การประกวดมิสอินเดีย ประจำปี 2020 ( VLCC Femina Miss India 2020) ที่ประกาศผลไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่ง น.ส.มันยา ซิงห์ ผู้คว้าตำแหน่งรองนางงาม โด่งดังเป็นพลุแตก สื่อแขนงต่างๆพากันนำเสนอเส้นทางชีวิตของเธอที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เป็นหยาดเหงื่อและน้ำตา ที่พาหญิงสาวคนหนึ่งมายืนอยู่ในจุดที่สร้างความภาคภูมิใจแก่ตัวเองและพ่อแม่ ที่สำคัญ เธอหวังใช้ความสำเร็จครั้งนี้ เป็นปากเป็นเสียงให้กับผู้หญิงในสังคมชั้นล่าง ด้วยการบอกเล่าชีวิตปากกัดตีนถีบในวัยเด็ก  ความเชื่อมั่นของพ่อแม่ที่มีต่อความฝันของลูก และการถูกวิจารณ์เรื่องหน้าตาตั้งแต่เริ่มต้นแต่ไม่เคยถอดใจ
 

มันยา ซิงห์ มาจากครอบครัวยากจน ที่รัฐอุตระประเทศ  ในวัยเพียง 14 ปี เธอตัดสินใจหนีออกจากหมู่บ้านเล็กๆ ขึ้นรถไฟมุ่งสู่มุมไบ แม้ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร แต่เธออยากเรียนหนังสือ เชื่อว่าโอกาสในเมืองใหญ่มีมากกว่าและเธอต้องประสบความสำเร็จ

เมื่อเดินออกจากสถานีรถไฟ  ร้าน“พิซซา ฮัท” เป็นสิ่งแรกๆที่เธอมองเห็น เด็กหญิงสมัครงานแบบพาร์ทไทม์และได้ที่พักชั่วคราว สองวันต่อมา เธอโทรบอกพ่อแม่ว่าเธออยู่ที่ไหน เล่าว่าได้งานทำแล้ว พ่อของเธอร้องไห้ แต่เธอให้ความมั่นใจกับพ่อว่า ที่นี่คือที่ของเธอ แต่วันต่อมา ทั้งพ่อและแม่ไม่รอช้าตัดสินใจย้ายไปอยู่กับลูกสาวทันที พ่อขับรถสามล้อ กัดฟันส่งเธอเข้ารร.ที่ดี ขณะที่เธอยังคงทำงานหารายได้พิเศษ กลางวันเรียน กลางคืนล้างจาน บางวัน รับงานที่คอลเซ็นเตอร์ในตอนกลางคืนด้วย มีรายได้เดือนละประมาณ 1.5 หมื่นรูปี (ประมาณ 6,000 บาท)

 

มันยา ซิงห์ จากลูกสาวคนขี่สามล้อสู่รองนางงามอินเดีย 

 

ส่วนความคิดเรื่องประกวดนางงามนั้น เกิดขึ้นตอนอายุ 15 เธอได้ดูการประกวดนางงามเป็นครั้งแรก และคิดว่า “ฉันจะต้องสวมมงกุฎให้ได้ในวันหนึ่ง และทำให้พ่อภูมิใจ” แม้ว่าพ่อมาจากครอบครัวผู้ชายเป็นใหญ่ เธอได้รับการสอนสั่งว่าผู้หญิงด้อยกว่าผู้ชาย และหลายคนพูดเห็นใจพ่อกับแม่ของเธอที่ไม่ได้มีลูกชายเป็นลูกคนแรก แต่เมื่อเธอบอกพ่อว่าหนูอยากเข้าประกวด พ่อบอกกับเธอว่า “พยายามเข้านะ ลูกจะไปอยู่จุดนั้น” 

ในช่วงแรก มันยา ซิงห์ ต้องเผชิญกับการไม่ยอมรับ ถูกวิจารณ์หน้าไม่สวยและภาษาอังกฤษแย่ แต่ฐานะทางบ้านของเธอไม่ดี ถ้าอยากได้เงินซื้อเสื้อผ้า ก็ต้องถูพื้นร้านพิซซาต่อไป แต่ขณะทำงานในร้านพิซซาเธอคอยสังเกตบุคลิกภาพที่ดีของผู้คน และแอบสังเกตเวลาเพื่อนๆพูดภาษาอังกฤษในวิทยาลัย

