ข่าว

พิษสงคราม! ทำ "ถุงยางอนามัย" มาเลเซีย ปรับขึ้นราคาสูงสุด 30%

พิษสงคราม! ทำ "ถุงยางอนามัย" มาเลเซีย ปรับขึ้นราคาสูงสุด 30%

22 เม.ย. 2569

พิาสงคราม! บริษัท "คาเร็กซ์" (Karex Bhd) ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่ที่สุดของโลกจากมาเลเซีย เตรียมปรับขึ้นราคา 20% ถึง 30% เนื่องจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน

สำนักข่าว Reuters รายงานอ้างการเปิดเผยของ โกห์ มีอาห์ เกียต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO ของคาเร็กซ์ ว่า คาเร็กซ์กำลังเผชิญกับความต้องการถุงยางอนามัยที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ค่าขนส่งก็เพิ่มสูงขึ้น และความล่าช้าในการจัดส่ง ทำให้ลูกค้าหลายรายมีสินค้าคงคลังน้อยกว่าปกติ

"ราคาสินค้าสูง เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องผลักภาระต้นทุนไปให้ลูกค้าในตอนนี้" CEO ของคาเร็กซ์ กล่าว

พิษสงคราม! ทำ "ถุงยางอนามัย" มาเลเซีย ปรับขึ้นราคาสูงสุด 30%

คาเร็กซ์ผลิตถุงยางอนามัยมากกว่า 5 พันล้านชิ้นต่อปี และเป็นผู้จัดจำหน่ายให้กับแบรนด์ชั้นนำอย่าง "ดูเร็กซ์" (Durex) และ "โทรจัน" (Trojan) รวมถึงหน่วยงานสาธารณสุขแห่งชาติ เช่น NHS ของสหราชอาณาจักร และโครงการระดับโลกที่ดำเนินการโดยสหประชาชาติ หรือ UN 

สงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานและปิโตรเคมี จากตะวันออกกลาง ทำให้การจัดหาวัตถุดิบหยุดชะงัก ซึ่งโกห์กล่าวว่า นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทคาเร็กซ์พบว่า ต้นทุนเพิ่มขึ้นสำหรับทุกอย่าง ตั้งแต่ยางสังเคราะห์ และไนไตรล์ ที่ใช้ในการผลิตถุงยางอนามัย ไปจนถึงวัสดุบรรจุภัณฑ์และสารหล่อลื่น เช่น ฟอยล์อะลูมิเนียม และซิลิโคนออยล

เขาบอกอีกว่า คาเร็กซ์มีสินค้าเพียงพอสำหรับอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และกำลังมองหาแนวทางเพิ่มผลผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากสต๊อกถุงยาง อนามัยทั่วโลก ลดลงอย่างมาก หลังมีการลดงบประมาณช่วยเหลือต่างประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ ยูเอสเอด (USAID) เมื่อปีที่แล้ว

พิษสงคราม! ทำ "ถุงยางอนามัย" มาเลเซีย ปรับขึ้นราคาสูงสุด 30%

เขาบอกอีกว่า ความต้องการถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ในปีนี้ และการหยุดชะงักของการขนส่งยิ่งทำให้ปัญหาการขาดแคลนรุนแรงขึ้น ซึ่งการจัดส่งสินค้าของคาเร็กซ์ไปยังปลายทางต่าง ๆ เช่น ยุโรปและสหรัฐฯ ขณะนี้ ใช้เวลาเกือบ 2 เดือน
กว่าจะไปถึงปลายทาง หลังจากก่อนหน้านี้ใช้เวลาราว 1 เดือน โดยพบว่ามีถุงยาง อนามัยจำนวนมาก ที่ค้างอยู่บนเรือ ที่ยังไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง แต่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งมีสต๊อกไม่เพียงพอ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการขนส่งสินค้า