ข่าว

ผวาโตเกียว 'แบคทีเรียกินเนื้อคน' ระบาดไทยเสี่ยงไหม เช็กอาการเบื้องต้น

ผวาโตเกียว 'แบคทีเรียกินเนื้อคน' ระบาดไทยเสี่ยงไหม เช็กอาการเบื้องต้น

29 มี.ค. 2567

ผวาหนัก โตเกียว 'แบคทีเรียกินเนื้อคน' ระบาดติดเชื้อพุ่ง ประเทศไทยเสี่ยงหรือไม่ เช็กอาการเบื้องต้น พบความผิดปกติตามนี้รีบพบแพทย์

ผวาหนักเมื่อญี่ปุ่น ประกาศยอดผู้ติดเชื้อ "แบคทีเรียกินเนื้อคน" หรือ การระบาดของ เชื้อแบคทีเรียอันตราย  ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดร้ายแรง สเตรปโตคอคคัส กลุ่มเอ  เพิ่มสูงขึ้น โดยในกรุงโตเกียวพบคนติดเชื้อแล้ว 88 ราย สูงกว่าปีที่ผ่านมาถึงประมาณ 3 เท่า 

ขณะที่ทั้ง ญี่ปุ่น พบผู้ติดเชื้อ "แบคทีเรียกินเนื้อคน" จำนวน 517 ราย ซึ่งสูงกว่า 5 ปีก่อน ถึง 4 เท่า ทั้งนี้เชื้อดังกล่าวจัดว่าเป็นเชื้อที่อันตรายมาก เนื่องจากมีปลทำให้เกิดอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 30% และสามาถแพร่กระจายได้ผ่านละอองฝอยน้ำมูกน้ำลาย และการสัมผัสบาดแผลบนร่างกาย เมื่อติดเชื้อ

ทางการโตเกียวได้ออกประกาศว่า หากประชาชนมีอาการต่อไปนี้ เช่น ปวดและบวมที่แขนขา หรือมีไข้สูง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้การติดเชื้อ ให้รีบพบแพทย์ทันที พร้อมกับรักษาสุขอนามัย หมั่นล้างมือ และดูแลบาดแผลให้ดี 

 

 

ด้าน “ฮิโตชิ ฮอนดา” ศาสตราจารย์ด้านโรคติดเชื้อที่มหาวิทยาลัยสาธารณสุขฟูจิตะระบุว่า  อาการดังกล่าวไม่ใช่โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจเหมือนกับโรคปอดบวม หรือ โควิด-19 การแพร่ระบาดในตอนนี้ไม่น่าจะส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดใหญ่ 

 

 

สำหรับ  สเตรปโตคอคคัส กลุ่มเอ กระทรวงสาธารณะสุข ของประเทศไทย เคยให้ ข้อมูลเอาไว้ว่า โรคดังกล่าว ไม่ใช่เชื้ออุบัติใหม่ และเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ประเทศไทย เรียกว่า โรคไข้อีดำอีแดง หรือ Scarlet fever ทำให้เกิดการติดเชื้อของคอหอย บริเวณต่อมทอนซิล และระบบทางเดินหายใจ สามารถเกิดเกิดได้ทุกช่วงอายุ

 

 

อีกทั้งโรคนี้ยังสามารถติดต่อจากคนสู่คนโดยการใกล้ชิดและหายใจรับละอองฝอยของเสมหะ น้ำมูก น้ำลายที่มีเชื้อ ส่วนใหญ่อาการที่พบมักจะสังเกตุได้ง่ายๆ คือ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ไข้ และอาจมีผื่นนูนตามร่างกาย สัมผัสแล้วมีลักษณะสากๆ คล้ายกระดาษทรายนั้นเอง

 

 

ที่มา: independent