จง หนานซาน อายุรแพทย์โรคระบบหายใจ ที่เคยค้นพบโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) จากไวรัสโคโรนาในปี 2556 และปัจจุบันเป็นประธานคณะผู้เชี่ยวชาญสอบสวนไวรัสอู่ฮั่น ที่คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีนแต่งตั้งขึ้น ระบุว่า 

 

 

“สถานการณ์ในขณะนี้ ไม่ใช่เชื้อไวรัสแพร่จากสัตว์สู่คนอีกต่อไป  แต่เป็นการแพร่ระหว่างคนกับคน”  หลังจากพบผู้ป่วยที่มณฑลกวางตุ้ง ที่ไม่เคยไปเมืองอู่ฮั่นเลย แต่ติดไวรัสจากคนในครอบครัว นอกจากนี้ บุคลากรการแพทย์อย่างน้อย 14 คนที่ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วย ก็ติดเชื้อจากพาหะคนหนึ่ง

 

สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี  รายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ในปักกิ่งและมณฑลกวางตุ้ง ทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 5 และ 14 รายตามลำดับในสองแห่งนี้ นับถึงเวลา 18.00 น. ของวันจันทร์ ( 20 ม.ค.) ขณะตัวเลขผู้ติดเชื้อในอู่ฮั่นยังไม่เปลี่ยนแปลงที่ 198 ซึ่งเป็นตัวล่าสุดเมื่อ 13.00 น. วันเดียวกัน ขณะยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 3 คน 

ที่เซี่ยงไฮ้ เมืองที่มีประชากร 24.2 ล้านคน คณะกรรมการสาธารณสุข ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 1 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดในจีนอยู่ที่ 218 ราย ผู้ป่วยเป็นสตรีวัย 56 ปีจากอู่ฮั่น แต่แยกรักษา หายไข้และไม่มีเชื้อไวรัสแล้ว 

 

ส่วนการพบเชื้อนอกจีน ยังอยู่ที่ 4 ราย โดยพบในไทย 2 ราย อีกสองรายพบในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยทุกรายเชื่อมโยงกับเมืองอู่ฮั่น 

 

 

 

 

 

ด้านองค์การอนามัยโลกแถลงว่า คณะกรรมการว่าด้วยกฎอนามัยฉุกเฉินระหว่างประเทศ จะประชุมในวันพุธนี้ ( 22 ม.ค.) ก่อนตัดสินใจว่าควรประกาศให้สถานการณ์ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขทั่วโลก ( public health emergency of international concern ) หรือไม่ ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงด้านสาธารณสุขต่อประเทศอื่นและจะต้องกำหนดมาตรการรับมือทั่วโลกอย่างเข้มงวด  

 

องค์การอนามัยโลกเคยใช้มาตรการนี้กับสถานการณ์ระบาดไม่กี่ครั้ง รวมถึงไวรัส H1N1 หรือหวัดหมู ในปี 2552 โรคอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกช่วงปี 2557-2559  ไวรัสซิกาในปี 2559 และอีโบลาระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 2561 
 

พัฒนาการล่าสุดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ประกาศในวันเดียวกันว่า จีนจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส  รัฐบาลจีนจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกต่อความปลอดภัย และสุขภาพของประชาชน