
ตายนับสิบ กราดยิงในรัฐโนวาสโกเชียของแคนาดา
ตำรวจเผยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย ในเหตุกราดยิงทั่วรัฐโนวาสโกเชียของแคนาดา ขณะที่ นายกฯออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนัก ด้าน ผู้ว่าการรัฐฯ ชี้เป็นเหตุการณ์ครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์
เมื่อวันอาทิตย์ (19 เม.ย.) สำนักงานตำรวจม้าแห่งชาติแคนาดา (RCMP) รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย ในเหตุกราดยิงทั่วรัฐโนวาสโกเชียของแคนาดา เป็นเวลารวมกันนาน 12 ชั่วโมง
อ่านข่าว ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก 20 เม.ย.2563 พุ่งเพิ่มเกิน 2.4 ล้าน
ในการแถลงข่าวที่เมืองดาร์ตมัธเมื่อเย็นวาน คริส ลีเธอร์ หัวหน้าสำนักงานตำรวจม้าของรัฐโนวาสโกเชีย ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 รายในหลายพื้นที่ทั่วรัฐ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจมีผู้เคราะห์ร้ายมากกว่านี้ที่ยังไม่ค้นพบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการสืบสวนต่อไป
ผู้ก่อเหตุคือ กาเบรียล พอร์ทแมน วัย 51 ปี เริ่มต้นกราดยิงในคืนวันเสาร์ (18 เม.ย.) ที่เมืองพอร์ทาปิเก (Portapique) ห่างจากเมืองแฮลิแฟกซ์ เมืองเอกของรัฐโนวาสโกเชีย ไปทางเหนือประมาณ 130 กิโลเมตร
ตำรวจเร่งรุดไปยังที่เกิดเหตุทันทีหลังจากได้รับสายแจ้งจาก 911 หลายสาย และค้นหาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งในและนอกบ้าน "สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว และที่เกิดเหตุวุ่นวายมาก" ลีเธอร์ กล่าว
ทางตำรวจเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในบ้านและล็อกประตู พร้อมกระชับกำลังรักษาความปลอดภัยในพื้นที่พอร์ทาปิเก และเริ่มค้นหามือปืนในหลายพื้นที่ รวมถึงอาคารที่ถูกไฟไหม้
ตำรวจเริ่มไล่ล่ามือปืนและยิงตอบโต้กัน เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงรายหนึ่งถูกสังหารและมีตำรวจรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ การไล่ล่าสิ้นสุดลงเมื่อมือปืนถูกวิสามัญใกล้กับปั๊มน้ำมันที่อยู่ห่างจากแฮลิแฟกซ์ทางเหนือประมาณ 35 กิโลเมตร ประมาณ 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์
"บุคคลนี้ใส่ชุดเครื่องแบบตำรวจและใช้รถตำรวจในการก่อเหตุ บ่งบอกว่าไม่ได้เป็นการกระทำแบบสุ่ม เหยื่อบางรายไม่มีความเชื่อมโยงกับมือปืน" ลีเธอร์ ระบุ
จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอย่างหนัก และขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
ด้าน สตีเฟน แม็กนีล ผู้ว่าการรัฐโนวาสโกเชีย เผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำรุนแรงที่ไร้เหตุผลที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ
-------------------------
ที่มา xinhuathai.com



