โฆษกของ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ สเตฟาน ดูจาร์ริก กล่าวเมื่อวันอังคาร (16 กุมภาพันธ์ 2564) ว่า สหประชาชาติได้จัดสรรเงิน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 449.85 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือ กินี และ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา

“นี่เป็นครั้งแรกที่มีการพบผู้ป่วยโรคอีโบลาในกินี นับตั้งแต่การระบาดครั้งก่อนที่ยุติลงในปี 2016” ดูจาร์ริก กล่าวและว่า “ขณะที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกนั้นพบการระบาดในพื้นที่เดียวกับที่เกิดการระบาดครั้งที่ 10 ระหว่างเดือนสิงหาคม 2018 ถึงมิถุนายน 2020 ซึ่งเวลานั้นมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,200 ราย”

ดูจาร์ริก กล่าวว่า รองเลขาธิการสหประชาชาติ มาร์ก โลว์ค็อก ผู้รับหน้าที่ประสานงานบรรเทาทุกข์เหตุฉุกเฉิน ได้อนุมัติการจัดสรรเงินจำนวนดังกล่าวจากกองทุนรับมือเหตุฉุกเฉินกลางแห่งสหประชาชาติ (CERF)

“การระดมทุนครั้งนี้จะช่วยให้ทั้งสองประเทศสามารถรับมือกับการระบาดและสนับสนุนบรรดาประเทศเพื่อนบ้านเตรียมความพร้อม” ดูจาร์ริก กล่าวและว่า “ข้อมูลโดยละเอียดของการจัดสรรเงินครั้งนี้จะถูกจัดทำในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังจากเราได้รับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเรียกร้องและความต้องการเฉพาะในพื้นที่ดังกล่าว”

เมื่อวันอาทิตย์ (14 ก.พ.) กินีประกาศพบการระบาดระลอกใหม่ของโรคอีโบลาในแคว้นย่อยกูเอกเคอ (Gouecke) ทางตอนใต้ของแคว้นนเซเรโกเร (Nzerekore) โดยพบผู้ป่วยทั้งหมด 7 ราย ซึ่งเสียชีวิตแล้ว 3 ราย ด้านสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกพบผู้ป่วยใหม่จำนวนหนึ่งในจังหวัดนอร์-กีวู (North Kivu)

อนึ่ง การระบาดของไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี 2014-2016 มีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 28,600 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิตมากกว่า 11,300 ราย

(แฟ้มภาพซินหัว : สำนักงานองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคแอฟริกา ในกรุงบราซาวีล เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก วันที่ 7 ส.ค. 2019)