royal coronation
18 กุมภาพันธ์ 2563
บันเทิง

(คลิป) 'ชมพู่ ก่อนบ่าย' เข้าใจหัวอกแม่หลังคลอดลูก 

27 มกราคม 2563 - 17:53 น.
ชมพู่ก่อนบ่ายคลอดลูก,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 717 ครั้ง

"ชมพู่ ก่อนบ่าย" ธัณย์สิตา สุวัชราธนากิตติ ควง "บอย" วัชรพงศ์ พลเมืองดี เผยความรู้สึกยินดีคลอดลูกชาย เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่


 

    ทีมบันเทิง คมชัดลึก - กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงอีกคู่แล้วสำหรับ ”ชมพู่ ก่อนบ่าย” และ “บอย” วัชรพงศ์ พลเมืองดี สามีนอกวงการ ล่าสุดได้จัดงานแถลงข่าวผ่าคลอดลูกชาย "น้องธารา" กวินท์ธรรศ สุวัชราธนากิตติ ณ ล็อบบี้ ชั้น 3 รพ.สมิติเวช สุขุมวิท

 

    ชมพู่ ”วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้ว แม่คนอื่นอาจจะต้องดูแลตัวเองหน่อย แต่ด้วยความที่ไม่ชอบนอนเตียงนานๆ อยากลุกจากเตียงไวๆ  เมื่อวานพอพยาบาลถอดสายสวนฉี่ออก จากที่ไม่ได้ลุกขึ้นเดินเลย เมื่อวานก็อยากลุกเดินออกจากห้องไปหาลูก จนพยาบาลต้องมาห้ามว่าอย่างเพิ่งเดิยไม่มีใครเดินกันนะคะ เราพยายามรับแขกด้วย เพื่อนมาหาเยอะ เกร็งตัวถ่ายรูป มันก็เลยระบบด้านในนิดหน่อย”

 

    ลูกชายเป็นอย่างไรบ้าง?
     บอย “แข็งแรงดีครับ ใครๆก็บอกว่าเขาหน้าเหมือนชมพู่ พยาบาลบอกว่าเด็กๆหน้าจะเปลี่ยนทุกวัน พยายามลุ้นอยากให้หน้าเหมือนตัวเองบ้าง”
     ชมพู่ “มีแต่คนบอกว่าหน้าเหมือนชมพู่ แต่เดี่ยวเรามาลุ้นอีกทีว่าลูกหน้าเหมือนใคร ออกมาวันแรกหน้าไม่เหมือนฝรั่งเราก็โอเคแล้ว(หัวเราะ)”

 

 

    คลอดเองหรือผ่าคลอด?
     ชมพู่ “ตอนแรกตั้งใจที่จะคลอดลูกเอง แต่ด้วยตารางงาน ผ่าคลอดสะดวกกว่า กลายเป็นว่าเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ตอน 08.05 น. เราตั้งใจให้เขาออกมาตอน 8 โมงเช้า แต่คุณหมอบอกว่าเข้าตอน 8 โมงเช้า ลงมีดไม่เกิน 5 นาที ก็เอาน้องออกมาได้แล้ว เลยประมาณ 08.05 น. แต่ที่ตื่นเต้นคือตอนบล็อกหลัง ความรู้สึกของคนเป็นแม่พอโดนเข็มเข้าไป ความรู้สึกเหมือนเห็นห้องผ่าตัด แล้วเขาบอกว่าขั้นตอนการคลอดที่เจ็บที่สุดคือ การฉีดยาชา ตอนนั้นเจ็บ แล้วก็ตอนที่เขาสวนท่ออะไรสักอย่างไปที่หลัง เพื่อให้เราชา ตอนนั้นตื่นเต้นมาก ไม่เคยตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อน จนเริ่มชา และเขาให้คุณพ่อเข้ามาได้ ก็ใจชื่นขึ้นมาหน่อย ตอนแรกกลัวเขาจะไม่เข้า เพราะเขากลัวเลือด กลัวเข็ม แล้วคุณหมอก็อธิบายว่ามันจะเห็นเลือดนะ เห็นเงาสะท้อนที่โคมไฟ เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะเข้าหรือเปล่า สรุปเข้า แล้วมันจะมีม่านกัน เราจะรู้สึกตัวตั้งแต่หน้าอกขึ้นมา มือเรากระดิกได้ เขาก็มาจับมือด้านข้าง  ใจชื่นขึ้นหน่อย พอหมอเข้ามา เรารู้สึกแค่ตัวเขย่า ทางการแพทย์ น่าจะเป็นตอนที่เขากรีดและก็ดันเอาเด็กออกมา สักพักก็ได้ยินเสียงลูกแล้วเป็นอันเสร็จสิ้น”

