ฮอตเรื่องงาน
มาเล่นคอมเมดี้ครั้งแรกใน "เลดี้บ้านนา"
 เป็นเรื่องแรก เล่นเป็นพายัพ เรียนจบเมืองนอก เรียนจบเกี่ยวกับเกษตรกรรม แล้วก็เอามาพัฒนาบ้านตัวเอง คือแทนที่จะไปหาเงินในกรุงเทพฯ แต่เรากลับมาช่วยที่บ้าน เพราะบ้านเรามีไร่ วันหนึ่งมาเจอเลดี้ดีดี้ที่บ้านนา เพราะเขาหนีการฆาตกรรม เราก็เลยต้องดูแลเขา

ยากไหมกับการเล่นคอมเมดี้ครั้งแรก
 ยากนะ เพราะเราไม่ค่อยถนัดคอมเมดี้ ตั้งแต่เล่นละครมาก็เล่นดราม่ามาตลอด 7 ปี แล้วเรื่องนี้ถ่ายควบกับ "ดอกส้มสีทอง" ซึ่งเป็นแนวดราม่าเข้มข้นด้วย ด้วยความไม่ถนัดคอมเมดี้ จังหวะตลกโปกฮาผมเล่นไม่ค่อยได้ แรกๆโดนเรียกไปดูมอนิเตอร์ตลอด เราก็พยายามศึกษาว่าประมาณไหน 

เรื่องนี้ถ่ายควบกับ "ดอกส้มสีทอง" มีสับสนบ้างไหม 
 ตอนนั้นเพี้ยนไปเลย(หัวเราะ)  เบลอไปเลย เพราะแต่ละเรื่อง คนละแนว เรื่องหนึ่งดราม่า เรื่องหนึ่งคอมเมดี้ แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุด
 
ร่วมงาน "วิกกี้" สุนิสา เจทท์ เป็นอย่างไรบ้าง
 เพิ่งเจอวิกกี้ครั้งแรก แต่เขาตัวแม่(หัวเราะ) เขาเป๊ะอยู่แล้ว เราไม่เป๊ะเลยต้องทำการบ้านเยอะกว่าคนอื่น ผมเล่นกับใครต้องปรับตัวตลอด
 
ติดใจละครแนวคอมเมดี้ไหม
 ยังไม่ถึงขั้นติดใจ เหมือนเริ่มชิมๆ ลาง แล้วอีกเรื่อง "แม่ผัวตะบันไฟ แม่ยายตะไลเพลิง" ยังเป็นคอมเมดี้อยู่ พยายามเริ่มเอาวิชาความรู้จากเรื่องแรกมาใช้ แล้วก็ค่อยๆปรับไป ถามว่าจะเริ่มชินมั้ย ถ้าเล่นอีกสักเรื่องสองเรื่องก็น่าจะชิน(หัวเราะ) เหมือนผู้ใหญ่ให้โอกาส อยากให้เราเปลี่ยนด้วยมั้ง เพราะเราเล่นแต่ดราม่ามาตลอด แต่ผมว่าดีเหมือนกัน ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ว่ามันจะเป็นยังไงบ้าง แต่เราเต็มที่กับงานของเราเท่านั้นเอง

กระแสตอบรับ ดอกส้มสีทอง เป็นอย่างไรบ้าง
 คนพูดเยอะ ด้วยบทที่แรง และคำพูดที่แรง เป็นเรื่องสังคมจริงๆ ที่มีอยู่จริง มันก็ตรงที่มีอยู่ในสังคมมากๆ เลยมีคนพูดถึงเยอะ ส่วนตัวผมได้รับกระแสเยอะเหมือนกัน ส่วนใหญ่บอกว่าทำไม "คุณใหญ่" โง่จัง ผมคิดอยู่แล้ว ว่ามันต้องเป็นแบบนี้ เท่าที่ได้อ่านบท

