royal coronation
26 มกราคม 2563
ต่างประเทศ

ซูจินอี อดีตพนักงานพลิกโฉมโมเต็ลเกาหลีสู่แอพหมื่นล้านYanolja

10 พฤศจิกายน 2562 - 08:25 น.
Yanolja,หมื่นล้าน,ซูจินอี,อดีตพนักงานโมเต็ล,โมเต็ลเกาหลี
Shares :
เปิดอ่าน 598 ครั้ง

โดย...กิ่งกาญจน์ ตรียงค์

 

ย้อนไป 16 ปีที่แล้ว ชายหนุ่มชื่อ “ซู จินอี”  เคยทำงานในโรงแรมประเภทที่เรียกว่า เลิฟ โฮเทล หรือที่รู้จักกันในคำง่ายๆ ว่า โมเต็ล หรือโรงแรมม่านรูด หน้าที่ประจำวันของเขาก็คือ ดูแลบริการด้านที่จอดรถ คอยเปลี่ยนผ้าปูเตียง และเก็บกวาดทำความสะอาดห้องพักหลังจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเสร็จกิจแล้ว

 

ซู จินอี เป็นกำพร้าตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องตระเวนไปอยู่ตามบ้านญาติจนโต เพื่อยุติชีวิตเร่ร่อน ในวัย 23 ปี เขาตัดสินใจเข้าทำงานที่เลิฟ โฮเทล แห่งหนึ่ง เพราะนั่นหมายถึงการมีที่อยู่ที่กินซึ่งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง และยังมีค่าจ้างให้อีกด้วย 

 

ต่อมาเมื่อเห็นสัญญาณขาลงของธุรกิจนี้จากการออกกฎหมายปราบปรามการค้าประเวณี เมื่อปี 2004 เขาจึงนำเงินสะสมจากการทำงานไปลงทุนในหุ้น และเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ขายสลัด แต่ทั้งหมดนี้ก็ “ล้มเหลว” จนต้องหวนกลับมาทำงานเกี่ยวกับโรงแรมเหมือนเดิม

 

เขาใช้ความรู้ที่คลุกคลีกับงานโรงแรมมาหลายปี สร้างเครือข่ายชุมชนบนอินเทอร์เน็ต เชื่อมโยงระหว่างผู้ขายผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนู กระดาษชำระ และเจ้าของโรงแรม ให้เข้าถึงกันผ่านทางออนไลน์ ต่อมาในปี 2005 ก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นเว็บไซต์รับจองห้องพัก ชักจูงเจ้าของโมเต็ลทั้งหลาย ให้เลิกเน้นแต่ลูกค้าที่มุ่งหวังใช้ห้องพักสำหรับกิจกรรมทางเพศ และชวนให้เปลี่ยนมาจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยว กลุ่มครอบครัว หรือนักเดินทางเพื่อมาทำธุรกิจ

 

พร้อมกันนั้น ก็กล่อมเจ้าของกิจการเหล่านี้ อนุญาตให้เขานำภาพห้องพักขึ้นบนเว็บไซต์ เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาดูประกอบการตัดสินใจ ซึ่งในอดีตใช่ว่าจะได้เห็นภาพห้องตามโมเต็ลกันง่ายๆ ไอเดียนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีคนเข้ามาคลิกชมผ่านเว็บอย่างคึกคัก อีกทั้งเปิดให้ลูกค้าแชร์ความคิดเห็นผ่านออนไลน์ด้วย เริ่มก่อตั้งบริษัท Yanolja ที่กรุงโซล ในปี 2007 ให้บริการจองห้องพักออนไลน์อย่างเต็มตัว และต่อมาในปี 2011 ก็ต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นแอพบนมือถือสมาร์ทโฟน ในชื่อเดียวกัน

 

 

 

 

