ข่าวที่เรียกเสียงฮือฮาในสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องราวของนายโจชัว ฮูตากาลุง ช่างทำโลงศพชาวอินโดนีเซีย ในจังหวัดสุมาตราเหนือ ที่สื่อต่างประเทศรายงานว่ากลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน หลังจากขายหินอุกกาบาตตกใส่หลังคาบ้าน ให้นักสะสมต่างชาติ ประเมินแล้วน่าจะรับทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 1.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 56 ล้านบาท ) แต่ล่าสุด เวบไซต์ จาการ์ตา โพสต์ สื่ออินโดนีเซีย รายงานว่า นายโจชัว วัย 34 รู้สึกผิดหวังที่มารู้ราคาที่ควรจะได้ในภายหลัง เพราะเขาขายไปในราคาเพียง 200 ล้านรูเปียะห์ หรือประมาณ 4.3 แสนบาทเท่านั้น จึงรู้สึกเหมือนถูกหลอก เมื่อได้ขายให้กับ จาเร็ด คอลลินส์ ผู้เชี่ยวชาญหินอุกกาบาต ที่พำนักในบาหลี  ในราคาต่ำกว่าความเป็นจริงร่วม 100 เท่า 

 

โจชัว บอกจาการ์ตา โพสต์เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า เขาใช้เงิน 200 ล้านรูเปียะห์ที่ได้จากการขายหินอวกาศให้ครอบครัว ช่วยเด็กกำพร้า สร้างโบสถ์และซ่อมสุสานของพ่อแม่ไปหมดแล้ว 

 

ดราม่าค่าหินอุกกาบาต ช่างทำโลงศพอ้างเสียรู้ ขายได้แค่ 4 แสน แทนที่จะได้ 50 กว่าล้าน

ภาพ Facebook/ Josua Hutagalung

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ขณะโจชัวกำลังทำโลงศพอยู่ จู่ๆมีหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งตกทะลุหลังคากลางบ้านเป็นรูโหว่ ที่หมู่บ้านเซตาฮี เนาลี เขตโคลัง เมืองทาปานูลีกลาง เขาประหลาดใจกับเสียงดังสนั่น ในตอนแรก ไม่กล้าเข้าใกล้วัตถุปริศนาที่ตกลงมาฝังอยู่ในดินลึก 15 ซม. และเมื่อยกมันขึ้นมา พบว่ายังอุ่นอยู่ จึงคิดว่าต้องเป็นหินอุกกาบาตจากฟากฟ้าแน่นอน เพราะไม่น่าจะมีใครโยนหินให้ตกทะลุหลังคาเป็นรูใหญ่ขนาดนั้นได้  เขาจึงแชร์รูปและคลิปบนเฟซบุ๊ก และกลายเป็นไวรัลในเวลาไม่นาน  เพียงสองวัน มีคนในพื้นที่เสนอซื้อ 1,000 ล้านรูเปียะห์ (กว่า 2 ล้านบาท ) แต่เขาบอกปัดไป เพราะคิดว่าล้อเล่นมากกว่า 

 

ดราม่าค่าหินอุกกาบาต ช่างทำโลงศพอ้างเสียรู้ ขายได้แค่ 4 แสน แทนที่จะได้ 50 กว่าล้าน

ภาพ Facebook/ Josua Hutagalung

 

สองสัปดาห์ต่อมา คอลลินส์ที่ทราบข่าวจากสื่อ จึงเดินทางจากที่พักในบาหลีไปขอซื้อด้วยตัวเอง เขาเสนอให้  200 ล้านรูเปียะห์ซื้อหินอุกกาบาต โจชัวยังไม่ตกลง แต่พออีกฝ่ายเพิ่มค่าซ่อมหลังคาให้อีก 14 ล้านรูเปียะห์(ราว 3 หมื่นบาท) พ่อลูกสองจึงตกลง  

คอลลินส์ส่งหินอุกกาบาตไปให้ เจย์ เพียเท็ก แพทย์และนักสะสมหินอุกกาบาตที่เมืองอินเดียแนโพลิส  รัฐอินดีแอนาสหรัฐอเมริกา  เดอะ ซัน อ้างคอลลินส์ว่า ตอนนั้น เป็นช่วงวิกฤติโควิด-19  คิดไม่ตกระหว่างซื้อให้ตัวเองหรือทำงานกับนักวิทยาศาสตร์และนักสะสมในสหรัฐดี  ต่อมา เขาถือเงินไปมากที่สุดเท่าที่สามารถรวบรวมได้ เดินทางไปหาโจชัว ซึ่งเขาพบว่าเป็นนักเจรจาเก่งคนหนึ่งทีเดียว 

 

 

ดราม่าค่าหินอุกกาบาต ช่างทำโลงศพอ้างเสียรู้ ขายได้แค่ 4 แสน แทนที่จะได้ 50 กว่าล้าน

