
เปิดโปรไฟล์ "มือปืX" บุกยิงกลางทำเนียบขาว "ทรัมป์" เชื่อเป็นความพยายามลอบสังหารครั้งใหม่
เปิดโปรไฟล์ "มือปืX" บุกยิงงานเลี้ยงทำเนียบขาว! ครูหนุ่มแคลิฟอร์เนีย ดีกรีวิศวกร ด้าน "ทรัมป์" เชื่อเป็นความพยายามลอบสังหารครั้งใหม่
ระทึกโลก! เผยโฉมหน้ามือปืนบุกยิงกลางงานเลี้ยงนักข่าวทำเนียบขาว (WHCD 2026) ที่แท้เป็นครูหนุ่มจากแคลิฟอร์เนีย ดีกรีไม่ธรรมดาจบวิศวะฯ มหาลัยดัง แถมเคยเป็นนักวิจัย NASA แฝงตัวพกอาวุธหนักทั้งปืนช็อตกันและมีดสั้น หวังสังหาร "โดนัลด์ ทรัมป์" คาเวที อัยการจ่อฟ้องหนักพรุ่งนี้ หลังทำ จนท. อารักขาบาดเจ็บ 1 นาย
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 เมษายน 2569 ณ โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ขณะที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ และ นางเมลาเนีย พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่กำลังร่วมงานเลี้ยง ทันใดนั้นเกิดเสียงปืนดังสนั่น 5-8 นัด บริเวณจุดตรวจความปลอดภัย (Security Checkpoint) ก่อนถึงห้องจัดเลี้ยง ทำเอาแขกเหรื่อนับพันรวมถึงนักข่าวต่างพากันหมอบลงใต้โต๊ะด้วยความโกลาหล โดยหน่วย Secret Service ได้พุ่งชาร์จตัวมือปืนเอาไว้ได้ก่อนจะถึงตัวทรัมป์เพียงไม่กี่ก้าว
เปิดประวัติ "โคล โทมัส อัลเลน" ครูหนุ่มโปรไฟล์หรูแต่แฝงความคลั่ง
- จากการตรวจสอบเบื้องต้น มือปืนรายนี้คือ นายโคล โทมัส อัลเลน (Cole Tomas Allen) วัย 31 ปี จากเมืองทอร์รันซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งโปรไฟล์เบื้องหลังทำเอาหลายคนอึ้ง:
- อาชีพ: เป็นครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่แอลเอ และเป็นนักผลิตวิดีโอเกมขนาดเล็กชื่อ "Bohrdom"
- การศึกษา: ดีกรีวิศวกรรมเครื่องกลจาก Caltech และปริญญาโทวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ รวมถึงเคยได้รับทุนวิจัยจาก NASA
- อาวุธที่ใช้: พบปืนลูกซอง (Shotgun), ปืนสั้น และมีดสั้นหลายเล่ม พยายามวิ่งฝ่าเครื่องตรวจโลหะด้วยความรวดเร็ว
"ทรัมป์" เชื่อเป็นความพยายามลอบสังหารครั้งใหม่
ภายหลังเหตุการณ์ ทรัมป์ได้เปิดแถลงข่าวทันทีที่ทำเนียบขาว โดยระบุว่ามือปืนรายนี้ดู "ชั่วร้าย" และเป็นพวก "หมาป่าโดดเดี่ยว" (Lone Wolf) ที่ต้องการสร้างชื่อจากการทำร้ายคนดัง พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่ Secret Service ที่สกัดกั้นไว้ได้ทัน โดยมีเจ้าหน้าที่ถูกยิงติดเสื้อกันกระสุน 1 นาย แต่อาการปลอดภัย
ด้านอัยการสูงสุด ทอดด์ บลานเช่ และอัยการ จีนีน ปีร์โร เตรียมยื่นฟ้องอัลเลนในวันจันทร์นี้ (27 เม.ย. 69) ในข้อหาหนัก ทั้งพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน, ใช้อาวุธปืนก่ออาชญากรรมรุนแรง และทำร้ายร่างกายโดยมีอาวุธร้ายแรง ซึ่งคาดว่าจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมตามมาอีกเป็นขบวน แม้จะยังไม่มีการยืนยันแรงจูงใจทางการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความปลอดภัยของผู้นำสหรัฐฯ ที่ยังคงสุ่มเสี่ยง ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งที่รุนแรงในสังคมอเมริกา



