อีกกรณีตัวอย่างที่ตอกย้ำว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว ไม่ได้หมายความเสี่ยงติดเชื้อจะหมดไป และยังสามารถเป็นผู้แพร่เชื้อต่อได้ หากละเลยมาตรการป้องกันส่วนบุคคล เหมือนกรณีของนายแอนโทนี เฮสส์ ชายชาวออสเตรเลีย ที่ยอมรับว่า ตนเองเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ไวรัสโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา หลังจากจัดปาร์ตี้โดยไม่รู้ตัวว่าติดเชื้ออยู่ และได้แพร่เชื้อต่อไปอีกอย่างน้อย 60 คน จำนวนนี้ 20 คนเป็นผู้ติดเชื้อยืนยัน อีก 40 คนแสดงอาการอยู่ในเวลานี้ 

เฮสส์ ซึ่งสื่อในออสเตรเลียระบุว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่ง ไม่ก็ระบุว่าเป็นหนุ่มสังคมที่มีชื่อเสียงไม่ค่อยดีนัก เป็นที่รู้จักในฐานะเพื่อนของสเตซี แฮมป์ตัน ดาราจากรายการดัง Married At First Sight  พำนักในนครลอสแองเจลิสมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เดอะ เดลีย์ เมล์ ออสเตรเลีย ระบุว่า เฮสส์ วัย 40 ปี ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีในสหรัฐหลังเริ่มผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด-19  เขาฉีดวัคซีนโมเดอร์นาแล้ว 2 เข็ม
 

 หนุ่มออสฯจัดปาร์ตี้แพร่"เดลตา"ไม่รู้ตัว จากฉีดโมเดอร์นากลายเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์

 

ขณะจัดปาร์ตี้สุดสัปดาห์ วันที่ 9-11 ก.ค. ไม่รู้ตัวเลยว่าติดไวรัส เพิ่งมามีอาการแบบไม่รุนแรงช่วงกลางสัปดาห์ที่แล้ว  4 วันพอดีหลังดื่มฉลองกันสุดเหวี่ยง เฮสส์ กล่าวว่า เขาไม่รู้ว่าแพร่เชื้อต่อกี่คน แต่สัมผัสกับคนจำนวนมาก อาจเป็นร้อย เขารู้สึกผิดมาก เมื่อเพื่อนหลายสิบคนส่งข้อความไปบอกว่าพวกเขามีอาการ 

หลังผลตรวจพบเป็นผลบวก  เฮสส์นอนซมบนเตียง 5 วัน กินอะไรไม่ได้ เหงื่อออกเยอะมาก รู้สึกเหมือนกำลังจะตาย น้ำหนักลงฮวบ นอกจากนี้ยังมีอาการทั่วไป เช่น เจ็บคอ ไอแห้ง หายใจลำบากและคัดจมูก แต่เชื่อว่าหากไม่ฉีดวัคซีน อาการคงหนักกว่านี้  

เหตุที่แชร์ประสบการณ์ของตัวเอง เพราะอยากให้เป็นตัวอย่างว่าการแพร่เชื้อสายพันธุ์เดลตาโดยไม่รู้ตัวนั้น เกิดขึ้นง่ายมาก  โดยเฉพาะในออสเตรเลีย ที่มีประชากรเพียง 11% เท่านั้นที่ได้รับวัคซีนแล้ว “หลายคนในออสเตรเลียยังคิดว่าไม่ร้ายแรง แต่ไม่ใช่เลย แอลเอกำลังกลับมาเข้มงวด ไวรัสแพร่ไวมาก ไม่มีใครรู้ว่าใครมีเชื้ออยู่ ผู้คนกำลังล้มตาย " เขาเองไม่ได้เคร่งครัดเช่นกันจนกระทั่งเกิดกับตัวเอง