ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น เกือบ 11 เท่านับจากวันที่ 17 ก.พ.  เวลานี้ พบคนติดโควิด-19 ในเกือบทุกพื้นที่ของประเทศแล้ว แต่ผู้ป่วยส่วนมากกระจุกตัวในเมืองแทกู เมืองใหญ่อันดับ 4 กับเมืองชองโด จังหวัดคย็องซังเหนือ ที่อยู่ใกล้กัน ห่างจากกรุงโซล เมืองหลวง ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 300 กม. 

 


เกาหลีใต้มาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร 

 

                                 จุดเปลี่ยนเริ่มจากผู้ป่วยคนที่ 31 ซึ่งเป็นสตรีวัย 61ชาวเมืองแทกู คาดว่า เธอน่าจะเป็น super spreader คนแรก สัญญาณไม่ดีเริ่มมาตั้งแต่พบว่าตลอด 2 สัปดาห์ก่อนยืนยันติดเชื้อ เธอไปทำงาน ใช้รถสาธารณะ เข้าโบสถ์  ไปรับประทานบุฟเฟต์โรงแรม และอยู่รพ.หลายวัน ล้วนแต่คือโอกาสแพร่เชื้อขั้นที่สองและสาม ตามไทม์ไลน์นี้ 

 

6 ก.พ. ประสบอุบัติเหตุรถชนหลังกลับจากทำงาน ได้รับบาดเจ็บไม่รุนแรง 


7 ก.พ. เข้ารักษาตัวในรพ.เซโรนัน โอเรียลทอล เมืองแทกู  อยู่ที่นั่น 10 วัน แต่ไม่ได้นั่งนอนเฉยๆ 

 

8 ก.พ. มีอาการเจ็บคอ แต่ปฏิเสธตรวจโรคโควิด-19 ทั้งที่หมอแนะนำ 


9 ก.พ.  ออกจากรพ.ชั่วคราว  ไปเข้าร่วมพิธีกรรมวันอาทิตย์ ในโบสถ์ลัทธิชินชอนจี เป็นเวลา2 ชม. โบสถ์แห่งนี้คนที่ร่วมส่วนใหญ่อยู่ในแทกู และจังหวัดใกล้เคียง 

 

10 ก.พ. เริ่มมีไข้  สื่อรายงานว่า ผลตรวจไข้หวัดใหญ่เป็นลบ 

 

14 ก.พ. เริ่มได้รับยาปฏิชีวนะรักษาปอดอักเสบ  


เสาร์ที่ 15 ก.พ. ออกไปรับประทานบุฟเฟต์กับเพื่อนที่โรงแรมควีนเวลล์  


อาทิตย์ที่ 16 ก.พ. ร่วมพิธีกรรมในโบสถ์อีกครั้ง เป็นเวลา 2 ชม. 

 

17 ก.พ.  อาการป่วยคล้ายปอดอักเสบทรุดลงช่วงสุดสัปดาห์ ในที่สุด จึงได้ไปเข้ารับการตรวจเชื้อไวรัสโดยสมัครใจ วันเดียวกันนั้น เกาหลีใต้มียอดติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสะสม 30 ราย


18 ก.พ.  ผลตรวจยืนยันสตรีวัย 61 จากแทกู ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ แต่อาการทรงตัว 


19 ก.พ. ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ (เคซีดีซี ) แถลงเรื่องผู้ป่วยรายที่ 31 ครั้งแรก  ยอดติดเชื้อพุ่งพรวดสองหลักครั้งแรกอยู่ที่ 53 นับจากนั้น ก็เพิ่มด้วยเลขสองหลักมาตลอด จนมาเป็นหลักร้อย ขณะทางการเริ่มสอบสวนกิจกรรมตลอด 2 สัปดาห์ ฆ่าเชื้อกับปิดสถานที่ต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรพ.ที่เธอรักษา ซึ่งมีคนไข้ 33 คน และระหว่างนั้นเธอยังได้ขึ้นรถแท็กซี่อย่างน้อย 5 ครั้ง 

 

21ก.พ. รัฐบาลประกาศให้ เมืองแทกู และ ชองโด  เป็นเขตบริหารจัดการพิเศษ 

 

22 ก.พ. เกาหลีใต้แถลงวันนี้ ยืนยันการติดเชื้อเพิ่มอีก 229  ราย ทำให้ยอดติดเชื้อสะสม 433  ราย ส่วนใหญ่ยังคงเกี่ยวข้องกับโบสถ์ชินชอนจี กับรพ.แทนัม ที่ชองโด ( รายละเอียดตอนท้าย )   เสียชีวิต 2 ราย แต่รัฐบาลยังยืนยันว่า เป็นสถานการณ์ที่จัดการได้ 

 

( ทางการระบุต่อมาว่า เธอไปเข้าโบสถ์รวม 2 ครั้ง ก่อนมีอาการเข้าเกณฑ์ติดไวรัส และหลังมีอาการอีก 2 ครั้ง นอกจากนี้ เมื่อ  29 ม.ค. เธอยังได้เดินทางไปที่สำนักงานใหญ่บริษัทของเธอ ในเขตคังนัม กรุงโซล

 

 

รู้จักลัทธิชินชอนจี กับคนไข้ที่ 31สู่วิกฤติโควิด-19เกาหลีใต้

 

