
''สีหศักดิ์'' เตรียมแผนอพยพคนไทยกลับ โดยใน UAE ขออพยพกว่า 1,000 คน
''สีหศักดิ์'' เผยคนไทยใน UAE ขออพยพแล้วกว่า 1,000 คน ขณะที่รัฐบาลพร้อมอพยพคนไทยในอิหร่าน โดยใช้ทางบกเข้าตุรกีก่อนส่งเครื่องบินรับ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.จากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านจนมีการตอบโต้ โดยย้ำท่าทีของประเทศไทยว่า มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ เพราะมีผลกระทบต่อสันติภาพ และความมั่นคงของภูมิภาคและโลก อยากให้มีการเจรจาแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ และห่วงใยความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงคนไทยในอิหร่านราว 200 กว่าคน ว่ามีคนไทยแสดงความประสงค์ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือในการอพยพกว่า 20 คน ซึ่งรัฐบาลก็มีความพร้อม แม้น่านฟ้าในตะวันออกกลางจะปิด แต่ก็สามารถใช้วิธีการอพยพทางบกโดยรถยนต์ไปยังชายแดนตรุกี ระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร ซึ่งจะต้องมีการประสานอิหร่าน เพื่อให้การเดินทางเป็นไปโดยสะดวกและปลอดภัย พร้อมให้หลักประกันด้านมนุษยธรรม ก่อนที่จะเดินทางกลับด้วยเครื่องบิน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ จะมีศูนย์ปฏิบัติการณ์ที่บริเวณชายแดนตรุกี เพื่ออำนวยความสะดวก และหากจำนวนผู้อพยพไม่มาก ก็สามารถใช้เครื่องบินพาณิชย์ได้ แต่ในอิสราเอลที่มีคนไทยกว่า 65,000 คนนั้น คาดว่า อิสราเอลจะสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธ ควบคุมสถานการณ์ได้ และยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ รวมถึงยังไม่มีคนไทยแสดงความจำนงขอเดินทางกลับ ซึ่งรัฐบาลอิสราเอล ให้ความสำคัญและพร้อมดูแลความปลอดภัยอย่างดี
ส่วนสถานการณ์ในสหรัฐอารับเอมิเรต หรือ UAE นั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ในดูไบ และอะบูดาบี มีพลเมืองไทยอยู่มาก และมีคนไทยแสดงความจำนงขอเดินทางกลับกว่า 1,000 คน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทย คาดว่า จะสามารถประสานโอมาน เพื่อใช้สนามบินในเมืองมัสคัตได้ เนื่องจากยังคงเปิดทำการอยู่และมีเที่ยวบินพาณิชย์ ซึ่งรัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกกระบวนการต่าง ๆ พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ในบาเรนห์ที่มีคนไทยประมาณ 6,500 คน ประเทศกาตาร์ และคูเวตว่า สถานทูตอยู่ระหว่างการสำรวจความประสงค์ว่า ต้องการเดินทางกลับหรือไม่ โดยจะใช้เส้นทางการอพยพทางบก เพื่อไปยังซาอุดีอาราเบียก่อน ซึ่งสนามบินยังคงเปิดอยู่
นายสีหศักดิ์ ยังย้ำว่า ในทุกฉากทัศน์รัฐบาลมีความพร้อม และมีศูนย์ปฏิบัติการณ์ช่วยญาติ ประสานกับสถานทูต เพื่อให้เกิดความสบายใจกับญาติได้ พร้อมคาดว่า สถานการณ์จะยืดเยื้อ เป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอล เชื่อว่า จะไม่ใช่เพียงการขจัดภัยนิวเคลียร์อย่างเดียว จึงอาจทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อ และอิหร่าน ก็มุ่งมั่นที่จะโต้ตอบไปหลายประเทศที่มีฐานทัพอเมริกา และยังไม่มั่นใจว่า สถานการณ์ในอิหร่านจะเป็นอย่างไร ดังนั้น รัฐบาลไทย นอกจากจะต้องเตรียมความพร้อมอพยพแล้ว ยังต้องรับมือกับสถานการณ์ภายในประเทศไทยด้วย พร้อมย้ำว่า แม้จะมีความจำเป็นเดินทางไปตะวันออกกลาง ในระยะนี้ก็ขอให้หลีกเลี่ยง



