ในช่วงที่ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ( Sars-CoV2 ) เริ่มแพร่ในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา และมีผู้เสียชีวิต เมื่อต้นเดือนมีนาคม  หัวหน้าคณะนักร้องประสานเสียง Skagit Valley Chorale ถกกันว่าควรเดินหน้าซ้อมใหญ่ประจำสัปดาห์ตามแผนหรือไม่ 

 

                       

                       6 มี.ค. อาดัม เบอร์ดิก คอนดักเตอร์ของวง แจ้งสมาชิก 121 คนว่าต้องการให้ซ้อมตามแผนเดิม  โดยให้ทุกคนนำโน้ตเพลงของตัวเองไปด้วยและเลี่ยงการสัมผัสแตะต้องโดยตรง 

                       10 มี.ค. วันซ้อม มีสมาชิกปรากฎตัว 60 คน ที่โบสถ์ Mount Vernon Presbyterian Church ในสกากิต เคาน์ตี รัฐวอชิงตัน 

                       ก่อนเข้าโบสถ์ ทุกคนใช้เจลล้างมือที่ประตู เมื่อพบปะกันก็ไม่สวมกอด และจับมืออย่างที่เคยทำ

  
                       การซ้อมใหญ่ใช้เวลา 2 ชม.ครึ่ง จากนั้น สมาชิกแยกย้ายกันกลับบ้าน 

                       เกือบ 3 สัปดาห์ต่อมา ปรากฎว่า สมาชิก 45 คนถูกตรวจพบติดโรคโควิด-19 หรือป่วยมีอาการ ในจำนวนนี้ เข้ารพ. 3 ราย เสียชีวิต 2 ราย 

 

 


                       กรณีนี้ช็อกเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเชื่อว่าเป็นการแพร่เชื้อทางอากาศจากคนหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่ง สู่อีกหลายคนโดยที่ไม่มีอาการ ขณะที่มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม 2 เมตร อาจไม่ใช่หลักประกัน 100% ป้องกันการติดเชื้อได้  

                       ลอสแอนเจลิส ไทมส์ สัมภาษณ์สมาชิกคณะนักร้อง 8 คนที่เข้าร่วมซ้อมใหญ่ในวันนั้น  พวกเขายืนยันว่า ไม่พบว่ามีใครไอ จาม หรือมีอาการป่วย 

                       แคโรลินน์ คอมสต็อก และจิม โอเวน สามี กล่าวว่า ทั้งสองเข้าไปในโบสถ์พร้อมกับเพื่อน รูธ และ มาร์ค แบคลันด์ พวกเขาใช้เจลล้างมือที่ประตู และเข้านั่งประจำที่ห่างกัน 

                       ผ่านไป 3 วัน ทั้ง 4 คนมีอาการ  เช่น ไข้ ไอ  ไม่ได้กลิ่น และรับรู้รส จากนั้น เข้ารับการตรวจและยืนยันติดไวรัสเมื่อ 17 มีนาคม 

 

 


                       วันเดียวกัน สมาชิกคนหนึ่งในคณะฯ แจ้งเรื่องการติดเชื้อกับสาธารสุข สกาคิต เคาน์ตี  เจ้าหน้าที่จึงติดต่อให้สมาชิกที่เหลือกักตัว 


                       21 มี.ค. แนนซี ฮามิลตัน นักร้องเสียงโซปราโน วัย 83 ปี เสียชีวิตที่รพ. สตรีอีกคนวัย 80 ปีเศษก็จากไปเช่นกัน 


                       หลังจากนั้น นักร้อง 28 คนถูกตรวจพบโควิด-19 


                       อีก 17 คนมีอาการแต่ไม่ได้ตรวจ เพราะการตรวจเวลานั้นยังไม่เพียงพอ หรือคิดว่าอาการป่วยไม่เข้าเกณฑ์ตรวจ 

 

                       การระบาดในคณะนักร้องประสานเสียง สอดคล้องกับหลักฐานที่เพิ่มมากขึ้นว่า ไวรัสโรคโควิด-19 อาจแพร่ผ่าน aerosol หรือละอองฝอยละเอียดเล็กกว่า 5 ไมโครเมตร ซึ่งสามารถอยู่ในอากาศได้นานหลายนาทีหรือนานกว่านั้น  แต่องค์การอนามัยโลกยังยืนยันว่า droplet หรือละอองฝอยใหญ่กว่า 5 ไมโครเมตร จาก ระบบหายใจคือช่องทางการส่งต่อเชื้อไวรัส เช่น เมื่อผู้ติดเชื้อไอหรือจามใกล้ๆ หรือ ละอองฝอยตกบนพื้นผิว ผู้ที่เสี่ยงจากการแพร่ผ่านละอองฝอยละเอียด aerosol คือบุคลากรการแพทย์เท่านั้น 

 

                       ผลศึกษาตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ นิว อิงแลนด์ เมื่อ 17 มีนาคมพบว่าไวรัสในไอหมอกภายใต้สภาพแวดล้อมห้องแลบ ยังมีชีวิตและยังแพร่เชื้อได้นาน 3 ชม. แต่นักวิจัยบอกด้วยว่าหากเป็นสภาพแวดล้อมนอกห้องแลบ อาจจะอยู่ได้ไม่เกินครึ่งชม. 

 

                       เจมี ลอยด์ สมิท นักวิจัยโรคติดต่อที่ UCLA หนึ่งในทีมวิจัย แสดงความเห็นกรณีคณะนักร้องประสานเสียง ว่าเป็นไปได้ที่การเปิดปาก หายใจอย่างแรงระหว่างบังคับเสียงร้อง พ่น droplet และaerosol ไปทั่วห้องระหว่างซ้อมใหญ่ และสูดเข้าไป  การแพร่เชื้อในเหตุการณ์นี้ ถือว่าเป็นการแพร่แบบ ซูเปอร์ สเปรดเดอร์ 

                       ลินซีย์ มารร์ วิศวกรสิ่งแวดล้อม ที่เวอร์จิเนีย เทค ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพร่ทางอากาศของไวรัส กล่าวว่า บางคนอาจพ่นละอองได้มากเป็นพิเศษ เช่น มากกว่าผู้อื่นเป็นพันเท่าก็มี แม้ว่ารณีแพร่เชื้อในคณะนักร้องประสานเสียง ยังอยู่ระหว่างสอบสวน ไม่ควรที่ประชาชนจะต้องหวาดกลัวขนาดต้องกักตุนหน้ากาก N95 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อบุคลากรการแพทย์ แต่ควรเป็นสัญญาณเตือนแรงๆให้ผู้คนหยุดคิดขณะเข้าไปในสถานที่ปิด ที่มีคนแปลกหน้า ไม่ว่าพวกเขาจะไอหรือไม่