 

 

    วินาทีที่ได้ยินเสียงลูก?
     บอย “สำหรับผม มันบอกไม่ถูก สิ่งที่เรารอคอยมา 9 เดือน เราเห็นแล้ว พอหมอเอาเด็กออกไปทำความสะอาด ที่นี้เขาตรงละเอียด เราอยู่ประมาณ 10-15 นาที ผมก็พยายามมองหาลูก ว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า พยายามถามหมอว่าลูกผมมีปัญหาอะไรหรือเปล่า พอคุณหมอบอกว่ายินดีด้วย เด็กสมบูรณ์ทุกอย่างแค่เด็กหายใจเร็ว ต้องให้ออกซิเจนนิดหน่อย”

 

    ชมพู่ “หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ แค่พูดยังรู้สึกเลย ตอนนั้นหันมองตามลูก แล้วก็กลับมาจับมือกัน ได้ยินเสียง เขามาแล้วนะ แล้วก็อย่าให้หมอเดินออกมาบอกว่าลูกเป็นอะไรเลย เพราะว่าตอนอัลตร้าซาวด์มันไม่เป็นอะไรเลย แค่คาดหวังโค้งสุดท้ายอย่าให้มันมีอะไรเลย สรุปหมอบอกว่าแข็งแรง ร้องเสียงดัง น้ำหนัก 2820 กรัม พอรู้ว่าไม่เป็นอะไรมากก็ใจชื้น ตอนที่คุณหมอบอกว่ายังมาหาคุณแม่ไม่ได้ก็ใจหายนิดหนึ่ง ว่าลูกเราเป็นอะไร ต้องเข้าตู้อบเหรอ หรือว่าต้องสอดสายอะไรหรือเปล่า พยาบาลบอกว่าปกติ เพราะเราผ่าในสัปดาห์ที่ 38 นิดๆ เด็กอาจจะมีภาวะหายใจเร็ว เพราะต้องออกมาปรับตัว คือเขาเคยอยู่แต่ภายในหายใจในน้ำก็เลยต้องปรับตัว เขาก็เลยต้องไปอยู่ในตู้ออกซิเจน เป็นตู้ให้ออกซิเจน 2 ชั่วโมงก็ออกมาหาแม่ ตอนนี้ก็มีเรื่องที่ลูกมีพังผืดใต้ลิ้น เขาบอกว่าเกิดได้กับเด็กแรกเกิดทั่วไป วิธีแก้คือเขาจะมีการตัดพังผืดใต้ลิ้น ตอนโตก็จะพูดได้ชัด ตอนกินนมก็จะเข้าฐานได้ลึกขึ้น คือลูกจะผ่าตัดเย็นนี้เราก็ไม่กล้าดู เมื่อวานแค่ไปดูลูกฉีดยาไวรัสตับอักเสบ พอลูกร้องเราก็ร้องไห้กับลูกไปด้วย เข้าใจเลยหัวอกคนเป็นแม่ ตื่นเต้นไปหมด”

 

 