 

มันยา ซิงห์ จากลูกสาวคนขี่สามล้อสู่รองนางงามอินเดีย 

 

มันยา โพสต์ผ่านเพจ Humans of Bombay ว่า เธอเคยผ่านวันไม่มีข้าวตกถึงท้องและไม่ได้นอน หลายครั้งต้องเดินเท้าหลายกิโลฯเพื่อประหยัดค่ารถไม่กี่รูปี  อยากได้หนังสือแต่ไม่มีเงินซื้อ  แต่เลือด หยาดเหงื่อและน้ำตา ผสานกันเป็นความกล้าไขว่คว้าตามฝัน  “ฉันมายืนบนเวทีมิสอินเดีย เพื่อยกระดับชีวิตพ่อแม่ และน้องชาย แสดงให้โลกประจักษ์ว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หากเรามีเชื่อมั่นในตัวเองและความฝัน”  

ด้าน กองประกวด โพสต์อินสตาแกรมถึงมันยา ซิงห์ เมื่อเดือนที่แล้วว่าหญิงสาวมีความเชื่อว่า การศึกษาคืออาวุธแข็งแกร่งที่สามารถพกติดตัวได้ตลอดเวลา เธอเป็นนักเรียนดีเด่น ทั้งที่ต้องดิ้นรนมาตลอดชีวิต ตั้งแต่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ค่าหนังสือ และเพื่อนร่วมชั้นไม่คบ เพราะเป็นลูกคนขับขี่รถสามล้อ 

 

 

 

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มันยา ซิงห์ เข้าร่วมพิธีแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเธอ ในฐานะศิษย์เก่าที่วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และพาณิชย์ทาคูร์ ในมุมไบ โดยเธอเดินทางไปที่จัดงานโดยรถสามล้อที่นายออมประกาศ พ่อของเธอ เป็นคนขับรถให้ลูกสาวกับแม่นั่งอยู่เบาะหลัง และยังมีเพื่อนร่วมอาชีพขับสามล้อรวม 18 คันเป็นขบวนยาว 1 กม. เพื่อร่วมฉลอง พ่อของหญิงสาว กล่าวว่า แต่ก่อน เคยขับรถไปส่งลูกสาวไปเรียนทุกวัน แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เขามีความสุขจนล้นและต้องพยายามอย่างมากที่จะไม่ร้องไห้ ต่อมา มันยา ซิงห์ นำมงกุฎสวมให้แม่เป็นสัญลักษณ์ขอบคุณในความเสียสละ ที่ครั้งหนึ่งแม่นำเครื่องประดับทั้งหมดที่มีไปจำนำเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าสอบให้เธอ หญิงสาวก้มลงแตะเท้าของแม่เพื่อขอพร ทั้งยังช่วยเช็ดน้ำตาบนแก้มของพ่อ 

 

มันยา ซิงห์ จากลูกสาวคนขี่สามล้อสู่รองนางงามอินเดีย 

 

นางมโนราม แม่ของหญิงสาว กล่าวว่า เธอภูมิใจที่มีลูกสาวอย่างมันยา ลูกสาวของเธอทำงานหนักมากทั้งวันทั้งคืน เพื่อฝันเป็นจริง เราอยู่เคียงข้างเธอและส่งเสริมทุกอย่าง  พ่อแม่ของเธอตอนแรกช็อกเมื่อรู้ว่าหลานสาวต้องการอะไร ทั้งยังบอกว่าคนอย่างเราไม่มีสิทธิจะฝัน เมื่อมองย้อนกลับไป ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่มันยาก็ทำได้ จากนี้ไป เธอหวังว่าพ่อแม่ทุกคนจะสนับสนุนลูกสาวส่งพวกเขาไปถึงจุดสูงที่สุด 

 

มันยา ซิงห์ จากลูกสาวคนขี่สามล้อสู่รองนางงามอินเดีย 

 

มันยา ให้สัมภาษณ์กับ Human of Bombay เมื่อไม่นานมานี้ว่า เธอหวังจะทำอาชีพนางแบบ และจะซื้อบ้านตอบแทนพ่อแม่ เธอย้ำว่า เพราะพ่อเชื่อในตัวของเธอ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมลูกสาวคนขับสามล้อถึงได้มายืนพร้อมมงกุฏในวันนี้ 

ภาพ  Humans of Bombay