กระแสสังคมพูดถึงเยอะ
 ถ้าเขาดูแล้วเอาไปสอนลูกสอนหลาน เอาไปปรับปรุงการใช้ชีวิตผมโอเค แต่ไม่ใช่กระแสสังคมดูแล้วสนุกมาวิพากษ์วิจารณ์  มันไม่ใช่ ดูละครแล้วมันต้องสอน และได้อะไรบ้าง เพราะการทำละคร คนทำ ผู้กำกับ นักแสดงทุกคน ทีมงาน เขาต้องกลั่นกรองอยู่แล้ว ว่าอะไรคืออะไร ฉากนี้ต้องการสอนอะไร ถ้าเรยา ("ชมพู่" อารยา เอ ฮาร์เก็ต) เป็นอย่างนี้ เพราะอะไร เพราะใคร คนดูก็จะตอบได้ว่าเป็นเพราะแม่ แม่ตามใจเลี้ยงลูกแบบนี้ มันก็ย้อนให้เราดูตัวเอง ว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่เลี้ยงลูกยังไง

ตัวตนในแบบอั๋น
อยู่วงการมานาน ล่าสุดเพิ่งเจอข่าวเหวี่ยงนักข่าว เรื่องนี้ได้สอนอะไรกับอั๋นบ้าง
 ผมมองทั้งสองฝ่าย ว่าเราทำงานเป็นนักแสดงร่วมกับนักข่าว น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า เหมือนเป็นพี่เป็นน้อง พึ่งพากัน มันอยู่ที่ความเหมาะสมมากกว่า มันต้องมีขอบเขต ซึ่งบางคนมอง ว่านักแสดงต้องเปิดเผยชีวิตตัวเอง แต่ผมว่ามันไม่ต้องจำเป็นทั้งหมด คือเราทำงาน ผมถือว่าเป็นอาชีพ ถ้าเรื่องงานมาถามเลยผมเต็มที่ แต่ถ้าเรื่องส่วนตัวผมได้แค่ส่วนหนึ่ง  ถามว่าเป็นบทเรียนให้ผมมั้ย ผมว่าต่อไป ผมขอไม่พูดในบางเรื่องกับใคร คงง่ายขึ้นแล้วล่ะ(ยิ้ม)
 
7 ปีกับวงการเป็นอย่างไรบ้าง
 7 ปี แก่ขึ้นเรื่อยๆ (ยิ้ม) พยายามเก็บประสบการณ์สะสมมา เพราะวงการให้อะไรหลายๆอย่างกับเรา ถามว่า 7 ปีเรามีชื่อเสียงมั้ย ไม่เลย ผมยังทำตัวเหมือนเดิมปกติ เพียงแต่ทำอะไรต้องระวังมากขึ้น เพราะเราเป็นตัวอย่างในสังคมวัยรุ่น ก็ต้องระวังบ้าง แต่เราก็มีหลายมุม ไม่ใช่มีแต่มุมดี เรามีมุมมืดของเราบ้าง แต่ในเรื่องมุมมืดเราไม่อยากให้เป็นตัวอย่างของเด็ก เราไม่ใช่คนดีเลิศเลอ ผมไม่คิดอย่างนั้น เราคือมนุษย์ที่อยากจะเป็นคนดี ทำดีแค่นั้นเอง

รู้สึกอย่างไรกับคำว่า "พระเอก" 
 ผมไม่ยึดติดกับตรงนี้ เราไม่คิดว่าต้องเป็นพระเอก ใครบอกให้เล่นบทไหน เราก็พยายามเล่น ไม่ว่าตัวโกงตัวอะไร นักแสดงต้องทำได้อยู่แล้ว

ผ่านละครมาหลายเรื่อง แต่ชื่อเสียงไม่เปรี้ยงสักที
 ใช่นะ แต่เรื่อง "ดอกส้มสีทอง" คนอาจจะดูเยอะขึ้นมาหน่อย คนเลยรู้จักมากขึ้นแค่นั้นเอง โอเคชื่อเสียงผมไม่ดังมากมาย ผมเฉยๆ นะ ถ้าผมรู้สึกไม่ดี คงออกจากวงการไปแล้ว  แต่ถ้าออกจากวงการ ผมคงออกด้วยตัวเราเองมากกว่า คงไม่เกี่ยวเรื่องดังหรือไม่ดังหรอก มันคนละเรื่อง ผมว่ามันต้องแบ่ง ในความรู้สึกของผมค่อยๆ ไปเรื่อยๆ ดีกว่า ช้าแต่ชัวร์ เราไม่ได้โอ้โห...มาปุ๊บๆ แล้วก็หาย เราค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ แล้วเราพัฒนาฝีมือไป ในขณะเดียวกันถ้าผู้ใหญ่ให้โอกาสเราอยู่ เราก็ยังมีผลงานให่ผู้ชมได้เห็นแค่นั้นเอง