    กังวลอะไรอีกไหม?
    ชมพู่ “กังวลเป็นการผ่าตัดที่เราเข้าไปดูไม่ได้ด้วยแหละ และก็ไม่อยากดูด้วย  กลัวลูกร้องสงสาร”
    บอย”เรากลัวลูกเจ็บมากกว่า แต่คุณหมอบอกว่าเด็กเขายังไม่รู้เรื่องอะไร อีกอย่างหนึ่งคือถ้าทำตอนนี้ก็ยิ่งหายเร็ว แผลเด็กสมานเร็ว”

    ชมพู่ “เมื่อวานฉีดยาเขาร้องแป๊บเดียวแล้วเขาก็นิ่งเลย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    หลังผ่าคลอดลูกสามารถกินนมแม่ได้ปกติไหม?
    ชมพู่ “กินได้ปกติ เลือดจะไหลแค่ครึ่งชั่วโมงก็หายละ และชมพู่โชคดีอย่าง คือวันแรกที่คลอด พอคั้นน้ำนม นมมาเลยโชคดีที่เราบ้ากินขิง กินหัวปลีตั้งแต่ยังไม่คลอด มันช่วยได้จริงๆนะ ใครท้องอยู่กินขิงกินหัวปลีช่วยได้ ดีเลยลูกมีน้ำนมกิน แต่ลูกกินนมแรงมาก ตอนนี้หัวนมแตก เรียบร้อยแล้ว เจ็บมาก แม่ก็ถามว่าเป็นไงล่ะ ตอนเอ็งเด็กๆ ก็กินนมแม่แบบนี้เหมือนกัน  เรารู้เลยว่าการที่ลูกกินนมเราต้องทน ต้องยอมเจ็บ ก็ได้พยาบาลมาช่วยประคบประหงม ข้าวสารร้อน คอยทายาให้เพราะเดี๋ยวลูกก็ต้องเข้าเต้าตลอด”

 

 

    ออกโรงพยาบาลเมื่อไหร่?
    ชมพู่ “เราออกวันที่ 30 ลูกก็ออกพร้อมกัน ตอนนี้ก็คิดๆ อยู่ เพราะวันที่ 2 ลูกเริ่มโยเย คือวันแรกลูกเงียบๆ ไม่หือไม่อือลูกหลับตลอดยังคุยกับสามีว่าลูกเราเลี้ยงง่ายจังหลับตลอด สบายละ โอ้โหเมื่อวานเท่านั้นแหละ พอไม่ได้กินนะ พอไม่ได้ดั่งใจนะ ทำอะไรไม่ถูกเลยเมื่วานมีช่วงเย็น น้องไห้ สามีก็ถามว่าเป็นอะไร เราก็บอกว่าอย่าเพิ่งถาม เข้าใจหัวอกแม่หลังคลอดเลย"

 

 

    มีอาการมาม่าบลูบ้างไหม?
    ชมพู่ “มีแล้ว เพราะเหนื่อย นอนน้อย เจ็บหัวนมด้วย  มันไม่ใช่แค่เอาปากลูกมาอยู่ที่นม หรือเอาปากลูกเข้าเต้ากินได้เลย มันต้องมีจังหวะรูปตัวซี ปากต้องเข้ามิดฐาน เพราะถ้าไม่มิดฐานเขาก็จะไม่ดูด ถ้าเขาดูดไม่ถูกจังหวะเราก็จะเจ็บมากกว่าปกติ พอเราทำไม่ถูกเขาก็ร้อง คือพยาบาลอยากให้เราฝึกไง พอพยาบาลปล่อย อยู่กันสองคนร้องไห้ เอาลูกเข้าเต้าไม่ถูก ก็ต้องกดเรียกพยาบาลมาช่วย เขาก็บอกว่าค่อย ๆ ใจเย็น ๆ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    มีพูดคุยกับหมอถึงอาการที่เป็นมั้ย
    ชมพู่ “หมอบอก เขาเตือนคุณพ่อไว้อยู่แล้วว่าให้ระวังแม่
    บอย “หมอบอกว่าต้องให้ระวัง คอยให้กำลังใจและอยู่ข้าง ๆ เขาตลอด เวลาลูกมา เราก็จะอยู่กับเขา พยายามช่วยเขาทุกอย่าง กอดให้กำลังใจ ทำทุกอย่างที่ทำได้”

