
‘ปูติน’ ขวัญผวา กบดานบังเกอร์ลับ หวั่น! โดนลอบสังหาร-รัฐประหารซ้อน
สะท้านเครมลิน ‘ปูติน’ ขวัญผวาหนักกบดานบังเกอร์ลับ หวั่น! โดนลอบสังหาร-รัฐประหารซ้อน หลังโดรนยูเครนถล่มกรุงมอสโก
ระอุไม่หยุด! บัลลังก์อำนาจของ วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กำลังสั่นคลอนอย่างหนัก ล่าสุดหน่วยข่าวกรองยุโรปเปิดรายงานลับสุดยอด ชี้ให้เห็นภาพ "ความหวาดระแวง" ที่แผ่ซ่านไปทั่วทำเนียบเครมลิน ถึงขั้นต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดรอบตัวผู้นำ หลังมีสัญญาณเตือนภัยว่าอาจมีการ "รัฐประหาร" หรือการลอบสังหารด้วย "โดรน" จากคนใกล้ชิด!
แหล่งข่าวระบุว่า ปูตินเริ่มใช้ชีวิตอย่างสันโดษใน "บังเกอร์ใต้ดิน" ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ในภูมิภาคคราสโนดาร์ ริมชายฝั่งทะเลดำ ซึ่งถูกเปรียบเทียบว่าเป็น "รังตัวร้ายในหนังเจมส์ บอนด์" โดยมาตรการรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคลถูกยกระดับขึ้นจนเข้าขั้นวิกฤต
- คัดกรอง 2 ชั้น: ใครก็ตามที่จะเข้าพบปูตินต้องผ่านการตรวจค้นร่างกายอย่างละเอียดจากหน่วย FSO ถึงสองรอบ
- ตัดขาดโลกออนไลน์: เจ้าหน้าที่ใกล้ชิด ทั้งพ่อครัว บอดี้การ์ด และช่างภาพ ถูกสั่งห้ามใช้โทรศัพท์ที่มีอินเทอร์เน็ต และห้ามใช้ระบบขนส่งสาธารณะเด็ดขาด
- อพาร์ตเมนต์ลวง: ปูตินใช้ห้องทำงานที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะในหลายสถานที่ เพื่อทำวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หลอกล่อให้ศัตรูไม่รู้ตำแหน่งที่อยู่จริง
ความน่าตกใจของรายงานชิ้นนี้คือ ความหวาดระแวงไม่ได้มาจากศัตรูภายนอกเท่านั้น แต่มาจาก "คนกันเอง" โดยเฉพาะชื่อของ เซอร์เกย์ ชอยกู อดีตรัฐมนตรีกลาโหมที่เคยเป็นมือขวาคนสนิท ซึ่งถูกลดบทบาทลงมาจนเกิดกระแสข่าวลือว่าเขากำลังซุ่มวางแผนรัฐประหาร สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเมื่อคนสนิทของชอยกูถูกจับกุมในข้อหาทุจริต ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่คือการ "ฉีกสัญญาใจ" ระหว่างชนชั้นนำรัสเซีย และอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการโค่นล้มอำนาจภายในเร็วๆ นี้
ไม่ใช่แค่ในสมรภูมิยูเครนที่รัสเซียต้องสูญเสียกำลังพลถึงเดือนละ 30,000 นาย แต่ความพ่ายแพ้เริ่มลามเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวง เมื่อโดรนยูเครนเจาะทะลุระบบป้องกันภัยทางอากาศเข้าไปถล่มอพาร์ตเมนต์หรูในกรุงมอสโก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
- สัญญาณมือถือล่ม: การรบกวนสัญญาณสื่อสารเป็นประจำสร้างความไม่พอใจให้คนเมือง
- เศรษฐกิจดิ่งเหว: แม้แต่ชนชั้นกลางที่เคยหนุนปูติน ก็เริ่มรู้สึกว่า "สงคราม" กำลังพรากความสะดวกสบายและอนาคตของพวกเขาไป
- กลยุทธ์ตะวันตก: รอรัสเซียล่มสลายจากภายใน
นักวิเคราะห์มองว่า การที่หน่วยข่าวกรองยุโรปจงใจปล่อยข้อมูลการประชุมลับครั้งนี้ออกมา เป็นแผน "สงครามจิตวิทยา" เพื่อตอกย้ำรอยร้าวในทำเนียบเครมลินให้กว้างขึ้น และเป็นการเตือนปูตินทางอ้อมว่า "ความจงรักภักดี" ที่เขามีอยู่นั้นกำลังจะหมดไป บทสรุปของสงครามครั้งนี้อาจไม่ได้จบลงที่สนามรบ แต่อาจจบลงด้วยความล่มสลายภายในกรุงมอสโก จากความระแวงที่ปูตินสร้างขึ้นมาครอบงำตัวเอง!