จากเซ็นสัญญาทีวีธันเดอร์มาเซ็นสัญญากับช่อง 3
 ผมเซ็นสัญญากับช่อง 3 มา 2 ปีแล้ว อยู่บ้านหลังที่ใหญ่ขึ้น แต่จริงๆ ทีวีธันเดอร์ก็ทำละครให้ช่อง 3 อยู่แล้ว

เด็กใหม่แจ้งเกิดในช่องเยอะ กลัวบ้างไหม
 ไม่กลัว ไม่นอยด์ เพราะว่ามันเป็นวัฏจักร มันต้องมีขึ้นมาลง แล้วมีคลื่นลูกใหม่คลื่นลูกเก่า ถ้านักแสดงไม่มีต่อเนื่อง เวลาเล่นบทละคร ช่วงอายุ มันไม่ได้ อายุคนแสดงกับคาแรคเตอร์ที่ได้รับมันไม่สมเหตุสมผล ซึ่งผมมองว่าทุกอาชีพมีวัฏจักรที่เหมือนกัน เป็นการทำงานเหมือนกัน 

ตัวตนอั๋นเป็นคนอย่างไร
 เหมือนในทีวี(หัวเราะ)ไม่หรอก เป็นง่ายๆ สบายๆ เรื่องเยอะมีบ้างบางครั้ง แต่ไม่ได้ตลอดเวลา เพราะบางทีเรามีลิมิตของเรา ว่าอะไรได้ อะไรไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเราจะได้ทุกอย่าง เพราะเราเป็นมนุษย์ เราก็เลือกบ้าง แต่เราต้องรู้ตัวเอง ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ แต่สิ่งที่เราทำก็อยู่ในขอบเขตอยู่ในกรอบ ไม่ใช่คนอื่นเดือดร้อน หรือเราเดือดร้อน

มีโลกส่วนตัวหรือเปล่า
 มีนะ ผมชอบอยู่เฉยๆ เงียบๆ ไม่ค่อยชอบสังคม ถือว่าน้อยมาก ยังเป็นคนขี้อาย แต่ดีขึ้น อย่างที่บอกว่าการแสดงให้เราหลายๆ อย่าง ในเรื่องความมั่นใจ ความกล้าแสดงออก มันให้เรามา จริงๆ เราไม่มีความมั่นใจเลย แต่อยู่วงการมา 7 ปีทำให้เราสะสมมาเรื่อยๆ ถ้าย้อนไปจะรู้ว่ามันต่างกันมาก

หัวใจสีชมพู
คิดเรื่องแต่งงานบ้างไหม
 จริงๆ ถึงเวลาก็รู้เอง แต่ว่าเราก็มองว่าเป็นแพลนของเราไปเรื่อยๆ มากกว่า ตอนนี้ก็แฮปปี้ดีไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน

มุมมองความรักของอั๋นเป็นอย่างไร
 ก็ดี ความรักให้อะไรหลายๆ อย่าง ใครว่าเป็นสิ่งที่สวยงามก็สวยงาม ใครว่าเป็นสิ่งไม่สวยงามก็ไม่สวยงาม เพราะว่าความรักต้องคู่กับความเกลียด มันเป็นเรื่องปกติ รักคือความเข้าใจ ให้อภัย คุยกันรู้เรื่อง แค่นี้ก็จบ ผมว่ามีแค่นี้จริงๆ

 ชัดถ้อยชัดคำจริงๆ

ผู้ชายคนนี้ชื่อ...วิทยา วสุไกรไพศาล
 ชื่อเล่น  อั๋น
 เกิดวันที่ 18 กรกฎาคม
 ผลงานละครที่ผ่านมา  หนุ่มห้าวสาวใสหัวใจปิ๊ง,ฟ้ากับตะวัน, สะใภ้สุดขั้วแม่ผัวสุดซ่าส์, นิมิตมาร, สาปภูษา, เจ้าพ่อจำเป็นกับเจ้าหนูนินจา, รุ้งร้าว, เลื่อมพรายลายรัก, มงกุฎดอกส้ม
 ผลงานปัจจุบัน ดอกส้มสีทอง, เลดี้บ้านนา
 ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา  แฝด, เด็กเห็นผี

 เรื่อง... "เพ็ญนภา ดำเล็ก "