ข่าว

ปากพาซวย! การเจรจาเพื่อยุติสงคราม กับ อิหร่าน "ชะงัก" เพราะคำพูดของทรัมป์

ปากพาซวย! การเจรจาเพื่อยุติสงคราม กับ อิหร่าน "ชะงัก" เพราะคำพูดของทรัมป์

23 เม.ย. 2569

ปากพาซวย! เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผย การเจรจา กับ "อิหร่าน" เพื่อยุติสงครามชะงัก เพราะคำพูดของ "ทรัมป์" ด้านอิหร่าน ยัน สหรัฐฯ ต้องยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านก่อน จึงจะเริ่มการเจรจาได้อีกครั้ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อ้างถึงรัฐบาลอิหร่านว่า "แตกแยกอย่างรุนแรง" เมื่อเขาขยายเวลาหยุดยิงเพื่อให้เวลาอิหร่านคิดหาข้อเสนอที่ "เป็นเอกภาพ" ซึ่งการที่คณะผู้แทนการเจรจาของอิหร่าน ไม่ไปปรากฎตัวที่ปากีสถาน เพื่อเจรจารอบที่สองกับรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ แสดงให้เห็นว่า ผู้นำอิหร่านแตกแยกมากเพียงใด แต่แนวคิดนี้ สวนทางกับผู้สังเกตการณ์ที่ว่า อิหร่านมองเห็นสิ่งต่างๆ แตกต่างออกไป อิหร่านยืนยันว่าสหรัฐฯ ต้องยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านก่อน จึงจะสามารถเริ่มการเจรจาได้อีกครั้ง นักวิเคราะชี้ว่า เป็นการตีความผู้นำอิหร่านผิดอย่างร้ายแรง พวกเขามีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาก และเราได้เห็นสิ่งนี้ในการดำเนินสงครามและการเจรจา

ปากพาซวย! การเจรจาเพื่อยุติสงคราม กับ อิหร่าน "ชะงัก" เพราะคำพูดของทรัมป์

การปกครองในอิหร่านมีความซับซ้อนมากขึ้น นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอล กำจัดผู้นำทางทหารและทางการเมืองระดับสูง รวมถึงอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด ทำให้กลุ่มบุคคลระดับสูง ที่เคยแข่งขันกันจากทุกฝ่ายทางการเมือง ได้เข้ามาตัดสินอนาคตของประเทศภายใต้ภัยคุกคามของสงครามที่อาจทำลายล้างชาติ และท่ามกลางการขาดหายไปอย่างเห็นได้ชัดของผู้มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้าย อย่างโมจตาบา คาเมเนอี ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดาผู้ล่วงลับในฐานะผู้นำสูงสุดคนใหม่ ทำให้กลุ่มบุคคลนี้ถูกบีบให้ต้องสร้างสมดุลระหว่างวิสัยทัศน์ของพวกเขา สำหรับอนาคตของอิหร่านกับแรงกดดันภายในประเทศ จากกลุ่มหัวแข็งที่ปฏิเสธที่จะประกาศความพ่ายแพ้ และแรงกดดันภายนอกจากการผลักดันของทรัมป์ให้ประกาศชัยชนะ

แต่ต่อให้มีความแตกต่างทางการเมือง แต่กลุ่บุคคลเหล่านี้ ต้องมุ่งมั่นที่จะแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีต่อสาธารณะ แม้ว่าพวกเขาจะมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับสงคราม และดำเนินการทางการทูตกับสหรัฐฯ ก็ตาม พวกเขามีความสอดคล้องกันมากขึ้นกว่าก่อนสงคราม เนื่องจากมีขนาดเล็กลงมาก จึงมีความเป็นเอกภาพมากขึ้นในเรื่องกลยุทธ์ที่พวกเขาใช้ในสงคราม เมื่อเทียบกับข้อจำกัดต่างๆ ในยุคของอาลี คาเมเนอี

ปากพาซวย! การเจรจาเพื่อยุติสงคราม กับ อิหร่าน "ชะงัก" เพราะคำพูดของทรัมป์

แม้กระทั่งตอนที่โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา เดินทางไปเจรจารอบแรกที่กรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน เขาก็ไปพร้อมกับทีมเจ้าหน้าที่จำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน คนเหล่านี้เป็นตัวแทนของกลุ่มการเมืองที่หลากหลาย ที่ดูเหมือนจะเป็นเจตนาให้เห็นถึงความสามัคคี ส่วนตัวแปรที่ทำให้การเจรจาชะงักงัน ก็คือ ทรัมป์ เจ้าหน้าที่บางคนของรัฐบาลทรัมป์ ยอมรับเป็นการส่วนตัวว่า คำพูดของประธานาธิบดีต่อสาธารณะ "ส่งผลเสียต่อการเจรจา" โดยชี้ให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของการเจรจาและความไม่ไว้วางใจอย่างมากของอิหร่านที่มีต่อสหรัฐฯ

 

 

เมื่อเผชิญกับภัยคุกคามจากการถูกทำลายล้าง ระบอบการปกครองของอิหร่านได้ยุบระบบศูนย์อำนาจคู่แข่งแบบดั้งเดิม ที่ดำเนินมาเกือบ 5 ทศวรรษ โครงสร้างในภาวะสงครามแบบใหม่ ได้รวมนักเจรจาและผู้ปฏิบัติงานทางการเมืองไว้ภายใต้ร่มเงาทางทหารเดียว โดยมีเป้าหมายเพื่อนำพาสาธารณรัฐอิสลามออกจากวิกฤตโดยไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากวิธีการปกครอง ในช่วง 37 ปี ภายใต้การนำของผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี 

เมื่อ โมจตาบา บุตรชายของอาลี คาเมเนอี ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุด แต่ยังคงหลบซ่อนตัว ที่บ่งชี้ว่า เขาได้รับบาดเจ็บหรือทุพพลภาพอย่างรุนแรง ก็ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนว่า เขาได้ออกคำสั่งที่ชัดเจนแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือไม่ หรือว่าต้องเดาเอาเองว่าเขาต้องการอะไรโดยปราศจากคำสั่งที่เฉพาะเจาะจง

นักวิเคราะห์ชี้ว่า "ระบบในปัจจุบันทำงานในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ในอดีตมีสถาบันต่างๆ ที่มีหน้าที่หารือเกี่ยวกับเรื่องยุทธศาสตร์และนำเสนอข้อเสนอแนะต่อผู้นำสูงสุดเพื่อให้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่ตอนนี้การเข้าถึงผู้นำสูงสุดไม่สามารถทำได้บ่อยเท่าที่ควร นั่นหมายความว่าเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ มีช่องทางในการดำเนินการมากขึ้นในการตัดสินใจเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องดำเนินการในเรื่องสงครามและสันติภาพ"