ข่าว

"ทรัมป์" สั่งถล่มอิหร่านกลับยุคหิน ยุติสงครามใน 3 สัปดาห์

"ทรัมป์" สั่งถล่มอิหร่านกลับยุคหิน ยุติสงครามใน 3 สัปดาห์

02 เม.ย. 2569

​"ทรัมป์" ประกาศกร้าวกลางทำเนียบขาว! สั่งเดินหน้าปฏิบัติการ "Epic Fury" ขยี้อิหร่านให้กลับสู่ยุคหินภายใน 3 สัปดาห์ ยันเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ที่โลกต้องจดจำ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงต่อชาติ (presidential address to the nation) เกี่ยวกับสงครามอิหร่าน จากทำเนียบขาว เมื่อค่ำวันพุธ (2 เม.ย.) ตามเวลาในสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการกล่าวทักทายชาวอเมริกัน แสดงความยินดีต่อองค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ นาซา (NASA) และนักบินอวกาศทั้ง 4 คน ในความสำเร็จในการปล่อยภารกิจ "อาร์เทมิส ทู" (Artemis II) 

 

"ทรัมป์" สั่งถล่มอิหร่านกลับยุคหิน ยุติสงครามใน 3 สัปดาห์

 

ทรัมป์ คาดว่า สงครามจะยืดเยื้อไปอีก 2-3 สัปดาห์ และมองว่าใกล้จะจบลงแล้ว เขายกย่องความสำเร็จของปฏิบัติการของสหรัฐฯ ที่มีชื่อว่า "ปฏิบัติการอีพิคพิวรี่" (Operation Epic Fury) และย้ำว่าสงครามจะไม่ยืดเยื้อนาน "เราจะทำงานให้เสร็จ และเราจะทำมันให้เสร็จอย่างรวดเร็ว" พร้อมยกย่องความคืบหน้าทางทหารที่สหรัฐฯ ทำได้ ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอธิบายว่าการ

ทิ้งระเบิดต่อเนื่องหลายสัปดาห์นั้นเป็น "ชัยชนะที่น้อยคนนักจะได้เห็นมาก่อน" และขอให้ทุกคนอดทน โดยเรียกสงครามครั้งนี้ว่าเป็น "การลงทุน" ในอนาคตของชาวอเมริกัน

 

 

สำหรับ การโจมตีของสหรัฐฯ ครั้งนี้ เป็นการแก้แค้นต่อความรุนแรงที่อิหร่านและกลุ่มพันธมิตรได้ก่อขึ้นเกือบครึ่งศตวรรษ เนื่องจากไม่สามารถปล่อยให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ 

 

 

ทรัมป์ไม่ได้ให้คำตอบใหม่ใดๆ สำหรับคำถามหลักที่อยู่ในใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก นั่นคือ สงครามจะจบลงเมื่อใดกันแน่ เขาบอกเพียงว่า "ผมยินดีที่จะบอกว่า เป้าหมายเชิงกลยุทธ์หลักเหล่านี้ใกล้จะสำเร็จแล้ว" และย้ำคำมั่นสัญญาที่ว่า จะทิ้งระเบิดอิหร่าน "ให้กลับไปสู่ยุคหิน" (back to the stone age) ในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า

 

 

ส่วนการเจรจาทางการทูตที่ทรัมป์เคยอ้างว่า มีความคืบหน้า เขาก็ไม่ได้แสดงสัญญาณแห่ง

ความหวังใหม่ใดๆ ตรงกันข้าม เขาเพียงแต่ย้ำคำขู่ที่จะยกระดับความขัดแย้งด้วยการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ซึ่งเป็นการกระทำที่เสี่ยงต่อการขยายวงกว้างของสงครามที่เขาเพิ่งเริ่มต้น "ขาย" ให้กับสาธารณชนชาวอเมริกัน เขาพูดถึงผู้นำอิหร่านด้วยว่า

 

"กลุ่มใหม่นี้หัวรุนแรงน้อยกว่าและมีเหตุผลมากกว่า แต่หากในช่วงเวลานี้ไม่มีข้อตกลง

ใดๆ เกิดขึ้น เราก็ยังคงจับตาดูเป้าหมายสำคัญๆ อยู่"