การทำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้น่าสนใจชวนติดตาม สนุกและเข้าถึง“ผู้ชม” ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ผลงานทางประวัติศาสตร์ถูกนำเสนอออกสู่สายตาผู้ชม ผ่านทาง งานเขียน ละคร ภาพยนตร์ สร้างความฮือฮา ในแนวละครย้อนยุค หรือละครแนวPeriodย้อนยุค

ทำให้ผู้ชมได้เห็นถึงขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม การเมืองการปกครองในยุคอดีต เห็นความสวยงาม ความเก่าแก่ของบ้านเมืองในสมัยที่ผู้สร้างผลงานต้องการนำเสนอผ่านงานตัวเอง ในยุคต่างๆ

ตั้งแต่ทวิภพ ที่ถูกสร้างขึ้นจากนวนิยาย ของนักเขียนชื่อดังอย่างทมยันตี จากนั้นผู้สร้างหนังละครก็นำมาจินตนาการ ต่อเติมเป็น ละคร จวบกระทั่งถึงภาพยนตร์ หรือละครที่ดังเปรี้ยงปร้าง ส่งผลให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างแห่กันไปอยุธยา ถ่ายรูปชุดไทยกับโบราณสถานในอยุธยา อย่างบุพเพสันนิวาส ผลงานเขียนนิยายของรอมแพง

ความบันเทิงในงานเขียน ละคร ภาพยนตร์ ที่อิงจากประวัติศาสตร์ ที่ผ่านมา เราจะเห็นผู้เสพงานทุกประเภท ต่างกระตือรือร้น อยากค้นคว้า หาความรู้เพิ่มเติม บ้างก็อิ่มเอมใจ รื่นรมย์เสมอเหมือนตัวเองได้กลับไปสู่ยุคอดีต อยากย้อนยุคไปหาความหมายต่อชีวิตของตัวเอง เกิดแรงบันดาลใจดีๆ ขึ้นมาสังคม

แต่ที่ผ่านมา เรียลลิตี้บางรายการใช้ประวัติศาสตร์มาดำเนินรายการเพื่อนำผู้ชมเข้าสู่สถานการณ์จริง ซึ่งเป็นอันตรายต่อการแสวงหาความรู้ด้านประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง

และรายการประเภทนี้ จัดเป็น“ประวัติศาสตร์เกินจริง” ชี้นำสังคมไปในทาง“งมงาย“มัวเมา”โดยไม่มีหลักฐาน เป็น“ประวัติศาสตร์มโน” ขึ้นมา และ ไม่ได้เป็น“ประวัติศาสตร์นอกตำรา

ซึ่งแตกต่างจากงาน นวนิยาย ละคร และภาพยนตร์ย้อนยุค ที่ยังมีการทำการบ้านและสร้างผลงานอยู่บนหลักฐานที่บันทึกทางประวัติศาสตร์

ด้วยเหตุนี้สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จึงจัดกิจกรรมศิลป์สโมสรเสวนา ในประเด็น“อยุธยาที่ไม่มู” ขึ้น เพื่อสร้างความกระจ่างให้เกิดขึ้นต่อการรับรู้สาระความบันเทิงที่ใช้งานด้านประวัติศาสตร์มาขับเคลื่อน

อะไรจะต่อยอดความรู้ทางปัญญาให้ผู้ชม และอะไรทำให้ปัญญาของผู้ จมดิ่งลึกลงไป พบกับวิทยากรอย่าง อาจารย์ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ นักโบราณคดีอาวุโส อาจารย์ราม วัชรประดิษฐ์ ผู้เชื่ยวชาญด้นประวัติศาสตร์ และแฟนพันธ์แท้พระเครื่องคนแรกของประเทศไทย ในวันพฤหัสบดี ที่16 ก.ค.2563 เวลา13.00-16.00น. ณ ลานกิจกรรมหน้าห้องสมุด อาคารDสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

CR: สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส