( ภาพ YouTube / FRANCE 24 English ) 

 

 

เค.ที. ทรอย รอบบินส์ ในวัย 24 เป็นทหารอเมริกันที่ถูกส่งไปประจำการทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ในปี 1944 และได้พบรักกับ แชนนีน แกนนาย สาวฝรั่งเศสวัย 18 

ทั้งคู่ตกหลุมรักกันและกัน ในช่วงที่รอบบินส์ใช้ชีวิต 3 เดือนอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับเธอ แต่จู่ๆ สัมพันธ์ของทั้งสองต้องสิ้นสุดลงกะทันหัน เมื่อฝ่ายชายถูกส่งไปยังแนวรบด้านตะวันออก 

 

หลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติ รอบบินส์กลับอเมริกา แต่งงาน และไม่เคยพบกับเธออีก แต่ก็ไม่เคยลืมรักครั้งแรก ส่วนแกนนาย ที่ปัจจุบันนามสกุล เพียร์สัน ก็แต่งงานมีครอบครัว และเคยหวังลึกๆเช่นกันว่าจะได้พบกันอีกสักวัน 

 

 

ในวัย 97 ปี รอบบินส์กลับไปฝรั่งเศสก่อนครบรอบ 75 ปีวันดีเดย์  นักข่าวจากสถานี France 2 สัมภาษณ์รอบบินส์ เกี่ยวกับประสบการณ์วันยกพลขึ้นบกที่หาดนอร์ม็องดี ตอนหนึ่งเขาเล่าความหลังว่า จู่ๆต้องพรากจากคนรัก บอกเธอว่าจะกลับไป แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้น และสันนิษฐานว่าเธออาจจากไปแล้ว พร้อมกับอวดภาพถ่ายขาวดำของสาวคนรักที่เก็บไว้ตลอดมา เป็นสิ่งเตือนใจว่าครั้งหนึ่ง ทั้งสองเคยมีเวลาที่ดีร่วมกัน 

นักข่าวจึงติดตามจากภาพถ่ายที่มีทั้งชื่อ และหมู่บ้านที่เธอเคยอาศัยอยู่  ใช้เวลาไม่นาน ก็ได้ข่าวดี ว่า แชนนีน ยังมีชีวิตอยู่ อาศัยในบ้านพักคนชราในวัย 92 ปี ห่างจากหมู่บาน Briey  ที่ทั้งคู่เคยพบกันครั้งแรก 65 ก.ม. 

 

 

วันที่ผู้สูงอายุทั้งสองได้กลับมาพบกันครั้งแรกใน 75 ปีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รอบบินส์เดินไปหาเพียร์สัน เข้าสวมกอดและกล่าวว่า “ผมรักคุณเสมอ คุณอยู่ในใจผมตลอดมา" ขณะที่เพียร์สัน หันไปพูดภาษาฝรั่งเศสกับนักข่าว“เขาบอกว่ารักฉัน” และกล่าวว่า เธอก็คิดถึงเขาเสมอเช่นกัน


เพียร์สัน เล่าว่า เธอร้องไห้ตอนทีชายคนรักขึ้นรถบรรทุกออกจากหมู่บ้าน เธอถึงกับเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ เพราะหวังว่าเขาจะไม่กลับอเมริกาหลังสงครามยุติและจะกลับไปหาเธอ 

เธอแต่งงานในปี 1949 มีลูก 5 คนกับสามีที่จากไปแล้วเช่นกัน ส่วนรอบบินส์แต่งงานกับภรรยา ลิเลียน อยู่กินกัน 70 ปี กระทั่งเธอจากไปในวัย 92 เมื่อปี 2558 เขากล่าวว่าเมื่อแต่งงาน ก็ไม่อาจทำอะไรตามใจตัวเองได้อีก  

 

 

ทั้งคู่ใช้เวลาไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ 2  ชั่วโมง ที่บ้านพักคนชราสถานที่เพียร์สันพำนักอยู่ในปัจจุบัน ระหว่างนั้น รอบบินส์ อวดรูปของเธอที่เขาเก็บไว้ตลอดมา ทั้งคู่ร่ำไห้เมื่อถึงเวลาต้องแยกกันอีก รอบบินส์ย้ำอีกครั้งว่า"ผมรักคุณ แชนนีน"