ปัจจุบัน Yanolja ซึ่งมีความหมายว่า “มาสนุกกันเถอะ" (hey, let’s play) กลายเป็นแอพจองห้องพักยอดนิยม มีสมาชิกที่โหลดแอพไว้ในมือถือถึง 8 ล้านคน มีเครือข่ายโรงแรมและเกสต์เฮ้าส์ ภายใต้แบรนด์นี้ (Yanolja) อยู่มากกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ หรือเกือบ 50% ของธุรกิจด้านนี้ที่จดทะเบียนอยู่ในเกาหลีใต้ มีพนักงาน 350 คน ราวครึ่งหนึ่งเน้นทำงานด้านวิจัยและพัฒนา รวมถึงการออกแบบระบบและซอฟต์แวร์ เมื่อปีที่แล้วประกาศรายได้สูงถึง 68,000 ล้านวอน และเตรียมนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ต้นปีหน้า

 

 

“จินอี” ทุ่มเทอย่างมากกับการให้ความช่วยเหลือ และล้างภาพจำเดิมๆ ของกิจการโรงแรมประเภท เลิฟ โฮเทล ที่ต้องการปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอด ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่ผลักดันธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในยุคปลายทศวรรษ 1980 ลงสู่ภาวะ “ใกล้ตาย” โรงแรมบางแห่งที่ Yanolja ดำเนินกิจการเอง จะได้รับการปรับโฉมให้ทันสมัยขึ้น สะอาดขึ้น

 

 

 

ที่สำนักงานของ Yanolja จะมีการจัดสรรพื้นที่ซึ่งเรียกว่า ห้องแล็บ เพื่อเป็นโชว์รูมแสดงการตกแต่งห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์นำสมัย และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตสุดล้ำ อย่างไอโอที (Internet of Things) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกทั้ง ยังได้ทำโครงการจัดอบรมเจ้าของโรงแรมเลิฟ โฮเทล เกี่ยวกับวิธีการระวังป้องกันไม่ให้ลูกค้าติดตั้งกล้องแอบถ่ายในห้องพักระหว่างเข้าใช้บริการ

 

 

Korea Herald

 

 

“ถ้าโมเต็ลเหล่านั้น ยังยึดติดแต่กับเป็นเลิฟ โฮเทล ก็จะต้องตายแน่ๆ” จินอี ในวัย 39 ปีกล่าว

 

 

ลูกค้าส่วนใหญ่ของ Yanolja ก็คือ คู่รักวัยหนุ่มสาว ซึ่งอาจยังไม่มีงานทำหรือเพิ่งเริ่มต้นทำงาน จึงยังต้องอาศัยอยู่บ้านพ่อแม่ตัวเอง ดังนั้น สถานที่ทางเลือกอย่างเลิฟ โฮเทล หรือโมเต็ล ที่มั่นใจได้ถึงมาตรฐานจากการที่อยู่ในเครือข่ายแอพจองห้องพักยอดนิยมนี้ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคู่รักกลุ่มนี้ในการใช้เป็นสถานที่พบปะสานสัมพันธ์รักกันเป็นครั้งคราว ครั้งละไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งจากฐานข้อมูลพบว่าเฉลี่ยลูกค้ากลุ่มนี้จะเข้ามาใช้บริการ 1-3 ครั้งต่อเดือน

 

 

 

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสใหม่ๆ จากกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบประหยัด (budget travelers) ที่กำลังเติบโตตามความเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ที่ติดอันดับหนึ่งในตลาดท่องเที่ยวใหญ่สุดของเอเชีย ลูกค้ากลุ่มนี้นิยมมองหาที่พักระยะสั้นๆ ราคาไม่แพงนัก

 

 

 

