ปลาจำพวกปลาไนจากเอเชีย หรือ คาร์พเอเชีย ( Asian Carp) เป็นภัยคุกคามปลาท้องถิ่นในรัฐเคนตักกี ทำให้ทางการต้องหาวิธีการจำกัดการแพร่พันธุ์ หลังจากที่ปลาไนเหล่านี้ขยายพันธุ์จนมีจำนวนนับล้าน แย่งอาหารปลาอื่นๆในระบบนิเวศ 
 


สำนักงานทรัพยากรสัตว์ป่าและประมงรัฐเคนตักกี เผยคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่หน่วยงาน  3 คนบนเรือติดอุปกรณ์ช็อตไฟฟ้าในแม่น้ำคัมเบอร์แลนด์ ไปยังเขื่อนบาร์คลีย์ รอนับถอยหลังก่อนปล่อยกระแสไฟฟ้าลงไป พลันปลาคาร์ปเอเชียมากมายนับไม่ถ้วนกระโดดขึ้นมา 


รอน บรูกส์ ผู้อำนวยการสำนักงานประมง ฯ อธิบายว่าการช็อตปลาด้วยไฟฟ้า ไม่ทำให้ปลาทั่วไปตาย แค่ช็อกไปทั่วขณะ และเป็นวิธีการปกติที่ใช้จับและจับจำนวนประชากรปลา หรือติดแทก การจับปลาพวกนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา จากนั้นจะนำไปขายให้กับผู้ซื้อเพื่อนำไปทำปุ๋ย เหยื่อตกปลาหรือผลิตภัณฑ์อาหารของคนต่อไป 

 


บรูกส์ กล่าวว่า ปลาคาร์ปเอเชีย และคาร์ปซิลเวอร์ ถูกเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาจำพวกปลาดุก หรือ แคท ฟิช นำเข้าไปในสหรัฐเพื่อใช้กำจัดสาหร่ายที่มีมากเกินไปในฟาร์มเลี้ยงปลาเชิงพาณิชย์ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 70 จากนั้นก็ขายให้ตลาดชุมชนชาวจีน แต่พวกเขาไม่ได้ตระหนักว่า ปลาอาจหลุดจากฟาร์มไปยังแม่น้ำ ต่อมา ก็แพร่พันธุ์จนมีจำนวนนับล้านตัว แย่งอาหารปลาอื่นๆในระบบนิเวศ 

 


คาร์พเอเชีย 4 ชนิด มีขนาดแตกต่างกันไป น้ำหนักหนักเฉลี่ย 3.5 -10.5 ก.ก. ปลาเพศเมียเต็มวัย 1 ตัว ออกไข่ปีละ 1 ล้านตัวต่อปี 

 


ปลาชนิดนี้อ่อนไหวกับเสียงกับสิ่งรบกวนมาก หากได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือ มันอาจกระโดดขึ้นมาเหนือน้ำ คาร์พเงินอาจกระโดดสูงถึง 3 เมตร  เวลาได้ยินข่าวปลาขนาดใหญ่กระโดดขึ้นมาชนเรือเรือประมง หรือเครื่องมือจับปลาเสียหาย หรือชาวเรือบาดเจ็บ ก็คือปลาชนิดนี้ 

 


รัฐเคนตักกี และเทนเนสซี กำลังพยายามดึงอุตสาหกรรมประมงเชิงพาณิชย์ร่วมกำจัดคาร์พเอเชีย และที่เห็นในคลิปก็คือโครงการล่าสุด เพื่อปกป้องทะเลสาบเคนตักกีและทะเลสาบบาร์คลีย์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเรือและตกปลาที่สำคัญ สร้างรายได้กว่าพันล้านดอลลาร์แก่สองรัฐ ขณะนี้ สำนักงานฯยังเตรียมทดลองวางแนวกั้นที่จะใช้ทั้งฟอง เสียงและแสง สกัดปลาคาร์ปเอเชียที่อ่อนไหวกับเสียงและสิ่งรบกวน ไม่ให้เข้าไปในทะเลสาบบาร์คลีย์