
สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ปฏิเสธความเกี่ยวข้อง "สาธารณรัฐกอทูเล"
สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ออกโรงโต้ ยันไม่รับรองการประกาศเอกราชของกลุ่ม KTLA ซ่้ำยังนำชื่อ "กอทูเล" มาใช้ผิดทาง บ่อนทำลายการปฏิวัติกะเหรี่ยง
คณะกรรมการบริหารกลางสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU)ได้ออกแถลงการณ์จุดยืนของ KNU ต่อการประกาศเอกราชของสาธารณรัฐกอทูเล โดยกองทัพกอทูเล(Kawthoolei Army: KTLA) ว่า สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ขอชี้แจงให้ทราบว่า "ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ" โดยสิ้นเชิง ระหว่าง KNU กับ "รัฐบาลกอทูเล" รวมถึงการประกาศเอกราชของ สาธารณรัฐกอทูเล ซึ่งถูกประกาศโดยกองทัพกอทูเลเหล ภายใต้การนำของ ซอ เนอ ดา เมียะ เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569
จากกรณีที่ ซอ เนอดา เมียะ ถูกกล่าวหาว่าได้ก่ออาชญากรรมสงครามและได้ละเมิดกฎระเบียบและข้อบังคับที่กำหนดโดย KNU ซ้ำแล้วซ้ำเล่า KNU จึงได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2564 ให้ถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดขององค์การป้องกันแห่งชาติกะเหรียง (Karen National Defense Organization: KNDO) และออกจาก KNU
ต่อมา เมื่อ ซอ เนอดา เมียะได้ประกาศจัดตั้งกลุ่มที่แยกออกมาเรียกว่า กองทัพกอทูเลซูเล(Kawthoolei Army: KTLA) ในเดือนกรกฎาคม 2564 KNU ได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ยืนยันว่า KNU ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับกิจกรรมหรือการดำเนินการของ KTLA
การกระทำของกลุ่มดังกล่าวไม่มีเป้าหมาย อีกทั้งขาดอุดมการณ์ในการปฏิวัติกะเหรี่ยงและไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ อีกทั้งยังไม่เป็นไปตามคุณค่าและหลักการของการสร้างชาติที่พวกเรามุ่งหวัง การกระทำดังกล่าวมิใช่อะไรอื่น นอกจากการนำชื่อ "กอทูเล" มาใช้ในทางที่ผิด และเป็นการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของการปฏิวัติกะเหรี่ยงและประชาชนชาวกะเหรี่ย
โครงสร้างการบริหารของ KNU ถูกวางรากฐานขึ้นจากการจัดการประชุมสมัชชาระดับเขตและระดับกลางทุก ๆ สี่ปี (ยกเว้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน) ครอบคลุมทั้ง 7 เขตการปกครอง ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญของ KNU ผู้นำทางการเมืองและฝ่ายบริหาร ซึ่งได้รับการเลือกตั้งในระดับเขตและระดับกลางจะทำหน้าที่ด้าน การบริหาร การให้บริการสาธารณะ ความมั่นคง และการป้องกันประเทศ
นอกจากนี้ KNU ยังได้ต่อสู้ต่อต้านระบอบเผด็จการทุกรูปแบบ รวมถึงเผด็จการทหารในเมียนมามาอย่างยาวนาน โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปฏิวัติอื่น ๆ ที่มีจุดยืนและเป้าหมายร่วมกัน ภายใต้บริบทของพัฒนาการทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้น
ภายหลังการรัฐประหารทางทหารในปี 2564 KNU ได้ปรับทิศทางและยกระดับบทบาทของตน โดยมุ่งมั่นดำเนินการเพื่อสร้าง รัฐกอทูเล หรือ หน่วยสหพันธรัฐกอทูเล ที่สอดคล้องกับมาตรฐานประชาธิปไตย มีการเป็นตัวแทนที่กว้างขวางยิ่งขึ้นโดยไม่คำนึงถึงเพศ เชื้อชาติ และศาสนา ตั้งอยู่บนหลักความเสมอภาคของชนชาติ และสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองอย่างสมบูรณ์
ทั้งนี้ KNU ได้แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับความพยายามดังกล่าวต่อคณะทูต องค์กรทางการทูต สาธารณชน และสื่อมวลชนเป็น
ระยะอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ KNU ยังคงมุ่งมั่นทำงานร่วมกับองค์กรปฏิวัติของชนชาติอื่น กองกำลังประชาธิปไตย และประชาชน เพื่อสถาปนาสหพันธรัฐที่ตั้งอยู่บนหลัก สพพันธรัฐจากล่าวขึ้นบน (bottom-up federalism) กล่าวคือ การมุ่งสร้างสหพันธรัฐประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ผ่านการเสริมสร้างโครงสร้างระดับรัฐให้มีความเข้มแข็ง



