
ลูกชาย "คาเมเนอี" รับตำแหน่งผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ ‘ทรัมป์’ ขู่ซ้ำลั่น! อยู่ไม่ได้นาน
สายเลือดเหล็ก! ‘โมจตาบา คาเมเนอี’ ผงาดผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ หลังบิดาถูกปลิดชีพ ‘ทรัมป์’ ขู่ซ้ำ อยู่ไม่นานแน่ถ้าไม่ฟังคำสั่ง!
อิหร่านประกาศกร้าว! สภาผู้เชี่ยวชาญมีมติเอกฉันท์แต่งตั้ง ‘โมจตาบา คาเมเนอี’ บุตรชายวัย 56 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) คนที่ 3 สืบทอดอำนาจต่อจากบิดาผู้ล่วงลับทันที ท่ามกลางวิกฤตสงครามที่ระอุถึงขีดสุด ขณะที่ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ปธน.สหรัฐฯ ออกโรงเบรกแรง ลั่นผู้นำใหม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากตน ไม่อย่างนั้นอาจมีจุดจบไม่ต่างจากคนก่อน!
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 สภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งประกอบด้วยคณะนักบวชชั้นสูง 88 รูป ได้ประกาศชื่อ โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) เป็นผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างเป็นทางการ หลังจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี บิดาของเขาถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศโดยกองกำลังผสมสหรัฐฯ-อิสราเอล เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ใครคือ ‘โมจตาบา’ ผู้นำที่โลกจับตามอง?
- สายลับในเงามืด: แม้จะไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการในรัฐบาล แต่โมจตาบาคือ "ผู้กุมอำนาจหลังม่าน" มายาวนาน และมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับ กองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
- นักบวชสายเหยี่ยว: เขาเรียนจบด้านเทววิทยาจากเมืองกุม (Qom) และมีแนวคิดอนุรักษนิยมสุดโต่งเช่นเดียวกับบิดา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าการเลือกเขาขึ้นมาคือสัญญาณการเตรียมพร้อมสู้ศึกแบบ "ตายเป็นตาย"
- อำนาจเบ็ดเสร็จ: ในฐานะผู้นำสูงสุดคนใหม่ เขาจะมีอำนาจตัดสินใจขั้นเด็ดขาดในทุกเรื่อง ตั้งแต่กลยุทธ์สงครามไปจนถึงโครงการนิวเคลียร์
ปฏิกิริยาชาวโลก: ตะวันออกกลางลุกเป็นไฟ
- สหรัฐฯ (ทรัมป์): ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ผ่าน ABC News อย่างดุเดือดว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ "ยอมรับไม่ได้" และขู่ว่าผู้นำคนใหม่จะอยู่ไม่นานแน่นอนหากไม่เจรจาตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ
- อิสราเอล: ประกาศชัดเจนว่าจะเดินหน้าล่าตัวผู้นำสูงสุดคนใหม่และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสืบทอดอำนาจครั้งนี้ พร้อมสั่งบุกพื้นที่ยุทธศาสตร์ในเลบานอนต่อทันที
- ราคาน้ำมันโลก: ข่าวการเปลี่ยนผู้นำบวกกับสงครามที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 - 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี
การก้าวขึ้นสู่อำนาจของโมจตาบา คาเมเนอี ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวผู้นำ แต่คือการเดิมพันด้วยอนาคตของอิหร่านท่ามกลางระเบิดและขีปนาวุธ ซึ่งทั่วโลกกำลังเฝ้าดูว่าผู้นำ "สายเลือดเหล็ก" คนนี้จะเลือกทางเจรจาหรือจะพากองทัพเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ จนถึงหยดสุดท้าย



