
กัมพูชากำลังเดินหน้าบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ กรุณาอย่ากล่าวหากัมพูชาว่ากำลัง “ทำให้ปัญหาทวิภาคีกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศ” หรือกล่าวหาว่ากัมพูชากำลังวางกับดักด้วยการเชิญบุคคลที่สามหรือองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นเดียวกัน กรุณาอย่ากดดันให้กัมพูชาจัดตั้งกลไกทวิภาคีใหม่ขึ้นมาแทนกลไกที่ไทยเป็นฝ่ายยกเลิกเอง ผมหวังว่ากัมพูชาและไทยจะร่วมมือกันก้าวไปสู่กลไกระหว่างประเทศที่เหมาะสม และมีอำนาจในการพิจารณาประเด็นทางทะเลต่อไป”