ด้าน “คิม จองยุน” ซีอีโอ ของ Yanolja บอกว่า ก่อนหน้านี้ คนส่วนมากไม่ค่อยกล้าเข้ามาพักตามโรงแรมประเภทเลิฟ โฮเทล เพราะรู้สึกอาย แต่แอพแห่งนี้ ได้พลิกมุมมองใหม่ให้เกิดขึ้นในกิจการประเภทนี้ ด้วยการดึงแขกจากกลุ่มนักท่องเที่ยว และนี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของเลิฟ โฮเทล ราคาของห้องพักต่อคืน มีตั้งแต่ระดับราคาประหยัด 50,000 วอน ( 1,300 บาท ) ไปจนถึงระดับโรงแรม 5 ดาวคือราคา 200,000 วอน (ประมาณ 5,000 บาทเศษ)  โดยลูกค้าจากทั่วโลกสามารถจองห้องพักผ่านเว็บไซต์/แอพที่รู้จักกันดีอย่าง อโกดา (Agoda) หรือ Booking.com เป็นต้น

 

 

เขายอมรับด้วยว่า ประสบการณ์ของผู้ก่อตั้งคือ ซู จินอี  ที่เคยทำงานในโรงแรมเลิฟ โฮเทล เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับแอพนี้ เพราะทำให้มีความเข้าใจธรรมชาติของธุรกิจโรงแรมได้อย่างแท้จริง

 

ขณะที่ “ลีฮุน” ศาสตราจารย์สาขาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยฮันยาง ในกรุงโซล กล่าวถึงกรณีศึกษาของ Yanolja ว่า “นี่คือตัวอย่างที่เป็นหนี่งเดียว ของการผ่าทางตันให้แก่เลิฟ โฮเทล จากการรับรู้แบบเดิมๆ”

 

 

 

 

วันนี้ “ซู จินอี” อดีตพนักงานตัวเล็กๆ ของโมเต็ลแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ ที่ใช้ความรู้และประสบการณ์ที่เคยมี “พลิกโฉม” อุตสาหกรรมเลิฟ โฮเทล สู่แพลตฟอร์มการจองห้องพักออนไลน์ผ่านแอพ กลายเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในเกาหลีและทั่วโลก ในฐานะผู้ก่อตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพระดับ “ยูนิคอร์น” หรือบริษัทที่มีมูลค่าถึงมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท (1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพียงรายเดียวในเกาหลี สำคัญเงินสนับสนุนเหล่านี้ได้มาจากบริษัทผู้ลงทุนรายใหญ่ทั้งเกาหลีและต่างชาติ ได้แก่ นายชิน แดจี อดีตซีอีโอ บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารของเกาหลีใต้, กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์ (Singapore sovereign wealth fund GIC) และบริษัท บุ๊คกิ้ง โฮลดิ้งส์ จากสหรัฐอเมริกา เจ้าของเว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อดัง Booking.com นั่นเอง

 

ขณะที่ ซีอีโอ ของ Yanolja ก็ฉายภาพอนาคตอันใกล้ว่า “โรงแรมเป็นแค่กิจการหนึ่ง เพราะเรามองไปที่การทำธุรกิจแบบครบวงจรสำหรับผู้เข้ามาใช้บริการจากแอพนี้ เราเตรียมมองไปที่กิจการร้านอาหาร กิจกรรมยามว่าง การจองบัตร การเช่ารถ และอื่นๆ”

 

แต่ที่แน่ๆ ปัจจุบันธุรกิจมูลค่านับหมื่นล้านบาทแห่งนี้ ได้ขยายความยิ่งใหญ่ของการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวออนไลน์จากแดนโสม เข้าไปลงทุนในกิจการสตาร์ทอัพโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) ในชื่อ Zen Room ของสิงคโปร์ หนึ่งในเครือข่ายโรงแรมเจ้าใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยจำนวนห้องพักรวมมากกว่า 10,000 ห้อง และล่าสุดกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ด้วยการใส่เงินลงทุนเพิ่มเติมไปจากก้อนแรก 15 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ที่ลงไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม ปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับคำกล่าวของ “ซู จินอี” ที่เคยพูดไว้ว่า “ตลาดเกาหลีใต้เล็กเกินไป”

 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