จู่ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่ระดับโฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน  “จ้าว ลี่เจียน” ทวีตกระหึ่มโลกว่า อาจเป็นทหารสหรัฐที่นำเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 เข้าไปในอู่ฮั่น พร้อมโพสต์คลิปวิดีโอที่ดร .รอเบิร์ต เรดฟีลด์ ผอ.ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (ซีดีซี) เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการในสภาฯ ว่าเหยื่อไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐ ถูกตรวจพบเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 หลังเสียชีวิต เป็นข้อมูลประกอบ แต่นั่นก็ไม่ใช่หลักฐาน 

 

                       ต่อมา จ้าว ยังซ้ำกล่าวหาสหรัฐอีกที ด้วยการทวีตลิงค์บทความจากเวบไซต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องโหมทฤษฎีคบคิด 9/11   

 

                       ไม่ใช่นักการทูตสายโผงผางคนเดียวที่โยนคำถามไปที่สหรัฐทำนองว่า ไวรัสมาจากไหนกันแน่  แต่ โฆษกหญิงของกระทรวงที่นั่งเก้าอี้นี้มานานกว่าและคุ้นหน้ากว่าอย่าง ฮัว ชุนอิ๋ง ก็ยกคำพูดของผอ.ซีดีซีสหรัฐ  มาใช้แสดงให้เห็นว่าไวรัสไม่ได้มาจากอฺู่ฮั่น ทั้งที่เขาไม่ได้บอกว่าเหยื่อไข้หวัดใหญ่ที่ตรวจพบโควิด-19 หลังเสียชีวิตนั้น พบเจอเมื่อไหร่ 

 

                       แอคชั่นของโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนมีขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้า มีคำพูดจากบิ๊กๆในสหรัฐแบบไม่เข้าหูจีน เช่น ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จงใจเรียก ไวรัสอู่ฮั่น แทนที่จะเรียกชื่อใหม่  ส่วนโดนัลด์ ทรัมป์ พูดตรงๆว่า โรคระบาดเริ่มจากอู่ฮั่น 

 

 

 

                       และในขณะที่จีนป่าวประกาศ การตัดสินใจเด็ดขาดอย่างการปิดเมืองกักคนไว้หลายล้าน เพื่อสกัดไวรัส  คือการช่วยซื้อเวลาให้โลกได้เตรียมตัวรับมือกับโรคระบาด แต่ที่ปรึกษา ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ โรเบิร์ต   โอไบรอัน วิจารณ์ตรงๆว่า  เพราะจีนที่เป็นต้นตอไวรัส ไม่โปร่งใส ปกปิด โดยยกตัวอย่างการปิดปากหมอที่ออกมาเตือนภัยตั้งแต่แรก สุดท้าย  จึงทำให้โลกรับมือไวรัสตัวนี้ช้าไปสองเดือน  

 

 

 

 

                       น่าสังเกตว่า ทีมเซ็นเซอร์แดนมังกรที่หูตาเป็นสับปะรด ปล่อยให้ชาวสังคมออนไลน์ แพร่ทฤษฎีที่ว่าสหรัฐอยู่เบื้องหลังไวรัสกันต่อไป  คลิปวิดีโอที่ผอ.ซีดีซีสหรัฐ เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการในสภาฯ เป็นหัวข้อที่ถูกค้นหามากี่สุดบนเวบไซต์สังคมออนไลน์ เว่ยป๋อ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ รายงานว่า ชาวเว่ยป๋อถกกันเรื่องทวีตของจ้าว กว่า 170 ล้านความเห็น 

 

                       ในทัศนะของนักวิชาการ  Dali Yang นักวิชาการรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิคาโก มองว่า โฆษกฯไม่ได้ทวีตเองโดยไม่มีอำนาจทำได้  และเจตนาของจีนในการส่งเสริมทฤษฎีคบคิด เพื่อเบนความไม่พอใจในประเทศ เรื่องการจัดการสถานการณ์ระบาดตั้งแต่แรก 

 

 

                       การโปรโมทคำถามต้นตอของเชื้อไวรัส สวนทางกับที่ กัวะ ฝุ ผู้อำนวยการซีดีซีของจีน พูดเมื่อเดือนมกราคมว่า ขณะนี้ เรารู้ว่าแหล่งที่มาไวรัส คือสัตว์ป่าขายในตลาดอาหารทะเลอู่ฮั่น แต่ความสงสัยเริ่มบังเกิดเมื่อปลายเดือนก.พ. เมื่อ นายแพทย์จง หนานซาน ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเดินหายใจแถวหน้าของจีน กล่าวว่า โควิด-19 โผล่ครั้งแรกในจีนก็จริง แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องมาจากจีน 

                       กระนั้น นักวิทยาศาสตร์ยังค้นหา ผู้ติดเชื้อคนแรก หรือ patient zero ไม่เจอ แต่คาดกันว่าไวรัสข้ามจากสัตว์สู่คนที่ตลาดอู่ฮั่น ก่อนระบาดไปทั่วจีนและทั่วโลก ขณะที่องค์การอนามัยโลกระบุว่า เส้นทางไวรัสระหว่างคนกับสัตว์ ยังไม่ชัด ..ไม่มีใครรู้จัก โควิด-19 กระทั่งมาเริ่มระบาดในอฺู่ฮั่น ประเทศจีน เมื่อธันวาคม 2552 

 

 

                       การที่รัฐบาลทรัมป์ ออกมาตอกย้ำว่า ต้นกำเนิดไวรัส มาจากอู่ฮั่น ประเทศจีน หรือเพราะจีนไม่โปร่งใส ทำให้โลกรับมือไม่ทัน  และ ส.ว.รีพับลิกัน ทอม คอตตอน พูดไปถึงขั้นว่า ไวรัสโคโรน่าหลุดจากห้องแลบเคมีชีวภาพในอู่ฮั่น ทั้งที่นักวิทยาศาสตร์ตีตกไปนานด้วยข้อมูลทางพันธุกรรมนั้น ในทัศนะของนักวิชาการหลายคนก็มองว่า เป็นกลยุทธ์เมือง เพื่อส่งสารไปยังกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ และเพื่อลดกระแสวิจารณ์ที่รัฐบาลวอชิงตันโดนกระหน่ำว่าขยับตัวรับมือกับไวรัสโรคโควิด-19 อย่างอืดอาด 

 

                       ซือ อิ๋นหง ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย Renmin ในกรุงปักกิ่ง มองว่า  ทวีตของจ้าวเป็นความเห็นส่วนตัว ไม่มีน้ำหนักเท่ากับความเห็นขณะแถลงข่าวที่กระทรวง แลการอ้างเช่นนี้ มีแต่จะกลายเป็นเข้าทางสายเหยี่ยวต้านจีนในสหรัฐ  และเขาคิดว่าความสำคัญเร่งด่วนตอนนี้ คือทั้งสองประเทศจะต้องยับยั้งการแพร่ระบาดและพยุงเศรษฐกิจมากกว่า