
สาวใหญ่ปวดฟันคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก ช็อกหนักเป็นมะเร็งลิ้นระยะสุดท้าย
อย่าชะล่าใจ สาวใหญ่ปวดฟันเรื้อรังคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก ช็อกหนักเป็นมะเร็งลิ้นระยะสุดท้าย เตือนกลุ่มเสี่ยงสูง 5 กลุ่ม ใครมีพฤติกรรมเหล่านี้พบแพทย์ด่วน
17 ก.ย. 2567 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวสุดช็อก ของเคสผู้ป่วยหญิงวัย 70 ปี จากฮานอย ประเทศเวียดนาม มีประวัติเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและความดันโลหิตสูง เนื่องจากหญิงชรามีอายุที่เยอะจึงมีปัญหาด้านความจำ สับสน มันงงอยู่บ่อยครั้ง
ลูกสาวของเธอเล่าว่า แม่ของเธอมักบ่นว่าปวดฟัน เจ็บปวดบริเวณปากอยู่บ่อยครั้ง โดยครอบครัวชะล่าใจคิดว่าแม่ของเขาปวดฟันธรรมดา เลยไม่ได้พาไปพบทันตแพทย์ แต่เนื่องจากแม่ของเขาบ่นอยู่บ่อยครั้ง และเห็นว่าแม่เริ่มทนไม่ไหวจึงพาไปหาหมอฟัน หลังการตรวจอย่างละเอียดแล้ว แพทย์แจ้งข่าวสุดช็อกกับครอบครัว แม่ของเธอเป็นมะเร็งลิ้น
นพ.เหงียน ฮง นุง ทันตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาช่องปาก เผยว่าจากการตรวจร่างกาย แพทย์พบว่าในช่องปากของผู้ป่วยมีเนื้องอกขนาดประมาณ 6 ซม. แข็ง มีกลีบจำนวนมากแทรกซึมอยู่รอบๆ แพร่กระจายไปยังด้านหลังของลิ้น โคนลิ้น และปากด้านซ้าย
บนพื้นผิวของเนื้องอกมีแผลพุพอง ทำให้ลิ้นเคลื่อนไหวลำบาก นอกจากนี้ยังมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรซ้าย จากการตรวจและการเอ็กซเรย์แพทย์พบว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งลิ้น มะเร็งลิ้นเป็นมะเร็งในช่องปากประเภทหนึ่งที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ป่วย
กลุ่มเสี่ยงเป็นมะเร็งลิ้น
- ผู้ที่มีนิสัยชอบดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นเวลานาน
- ผู้ที่มีนิสัยด้านสุขอนามัยช่องปากไม่ดี
- ผู้ที่มีนิสัยการกินที่ไม่สมเหตุสมผล
- ผู้ที่มีนิสัยชอบออรัลเซ็กซ์ที่ไม่ปลอดภัย
- ผู้ที่มียีนส์มะเร็ง อาจสืบทอดทางพันธุกรรม
หมอแนะนำว่า หากมีอาการผิดปกติใดๆ เกี่ยวกับลิ้น แก้ม หรือช่องปาก ควรไปพบทันตแพทย์ทันที อย่าปล่อยให้เรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งอย่างสม่ำเสมอ ในเคสนี้เนื่องจากผู้ป่วยสับสนและลืมตำแหน่งที่ปวด ทางครอบครัวจึงไม่คิดว่าเป็นมะเร็ง จึงไม่ได้พาผู้ป่วยไปตรวจทันเวลา เมื่อไปตรวจก็พบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว
โดยมีเนื้องอกขนาดใหญ่กว่า 4 ซม. ลุกลามจากเยื่อเมือกในช่องปากไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ หลอดเลือด และระบบโดยรอบอย่างสมบูรณ์ ในการรักษาผู้ป่วยรายนี้ วิธีที่ดีที่สุดคือการเอาบริเวณเนื้องอกทั้งหมดและบริเวณที่เกี่ยวข้องออก จากนั้นปรับรูปร่างลิ้นใหม่โดยใช้แผ่นปิดผ่าตัด
ที่มา : soha



