ลาวกระตุ้นเตือนทางการท้องถิ่นเฝ้าติดตามการเดินทางข้ามชายแดน เพื่อป้องกันกรณีประชาชนเดินทางจากไทยเข้าลาวอย่างผิดกฎหมาย และป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) ในประเทศ หลังจากไทยพบการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นวงกว้าง

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ ไทม์ส อ้างรองอธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ สังกัดกระทรวงสาธารณสุขของลาว พรปะเสิด สะยะมงคล ระบุว่า แรงงานลาวจำนวนมากเดินทางกลับจากไทยทั้งอย่างถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย สร้างความหวาดหวั่นว่าอาจทำให้เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกสองในลาว

“คณะทำงานและหน่วยงานสาธารณสุขกังวลว่าแรงงานลาวจะกลับจากไทยอย่างผิดกฎหมาย” พรปะเสิด กล่าวพร้อมเสริมว่า ทางการท้องถิ่นยังคงเผชิญความท้าทายในการเฝ้าติดตามประชาชนบริเวณชายแดนและการช่วยเหลือคนงานที่เดินทางกลับเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโรคระบาดใหญ่

อ่านข่าว - สิ้นสุดการพุ่งทะยาน บิตคอยน์ ราคาร่วงกว่า 20% นักวิเคราะห์ หวั่น ภาวะฟองสบู่

ปัจจุบันแรงงานลาวกลับเข้าประเทศด้วยการเดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปยังจุดที่ไม่มีการตรวจสอบเป็นเรื่องปกติ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 หรือกักกันตัวตามที่ข้อบังคับกำหนด

แม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนลาว-ไทยสามารถเดินทางข้ามได้โดยง่ายในช่วงเวลานี้ของปี สืบเนื่องจากระดับน้ำลดต่ำลง ด้านคณะกรรมการเฉพาะกิจแห่งชาติลาวเพื่อการควบคุมโรคโควิด-19 ออกคำสั่งถึงทางการท้องถิ่นทุกแขวงที่มีชายแดนติดกับไทยให้ดำเนินการบันทึกข้อมูลของผู้เดินทางเข้าลาว

กลุ่มแขวงข้างต้นถูกจัดว่ามีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคโควิด-19 ระดับสูง เนื่องจากอยู่ติดชายแดนไทยที่มีประชากรหนาแน่น นอกจากนั้นพรมแดนระหว่างลาวและไทยยังมีช่องโหว่สำหรับการลักลอบเดินทางด้วย

ทั้งนี้ ลาวตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสม 41 ราย โดยไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต หลังจากตรวจพบผู้ป่วยสองรายแรกในประเทศ เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ปีก่อน

(แฟ้มภาพซินหัว : สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขง ในจังหวัดนครพนมของไทย ซึ่งเชื่อมระหว่างจังหวัดนครพนมกับแขวงคำม่วนของลาว วันที่ 9 พ.ค. 2019)