ผลศึกษาตีพิมพ์ใน วารสารโรคติดต่ออุบัติใหม่ ของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (ซีดีซี ) เผยแพร่บนเวบไซต์เมื่อวาน ( 30 มิ.ย.) เป็นเคสของสตรีคนหนึ่งที่เดินทางจากสหรัฐอเมริกากลับบ้านในจีน พาเชื้อ SARS-CoV-2  หรือไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคโควิด-19 เข้าไป โดยไม่มีอาการ และไม่รู้ตัว และเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่กระจายเชื้อต่ออีก 71 คนเป็นอย่างน้อย เริ่มจากการใช้ลิฟต์ 

สตรีคนดังกล่าวกลับจากสหรัฐอเมริกา ถึงบ้านในมณฑลเฮยหลงเจียง เมื่อ 19 มี.ค. ราวหนึ่งสัปดาห์หลังจากพบผู้ติดเชื้อไวรัสรายสุดท้ายในมณฑล เธอไม่มีอาการป่วยและผลตรวจเชื้อไวรัสออกมาเป็นลบ แต่ได้รับการร้องขอให้กักตัวในห้องพัก ไม่มีใครสงสัยอะไร กระทั่งชายคนหนึ่งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลยเกิดอาการสโตร้ก ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ต่อมาติดเชื้อ และพบภายหลังว่า เขาเคยไปกินเลี้ยงกับญาติที่มีเพื่อนบ้านอาศัยอยู่ในตึกเดียวกับสตรีที่กลับมาจากสหรัฐ 


นักวิจัยในจีนประติดประต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน ก่อนฟันธงว่า สตรีคนดังกล่าวแพร่เชื้อไว้ในลิฟต์อาคารที่พัก เพื่อนบ้านชั้นล่างที่ใช้ลิฟต์ตัวเดียวกันติดเชื้อ ก่อนแพร่ให้แม่ของเธอและคู่รักของแม่ที่ไปพักกับเธอเมื่อ 26 มี.ค. ทั้งสามคนไปงานกินเลี้ยงและแพร่ต่อให้กับผู้ป่วยสโตร้กและลูกชายของเขา โดยเมื่อผู้ป่วยสโตร้กเข้ารพ. และลูกชายของเขาสองคนไปเฝ้า ก็แพร่เชื้อต่อให้กับผู้อื่นอีก 28 คนที่รพ.แรก และแพร่อีก 20 คนเมื่อพ่อย้ายไปรพ.ที่สอง

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน สอบสวนลักษณะทางพันธุกรรมของไวรัสในเหตุระบาดครั้งใหม่ในมณฑลเฮยหลงเจียง ก็พบว่าเป็นคนละสายพันธุ์กับที่ระบาดในจีน และไวรัสโคโรน่าที่ระบาดในกลุ่มใหม่มีความเหมือนหรือคล้ายกันมาก จึงทำให้เชื่อว่าเป็นไวรัสที่มีต้นทางจากต่างประเทศ เมื่อทีมสอบสวนพบว่า เพื่อนบ้านรายหนึ่งของผู้ติดเชื้อเหล่านี้ เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ จึงตรวจเชื้อเธออีกครั้ง ปรากฎว่า เธอไม่ได้ติดเชื้อ ณ เวลานั้น แต่มีแอนตีบอดีของไวรัส ซึ่งบ่งชี้ว่าเธอเคยติดเชื้อมาก่อน

ทีมสอบสวนจึงลงความเห็นว่า เธอเป็นคนไข้ A0 คือผู้ป่วยคนแรกในกลุ่ม และเป็นพาหะไม่มีอาการ ส่วนเพื่อนบ้านของเธอที่อยู่ชั้นล่าง ติดเชื้อจากการสัมผัสพื้นผิวในลิฟต์อาคารที่ทั้งสองอาศัยอยู่แม้ไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดและใช้ลิฟต์คนละเวลา  ขณะคนอื่นๆในอาคารผลตรวจออกมาเป็นลบ 


ถึงวันที่ 22 เมษายน A0 ยังไม่มีอาการ ขณะพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มก้อนนี้รวมถึง 71 ราย ผลศึกษาฉายภาพชัดว่า ผู้ติดเชื้อ SARS-CoV-2 ไม่มีอาการเพียงรายเดียว สามารถแพร่เชื้ออย่างกว้างในชุมชนได้อย่างไร ทั้งยังย้ำให้เห็นว่าการสอบสวนโรคต้องใช้ทรัพยากรมากแค่ไหน ตลอดจนความท้าทายมากมายในการสกัดกั้นการแพร่ระบาด