เมื่อวันศุกร์ (14 ก.พ.2563) คณะรัฐมนตรีของชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นจะใช้เงินทุนสำรอง 1.03 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 2.92 พันล้านบาท) เพื่อใช้สำหรับการดำเนินมาตรการต่างๆ ในการต่อต้านเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19 (COVID-19)

 

 

 

                   รัฐบาลญี่ปุ่น ระบุว่า เงินสำรองก้อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของงบทั้งหมด 1.53 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 4.34 พันล้านบาท) ที่จะจัดสรรตามลำดับความสำคัญด้านสาธารณสุข โดยรัฐบาลจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาชุดทดสอบไวรัสอย่างง่าย การพัฒนาวัคซีน การสนับสนุนโรงพยาบาลในการป้องกันการติดเชื้อและการรักษาผู้ป่วย รวมถึงนำไปใช้ในด้านอื่นๆ

                   นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “เรามีเป้าหมายที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และดูแลสุขภาพของผู้ติดเชื้อไม่ให้เลวร้ายลง”

                   โรงงานที่มีส่วนในการผลิตหน้ากากอนามัยและหน้ากากทางการแพทย์แต่ละแห่งจะได้รับเงินอุดหนุนสูงสุด 30 ล้านเยน (ประมาณ 8.52 ล้านบาท) เพื่อเพิ่มการผลิต โดยรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าว่าจะต้องผลิตหน้ากากอนามัยให้ได้ 600 ล้านชิ้นต่อเดือน

                   ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะส่งเสริมมาตรการกักกันโรคด้วยเงินก้อนใหม่นี้ เนื่องจากกรุงโตเกียวกำลังเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกในฤดูร้อนที่จะถึง

                   เนื่องจากการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดส่งผลต่อภาพรวมของการเติบโตของเศรษฐกิจ ทางการจึงเตรียมให้สิทธิในการเข้าถึงเงินทุนได้รวดเร็วขึ้นด้วยเงินกู้ฉุกเฉิน แก่บริษัทในภาคการท่องเที่ยว รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

                   นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังประกาศจะร่วมมือกับนานาประเทศในการรับมือกับเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งรวมถึงการแบ่งปันข้อมูลสำคัญเพื่อเร่งการพัฒนาวัคซีนและยาที่เกี่ยวข้อง

 

 

------------------------------

ที่มา www.xinhuathai.com