ทีมรณรงค์หาเสียงของผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (15 ตุลาคม 2563) ว่า พนักงานจากบริษัทเช่าเหมาลำเครื่องบินที่ไบเดนใช้บริการ มีผลทดสอบโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) เป็นบวก

พนักงานคนดังกล่าวโดยสารเครื่องบินที่เดินทางไปยังรัฐโอไฮโอทางตะวันตกตอนกลางของสหรัฐฯ พร้อมกับไบเดน เมื่อวันจันทร์ (12 ต.ค.) และไปยังรัฐฟลอริดาทางตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันอังคาร (13 ต.ค.) แต่พวกเขาอยู่ห่างกันมากกว่า 50 ฟุต และสวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ

 

แถลงการณ์ ระบุว่า บุคคลที่มีผลตรวจโรคเป็นบวกดังกล่าวเป็น “สมาชิกฝ่ายบริหาร” ของบริษัทเช่าเหมาลำเครื่องบิน 737 ที่ไบเดนโดยสาร แต่บุคคลนั้นนั่งอยู่ในแถวสุดท้ายของเครื่องบินและ “ไม่ได้ติดต่อใกล้ชิด” กับไบเดน

ผู้จัดการทีมรณรงค์หาเสียง เจน โอแมลลีย์ ดิลลอน แถลงว่า “ด้วยข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เราได้รับคำแนะนำจากแพทย์ของรองประธานาธิบดีและที่ปรึกษาทางการแพทย์ของการรณรงค์หาเสียงว่าไม่จำเป็นต้องให้รองประธานาธิบดีกักกันตัว”

“บุคคลดังกล่าวไม่เพียงอยู่ห่างจากผมมากกว่า 50 ฟุต และสวมหน้ากากเท่านั้น แต่ผมยังสวมหน้ากากเอ็น-95 (N-95) ด้วย และไม่มีสมาชิกคนใดในทีมที่พูดคุยกับลูกเรือคนนี้เช่นกัน แพทย์ของผมจึงแนะนำว่าผมไม่จำเป็นต้องกักกันตัว” ไบเดนทวีต “ถ้าจะมีอะไรสำคัญ ก็คงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นความจำเป็นของการสวมหน้ากากอนามัยและการรักษาระยะห่างทางสังคมที่ปลอดภัย”

 

ก่อนหน้านี้ คามาลา แฮร์ริส เพื่อนร่วมงานของไบเดน ได้ยกเลิกการเดินทางหาเสียงของเธอจนถึงสุดสัปดาห์ หลังจากผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของเธอ ลิซ อัลเลน และลูกเรือบนเที่ยวบินเดียวกันมีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นบวก โดยทั้ง แฮร์ริส และ ดั๊ก เอ็มฮอฟ สามีของเธอ มีผลตรวจโรคเป็นลบในวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.)

โอแมลลีย์ ดิลลอน กล่าวว่า ทีมงานหาเสียงของไบเดนได้เริ่มกระบวนการติดตามอาการเหล่าผู้มีประวัติติดต่อที่เกี่ยวข้องแล้ว “เพื่อแจ้งทุกคนที่เข้ามาติดต่อกับบุคคลที่เกี่ยวข้องถึงการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้น”

 

อนึ่ง ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ รายงานว่าสหรัฐฯ มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 อยู่ที่ 7,979,236 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิต 217,683 ราย เมื่อนับถึง 09.25 น. ของวันศุกร์ (16 ต.ค.) ตามเวลาประเทศไทย โดย 44 รัฐยังคงพบผู้ป่วยใหม่รายวันเพิ่มขึ้น และ 30 รัฐมีผู้ป่วยเสียชีวิตรายวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

 

โควิด-19, โควิด19

 

 

 

โควิด-19, โควิด19

 

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้ชมคนหนึ่งชมเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส วันที่ 14 ต.ค. 2020)

 

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอมมานูเอล มาครง ประกาศเมื่อวันพุธ (14 ตุลาคม 2563) จำกัดการรวมตัวในพื้นที่ส่วนตัว พร้อมสั่งห้ามประชาชนออกจากเคหสถานตั้งแต่เวลา 21.00 - 06.00 น. ในกรุงปารีสและอีก 8 เมืองใหญ่ ได้แก่ เกรอโนเบิล ลีล ลียง แอ็ก-มาร์แซย์ รูอ็อง ตูลูส มงต์เปอลิเยร์ และแซงต์-เอเตียนน์ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันศุกร์ (16 ต.ค.) และใช้ต่อเนื่องนาน 4 สัปดาห์ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุดในยุโรป

 

 

โควิด-19, โควิด19

 

โควิด-19, โควิด19

 

โควิด-19, โควิด19

 

โควิด-19, โควิด19

 

โควิด-19, โควิด19

 

โควิด-19, โควิด19

 

โควิด-19, โควิด19

 

โควิด-19, โควิด19

 

โควิด-19, โควิด19

 

โควิด-19, โควิด19

 

โควิด-19, โควิด19

 

โควิด-19, โควิด19

 

โควิด-19, โควิด19