ภาพ Facebook/ Josua Hutagalung

 

หินอุกกาบาตก้อนนี้ เป็น คอนไดรต์ คาร์บอร์เนต (CM1/2 carbonaceous Chondrite) เป็นชนิดหายากมาก ประเมินอายุ 4,500 ล้านปี สื่อต่างประเทศ รวมถึงแทบลอยด์อังกฤษอย่าง เดอะ ซัน และเดลีเมล์ ตีข่าวครึกโครมเรียกโจชัวว่าเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน และว่าเงินที่เขาได้จากหินอวกาศก้อนเดียว เท่ากับเงินที่เขาหาได้ 30 ปี  โดยเดอะ ซัน อ้างอิงราคาเศษเสี้ยวของหินอุกกาบาต ที่ขายบนเวบไซต์อีเบย์ ตกกรัมละ 757 ปอนด์ เมื่อคำนวณก็เท่ากับว่าหินจากนอกโลกก้อนนี้ จะต้องมีราคาเกือบ 1.4 ล้านปอนด์ หรือราว 1.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

ขณะเดลีย์เมล์ ระบุว่าราคาหินอุกกาบาต แตกต่างกันแล้วแต่ประเภท ตั้งแต่ถูกสุด 50 เซนต์ถึง 5 ดอลลาร์ต่อ 1 กรัม แต่สำหรับชนิดหายากแบบนี้ ราคาอาจสูงแตะกรัมละ 1,000 ดอลลาร์ ( น้ำหนักหินที่โจชัวขาย 1.8 กก.)

 

ดราม่าค่าหินอุกกาบาต ช่างทำโลงศพอ้างเสียรู้ ขายได้แค่ 4 แสน แทนที่จะได้ 50 กว่าล้าน

ภาพ Facebook/ Josua Hutagalung

 

โจชัวประหลาดใจเมื่อรู้ว่าหินอุกกาบาตที่ตนเองพบ อาจขายได้เกือบ 2.6 พันล้านรูเปียะห์  (ประมาณ 56 ล้านบาท ) “หากเป็นจริง ผมก็ถูกหลอก และรู้สึกผิดหวัง” แต่ขณะเดียวกัน เขายอมรับว่า ขายหินจากอวกาศที่เจอ 1.8 กก. จากทั้งหมด 2.2 กก.  แบ่งที่เหลือเก็บไว้กับตัวเองและคนในครอบครัว และเขาจะไม่ขายแม้มูลค่าสูง ขอเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ชายอินโดนีเซียเผยด้วยว่า ยังมีหินอุกกาบาตอีก 3 ชิ้น ที่มีคนพบในพื้นที่ใกล้กัน ชิ้นหนึ่งอยู่ในนาข้าวห่างจากบ้านของเขา 3 กม. ขณะที่สถาบันโลกและดวงจันทร์ ในรัฐเท็กซัส ประเมินว่า หินอุกกาบาตที่ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า โคลัง (Kolang) น้ำหนักแรกเริ่ม 2.5 กก. 

 

 

ด้าน แชนตี  โซโควาตี ตัวแทนของคอลลินส์ ส่งคำชี้แจงถึงจากาตาร์ โพสต์ ปฏิเสธว่า ในการซื้อหินอุกกาบาตจากโจชัวนั้น  คอลลินส์เพียงทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างโจชัวกับผู้เชี่ยวชาญหินอุกกาบาตในสหรัฐ ที่ขอให้คอลลินส์ช่วยดำเนินให้ รวมถึงขอให้ประเมินว่าเป็นหินอุกกาบาตจริง ช่วยป้องกันไม่ให้เสียหาย จนถึงจัดส่งไปสหรัฐอย่างปลอดภัย   ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมต่างๆที่โจชัวกับชาวอเมริกันตกลงกัน เป็นการพูดคุยกันโดยตรง โดยที่คอลลินส์ไม่ได้เกี่ยวข้อง  โจชัวเป็นคนตั้งราคาและผู้ซื้ออเมริกันก็ตกลง เมื่อตกลงกันแล้ว คอลลินส์จึงออกเดินทางไปยังสุมาตราเหนือเพื่อดำเนินการต่อ ทั้งยังปฏิเสธเรื่องตัวเลขจำนวนเงินที่โจชัวได้รับ ว่าไม่เป็นความจริง แต่จะเป็นเท่าไหร่นั้น เป็นความลับระหว่างสองฝ่ายที่ถือเป็นความตกลงร่วมกัน  

ส่วนคอลลินส์ได้รับค่าตอบแทนจากเพื่อนร่วมงานของเขาสำหรับการไปรับหินอุกกาบาต แต่วัตถุประสงค์ของการเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เพราะเป็นคนสนใจเรื่องนี้อยู่เป็นทุนเดิม จึงเป็นโอกาสแบบครั้งหนึ่งที่ได้เห็นกับตาและสำรวจหินอุกกาบาตด้วยตนเอง