
ยังไม่เจอของจริง! CEO บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ เตือนราคาน้ำมันพุ่งรอบใหม่
ยังไม่เจอของจริง! CEO Exxon บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ เตือนราคาน้ำมันพุ่งรอบใหม่ ชี้ สงครามอิหร่าน ทำพิษหนักกว่าที่คิด
สำนักข่าว CNBC รายงานข่าว ซีอีโอ Exxon เตือน “ภาวะช็อกของราคาน้ำมันที่แท้จริงยังมาไม่ถึง” ท่ามกลางสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
โดย แดร์เรน วูดส์ ประธานและซีอีโอของ Exxon Mobil ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 1 พ.ค.2569 โดยระบุว่าภาวะช็อกของอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกที่เกิดจากสงครามในอิหร่านและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซนั้น ยังไม่ได้สะท้อนออกมาในราคาน้ำมันระหว่างประเทศอย่างเต็มที่
นายวูดส์กล่าวว่า แม้ในเบื้องต้นตลาดจะได้รับผลกระทบไม่รุนแรงนักเนื่องจากยังมีปริมาณน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง (volumes in transit) และการระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) จากรัฐบาลประเทศต่างๆ เข้าช่วยพยุงไว้ แต่ตัวช่วยเหล่านี้มีจำกัดและกำลังจะหมดไป หากความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อต่อไป จะเป็นชนวนเหตุให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีกระลอกใหญ่
“ภาวะช็อกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติทั่วโลก ยังไม่ได้ปรากฏให้เห็นอย่างเต็มรูปแบบในตลาด” วูดส์กล่าวกับนักลงทุนพร้อมเสริมว่า “หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดอยู่ ภาวะช็อกที่รุนแรงกว่าเดิมกำลังจะตามมา” พร้อมวิจารณ์ว่าตลาดน้ำมันในปัจจุบันกำลังนิ่งนอนใจเกินไป
แม้ว่าช่องแคบจะกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้ง แต่วูดส์ประเมินว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 เดือนเพื่อให้การขนส่งกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และการที่รัฐบาลรวมถึงบริษัทต่างๆ ต้องเร่งเติมน้ำมันสำรองที่ถูกใช้ไปในช่วงสงคราม จะกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้นและดันราคาให้แพงขึ้นแม้สงครามจะยุติลงแล้ว
ในส่วนของผลประกอบการไตรมาสแรก Exxon รายงานกำไรลดลงเหลือ 4.2 พันล้านดอลลาร์ (จาก 7.7 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว) ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาด้านการขนส่งและผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลกระทบเรื่องจังหวะเวลาในการบันทึกบัญชี (timing effects) และสัญญาป้องกันความเสี่ยง (hedges) บริษัทจะมีกำไรสูงถึง 8.8 พันล้านดอลลาร์
วูดส์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซลากยาวไปถึงไตรมาสที่สอง กำลังการผลิตของ Exxon ในตะวันออกกลางจะลดลงประมาณ 750,000 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นเกือบ 15% ของปริมาณการผลิตทั้งหมดของบริษัท
ทั้งนี้ ตั้งแต่สงครามเริ่มปะทุขึ้นจนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นแล้วประมาณ 57% ในขณะที่ราคาหุ้นของ Exxon ยังคงทรงตัว เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด



