
สะเทือน NATO! "ทรัมป์" ขู่ทิ้งพันธมิตร ฉุน ยุโรปไม่ช่วย ถล่มอิหร่าน
ทรัมป์ ต้อนรับ เลขาธิการ NATO ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขู่ทิ้งพันธมิตร ฉุน ไม่ช่วย ถล่มอิหร่าน
สำนักข่าว Reuters รายงานข่าว เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้การต้อนรับ มาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO ณ ทำเนียบขาว ในขณะที่สงครามกับอิหร่านได้ผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และสมาชิกกลุ่มพันธมิตรทางทหารอื่นๆ ไปสู่จุดวิกฤต
ตามรายงานข่าวระบุว่า ทรัมป์ได้ขู่ว่าจะถอนตัวออกจากกลุ่มพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่มีสมาชิก 32 ประเทศ และในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เขาได้ออกมาตำหนิพันธมิตรในยุโรปอย่างรุนแรง โดยอ้างว่าพันธมิตรเหล่านี้ให้การสนับสนุน "ไม่เพียงพอ" ต่อปฏิบัติการทิ้งระเบิดในอิหร่านที่สหรัฐฯ และอิสราเอลดำเนินการร่วมกัน
ทรัมป์ได้เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ที่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ร่วมกันทำลายการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม นักการทูตยุโรปสองรายระบุว่า เป็นเรื่องยากที่ประเทศในยุโรปจะเข้าร่วมภารกิจเก็บกวาดทุ่นระเบิดหรือภารกิจอื่นๆ เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือ ตราบใดที่การสู้รบยังคงดำเนินอยู่
ความขัดแย้งเรื่องอิหร่านได้ทำให้ความกังวลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเลวร้ายลง โดยลามไปถึงประเด็นเรื่องยูเครน กรีนแลนด์ และงบประมาณทางทหาร แม้ว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ จะให้คำมั่นเป็นการส่วนตัวกับรัฐบาลในยุโรปว่า คณะทำงานของทรัมป์ยังคงยึดมั่นต่อ NATO ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ยุโรปที่เกี่ยวข้องกับการสนทนาดังกล่าว
ในการพบกันครั้งนี้ คาดว่านายรุตเตอจะแสดงเจตจำนงร่วมกันในการฟื้นฟูการค้าทางทะเลให้กลับมาเป็นปกติ หลังจากที่การสู้รบส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ เขายังถูกคาดหมายว่าจะพยายามโน้มน้าวให้ผู้นำสหรัฐฯ หยุดการวิพากษ์วิจารณ์ NATO ต่อสาธารณะ พร้อมทั้งนำเสนอขั้นตอนที่ประเทศในยุโรปกำลังดำเนินการเพื่อเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ
เจ้าหน้าที่ NATO ระบุว่า รุตเตอจะพยายามเพิ่มความร่วมมือในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และหารือเกี่ยวกับสงครามในอิหร่านและยูเครน แต่ยังไม่แน่ชัดว่า NATO ซึ่งเป็นพันธมิตรที่เน้นการป้องกันในอเมริกาเหนือและยุโรป จะเข้ามามีบทบาทในตะวันออกกลางมากน้อยเพียงใด โดยนักการทูตรายหนึ่งกล่าวว่า รุตเตอไม่ได้รับมอบหมายจากผู้นำยุโรปให้ทำข้อตกลงผูกมัดใดๆ เกี่ยวกับปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซในการพบกับทรัมป์ครั้งนี้ครับ



