การแถลงข่าวจะมีวันพฤหัสฯ ที่ 10 มิ.ย. ก่อนเริ่มประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก หรือ จี 7 ที่คอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ ข้อมูลเบื้องต้นก่อนการแถลง แหล่งข่าวเผยว่า วัคซีนของโครงการดังกล่าวจะมอบให้ 92 ประเทศที่มีรายได้น้อย และให้สหภาพแอฟริกาในจำนวน 500 ล้านโดส จะแจกจ่ายในปี 2564 ก่อน 200 ล้านโดส เพียงพอที่จะคุ้มกันโรคให้กับประชาชน 100 ล้านคน ส่วนที่เหลือจะบริจาคให้เสร็จสิ้นในครึ่งปีแรกของปี 2565

 


นายเจก ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ เผยกับนักข่าวว่า นายไบเดนให้คำมั่นจะแบ่งปันวัคซีน เพราะเป็นเรื่องของสุขภาพของสาธารณชน และเป็นประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐ  “การประกาศแผนงานนี้มีขึ้นในทริปเยือนต่างประเทศครั้งแรกของนายไบเดน เพื่อแสดงให้เห็นว่า ประชาธิปไตยคือประเทศที่นำเสนอทางออกที่ดีที่สุดให้กับประชาชนทุกหนทุกแห่ง” นายซัลลิแวน กล่าวและว่า


“ท่านจะกล่าวว่า เราเคยเป็นปืนใหญ่แห่งประชาธิปไตยในสงครามโลกครั้งที่สอง ครั้งนี้เราก็จะเป็นปืนใหญ่ของวัคซีน เพื่อยุติโรคระบาด”


ขณะเดียวกัน นายไบเดน กล่าวย้ำเรื่องนี้ ระหว่างเยี่ยมทหารกองทัพสหรัฐและครอบครัวทหารที่ฐานทัพอากาศมิลเดยฮอลล์ มณฑลซัฟโฟล์กของอังกฤษ


“เราต้องการทำให้ชัดว่า สหรัฐอเมริกากลับมาแล้ว และเหล่าประชาธิปไตยยืนเคียงข้างกันเพื่อต่อสู้กับอุปสรรคและปัญหาที่หนักหนาสาหัสที่สุด และจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในอนาคตของเรา เราจึงจะยึดมั่นในการนำด้วยความแข็งแกร่ง ปกป้องอุดมการณ์ของเรา และส่งต่อไปยังประชาชนของเรา”


คำประกาศเรื่อง สหรัฐทุ่มซื้อวัคซีนแจกโลก มีต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ก่อนที่ทำเนียบขาวเผยว่า จะบริจาควัคซีนให้นานาประเทศ 25 ล้านโดสให้กับชาติอเมริกากลาง เอเชีย แอฟริกา และประเทศอื่นๆ ที่ขาดแคลน


เมื่อนับรวมทั้งหมด ทำเนียบขาวประกาศแผน บริจาควัคซีนผ่านโคแว็กซ์ 80 ล้านโดสทั่วโลก ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ สหรัฐจะเก็บวัคซีนที่เหลือไว้สำรองเหตุฉุกเฉิน และแบ่งปันกับชาติพันธมิตร หลังจากเคยมอบให้เกาหลีใต้ ไต้หวัน และยูเครน ไปแล้ว

ขณะนี้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ทั่วโลกมีมากกว่า 175 ล้านคน ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้วเกิน 3.7 ล้านราย


สหรัฐยังครองอันดับหนึ่ง ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 74 ล้านคน เสียชีวิตเกิน 6 แสนคน แต่สถานการณ์ปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตลดลงมาก หลังการหว่านฉีดวัคซีนให้ประชาชนวัยผู้ใหญ่ไปแล้ว ร้อยละ 64