บริษัท คาเร็กซ์ ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่ที่สุดของโลกในมาเลเซีย เปิดเผยว่า ทั่วโลกกำลังจะเผชิญกับภาวะขาดแคลนถุงยางอนามัย หลังจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) ทำให้บริษัทต้องปิดโรงงานผลิตถุงยางอนามัย 3 แห่งในมาเลเซียมาเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์แล้ว

 

 

 

               การปิดโรงงานผลิต 3 แห่งดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริษัทขาดแคลนถุงยางอนามัยถึง 100 ล้านชิ้นแล้วที่จะต้องส่งมอบให้กับระบบสาธารณสุขของรัฐ อาทิ ระบบบริการด้านสาธารณสุขของอังกฤษ หรือโครงการช่วยเหลือต่างๆ ที่ต้องนำถุงยางไปแจกจ่าย อาทิ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ

               ทั้งนี้ บริษัท คาเร็กซ์ เป็นผู้ผลิตถุงยางอนามัย 1 ในทุกๆ 5 ชิ้นทั่วโลก และส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลกภายใต้แบรนด์ ดูเร็กซ์

               คาเร็กซ์ เปิดเผยว่า บริษัทได้รับอนุญาตให้เริ่มการผลิตอีกครั้งเมื่อวานนี้ (27 มีนาคม 2563) ภายใต้มาตรการยกเว้นพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมที่สำคัญ แต่บริษัทสามารถใช้แรงงานผลิตได้เพียง 50% เท่านั้นจากจำนวนแรงงานทั้งหมด

 

 

 

               นายโกะห์ เมียห์ เกียต ซีอีโอของคาเร็กซ์ เปิดเผยว่า เรากำลังจะเห็นการขาดแคลนถุงยางอนามัยในทุกๆ ที่ทั่วโลก ซึ่งจะเป็นเรื่องที่น่ากลัว ผมกังวลว่าโครงการด้านมนุษยธรรมจำนวนมากในแอฟริกา จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนถุงยางอนามัย ไม่ใช่แค่เพียง 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน แต่อาจจะนานหลายเดือน

               มาเลเซียเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีรายงานยอดผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ในประเทศ 2,161 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 26 ราย ขณะที่มาตรการล็อกดาวน์จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงวันที่ 14 เมษายน นี้