ข่าว

Spotify รุกตลาดฟิตเนส ผนึก Peloton ขยายคอนเทนต์มัดใจสมาชิก Premium

Spotify รุกตลาดฟิตเนส ผนึก Peloton ขยายคอนเทนต์มัดใจสมาชิก Premium

04 พ.ค. 2569

Spotify Premium รวมคลาสออกกำลังกายของ Peloton บริษัทอุปกรณ์ออกกำลังกายเทคโนโลยีสูงจากสหรัฐฯ เข้ามาแล้ว หวังก้าวเข้าสู่ตลาดคอนเทนต์ฟิตเนส

สำนักข่าว bloomberg รายงานข่าว Spotify Premium รวมคลาสออกกำลังกายของ Peloton เข้ามาแล้ว หวังก้าวเข้าสู่ตลาดคอนเทนต์ฟิตเนส

 

โดย 

Spotify Technology SA กำลังขยายขอบเขตคอนเทนต์นอกเหนือจากดนตรีและพอดแคสต์ โดยการเพิ่มคลาสออกกำลังกายจาก Peloton Interactive Inc. ให้กับผู้สมัครสมาชิกแบบ Premium ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในการสร้างความหลากหลายให้กับแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน

ภายใต้ความร่วมมือครั้งใหม่นี้ ผู้ใช้งาน Spotify Premium ในตลาดหลักๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และแคนาดา จะสามารถเข้าถึงคลังวิดีโอการออกกำลังกายที่คัดสรรมาแล้วจาก Peloton ได้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชัน Spotify โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

Spotify รุกตลาดฟิตเนส ผนึก Peloton ขยายคอนเทนต์มัดใจสมาชิก Premium

กลยุทธ์นี้สะท้อนถึงความพยายามของ Spotify ในการเป็น "แอปพลิเคชันสำหรับไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจร" หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จในการเพิ่มหนังสือเสียง (Audiobooks) เข้ามาในแพ็คเกจสมาชิกก่อนหน้านี้ การนำคอนเทนต์วิดีโอฟิตเนสเข้ามาเสริมจะช่วยให้ Spotify สามารถดึงดูดผู้ใช้งานให้ใช้เวลาบนแอปนานขึ้นในช่วงระหว่างวัน

สำหรับ Peloton ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงฐานผู้ใช้งานมหาศาลของ Spotify ในช่วงเวลาที่บริษัทฟิตเนสรายนี้กำลังพยายามปรับภาพลักษณ์จากการเป็นผู้จำหน่ายอุปกรณ์ออกกำลังกายราคาแพง มาเป็นบริษัทที่เน้นการให้บริการด้านซอฟต์แวร์และคอนเทนต์เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง

 

ผู้บริหารของ Spotify ระบุว่าข้อมูลเชิงลึกของผู้ใช้งานแสดงให้เห็นว่า "ดนตรีและฟิตเนสมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก" โดยเพลย์ลิสต์สำหรับการออกกำลังกายเป็นหนึ่งในหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดบนแพลตฟอร์ม การมีวิดีโอแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญควบคู่ไปกับเพลงโปรดจึงเป็นการต่อยอดที่สมเหตุสมผล

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าการเพิ่มคอนเทนต์ที่หลากหลายมากขึ้นอาจทำให้โครงสร้างต้นทุนของ Spotify สูงขึ้น และอาจนำไปสู่การปรับขึ้นราคาค่าสมาชิกในอนาคต หากบริษัทจำเป็นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์คอนเทนต์ราคาแพงเพื่อรักษาความแตกต่างจากคู่แข่งอย่าง Apple Music และ Amazon Music

 

ความเคลื่อนไหวนี้ยังมีขึ้นในขณะที่ตลาดสตรีมมิ่งกำลังเข้าสู่ยุคของการสร้าง "Super App" ที่พยายามรวมทุกความบันเทิงและบริการไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างกำไรและลดอัตราการยกเลิกสมาชิก (Churn rate) ในสภาพเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น