ในโบสถ์ทำอะไรกัน 


 
ลัทธิชินชอนจี ( ชื่อยาวภาษาอังกฤษ Shincheonji Church of Jesus, Temple of the Tabernacle of the Testimony) ก่อตั้งเมื่อปี 2527  โดยอี มาน ฮี ที่อ้างว่าเป็นศาสดาคนหนึ่งของศาสนาคริสต์  เขาอ้างว่าปัจจุบัน มีสาวกทั่วโลกกว่า 2 แสนคน ในเกาหลีใต้มี 12 สาขาทั่วประเทศ แต่ได้สั่งระงับพิธีกรรมและการชุมนุมทั้งหมด ดำเนินการผ่านออนไลน์แทน 

 

นิกายโปรเตสแตนท์ ถือว่า ชินชอนจีเป็นพวกนอกรีต ลัทธินี้ขึ้นชื่อเรื่องการเผยแผ่ศาสนาหาสมาชิกแบบปิดลับ อย่างในร้านกาแฟ  มหาวิทยาลัย หรือในโบสถ์อื่นๆ โดยไม่เปิดเผยตัวตน  

 

บาทหลวงชิน ฮยอน อุค ผู้รณรงค์ต่อต้านลัทธิคลั่งนิกาย กล่าวว่า ผู้เลื่อมใสชินชอนจี จะไม่บอกครอบครัวด้วยซ้ำว่าพวกเขาเป็นสาวก และว่าคนเหล่านี้ไม่คำนึงเรื่องความเจ็บป่วย เพราะเชื่อในชีวิตเป็นอมตะ คนที่เจ็บป่วยและตาย พบจุดจบเพราะขาดศรัทธา 

 

อี มาน ฮี ผู้นำลัทธิ ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชั่นภายในใช้สื่อสารถึงบรรดาสาวกว่า “การระบาดของไวรัสครั้งนี้เป็นการกระทำของปีศาจร้าย เพื่อสกัดขัดขวางการเติบโตของชินชอนจี” 

 

อดีตสาวกคนหนึ่ง ให้ข้อมูลสื่อเกาลีใต้ว่า พิธีกรรมในโบสถ์วันอาทิตย์ อาจเอื้อต่อการติดเชื้อ เนื่องจากมักมีคนเข้าร่วมแน่นขนัด สาวกจะนั่งคุกเข่าบนพื้น และนั่งใกล้ชิดกันเพื่อวางมือบนบ่าของคนข้างๆได้ระหว่างกล่าวสรรเสริญพระเจ้าด้วยเสียงอันดัง 30 นาที ตามด้วยฟังเทศน์ 1 ชม. 

 

** ประเมินว่า วันที่ 9 ก.พ. กับ 16 ก.พ. ที่คนไข้รายที่ 31 เข้าโบสถ์ มีผู้เข้าร่วมราว 1,000 คน แต่โบสถ์ให้ตัวเลขว่าไม่ถึง 500 

 

** ผลสำรวจสาวกลัทธิชินชอนจีรอบแรกจำนวน 1,001 คนพบมีอาการ 544 คน รอบสอง  3,474 คน มีอาการ 409 คน  2,722 คนไม่มีอาการ และอีก 343 คนยังพยายามติดต่ออยู่ 

 

 

กระนั้น จนถึงวันนี้ 22 ก.พ. ยังไม่รู้ว่า คนไข้รายที่ 31 ติดโควิด-19 จากที่ไหน ก่อนไปแพร่เชื้อให้กับคนจำนวนมาก หรืออาจติดจากคนในโบสถ์เอง ประธานาธิบดีมุนแจอิน สั่งสอบสวนโบสถ์ชินชอนจีทั่วประเทศ ขณะมีรายงานว่า ลัทธินี้ไปเปิดสาขาที่เมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการระบาดในจีนด้วย 

 

รู้จักลัทธิชินชอนจี กับคนไข้ที่ 31สู่วิกฤติโควิด-19เกาหลีใต้

 

รพ. แทนัม อีกแหล่งรวมติดเชื้อใหญ่อันดับสอง 

 

** มาถึง รพ. แทนัม เมืองชองโด จ.คยองซังเหนือ  คืออีกคลัสเตอร์ หรือการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อนใหญ่อีกแห่งในเกาหลีใต้   พบผู้ติดเชื้อที่รพ.นี้ 16 คน จำนวนนี้เป็นพยาบาล 5 คน ซึ่งเกรงกันว่าอาจมีคนไข้รายอื่นติดเชื้อด้วย 

 

รพ.แห่งนี้ คือสถานพยาบาลที่ผู้ป่วยปอดอักเสบเรื้อรังวัย 63 เสียชีวิตเมื่อวันพฤหัสบดี หลังรักษาตัวที่นั่นนาน 20 ปี ผลตรวจหลังเสียชีวิตพบไวรัสโคโรน่า แต่ไม่ทราบว่าติดไวรัสได้อย่างไร และอาจจะมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย

 

** ชองโด เป็นบ้านเกิดของผู้ก่อตั้งลัทธิชินชอนจี ทางการสงสัยว่า ชองโด คือศูนย์กลางการระบาด เนื่องจากสาวกลัทธินี้จำนวนมาก ไปคารวะศพพี่ชายอี มาน ฮี ที่จัดขึ้นที่โรงพยาบาลแทนัม ช่วงวันที่ 31 ม.ค.-2 ก.พ. 

 

ในบรรดายอดติดเชื้อสะสม 346 ราย   ราว 108 คน เกี่ยวข้องกับรพ. แทนัม อีกราว 170 คน เกี่ยวข้องกับโบสถ์ชินชอนจี  ( 22 ก.พ.) 
 

(  หมายเหตุ : รวบรวมข้อมูลจากสื่อในเกาหลีใต้ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง จะอัปเดตตามข้อมูลใหม่รายวัน )