 

 

    คุณพ่อเตรียมรับมือกับอาการของคุณแม่หลังคลอดยังไงบ้าง?
    บอย “ก็ทำเบลอ ๆ ไป(หัวเราะ) ก็เข้าใจ อย่างเมื่อวานเห็นเลยว่าเริ่มไม่ดีแล้ว พอเราถามก็นอยด์เหมือนกัน ว่าจะช่วยเขายังไงดี ก็พยายามอยู่ข้างข้างเขาตลอด บอกให้เขาคิดว่าลูกเราแข็งแรง”
    ชมพู่ “ขี้แย (น้ำตาคลอ)”

 

 

    เห็นว่าชมพู่ให้เราใช้นามสกุลชมพู่?
    ชมพู่ “ใช่ เรื่องของเรื่องคือ นามสกุลหนู เป็นนามสกุลตั้งขึ้นมาใหม่ ในครอบครัวเปลี่ยนนามสกุลกันทั้งบ้าน ตระกูลนี้จะมีแค่ 5 คนเท่านั้น มียาย พ่อ แม่ หนู น้องชาย เขาเห็นว่าเราเป็นนามสกุลตั้งใหม่ อยากให้ลูกเป็นลูกชาย จะได้มีคนช่วยสืบสกุล บอยเลยถามว่าให้ใช้นามสกุลเราไหม ถ้าเขาไม่ซีเรียสนะ เพราะตอนแรกเราก็คิดว่า ผู้ชายอยากให้ลูกใช้นามสกุลเขาหรือเปล่า พอบอยอนุญาตให้ลูกใช้นามสกุลเรา  ก็ดี ฝั่งเราจะได้มีคนสืบสกุลต่อไป”

 

 

    วางแผนการเลี้ยงลูกยังไง?
    ชมพู่ “เมื่อกี้นี้ลูกพ่อต้อย-เศรษฐา คือ อีฟ-พุทธิดา เพิ่งมา ก็เพิ่งคุยกัน เพราะเขาคลอดที่นี่ หมอคนเดียวกันและมีภาวะเดียวกันกับเรา นั่งร้องไห้เหมือนกัน(หัวเราะ) เขาเลยให้คำแนะนำว่า ถ้าเรายังไม่ชิน ยังปรับตัวไม่ได้ กลัวกลับไปบ้านแล้วทำอะไรไม่ถูก เขาก็แนะนำว่าให้เราดีลพยาบาลไว้ ให้เขากลับไปช่วยเราบ้างในตอนกลางคืน พอเข้าที่เข้าทาง รู้ว่าควรจะเอาของใช้ใกล้มือตรงไหน ควรจะจัดวางรูปแบบการเลี้ยงลูกยังไง พอชินแล้วก็อาจจะไม่ต้องให้คุณพยาบาลไปช่วยแล้ว ก็คิดไว้เหมือนกัน เพราะเราเป็นคุณแม่มือใหม่ เมื่อวานพอลูกร้องเยอะ ทำอะไรไม่ถูกก็ไม่รู้จะทำยังไง เลยวางแผนคร่าว ๆ ไว้แบบนี้ แต่เดี๋ยวลองดูว่าจะยังไง เพราะเรายังมีเวลาอีกหลายวัน อาจจะเก่งขึ้น รับมือได้ดีขึ้น”

 

 

    เรื่องของงาน วางแผนไว้ยังไงบ้าง?
    ชมพู่ “ก่อนหน้าเข้าโรงพยาบาล เราก็ทำจนวินาทีสุดท้าย สามีบอกว่าถ้าอยู่บ้านก็คงต้องมาลงที่สามี เขาก็ตามใจให้ออกไปข้างนอก เราเป็นคนที่แบบว่า ถ้าได้ออกมาเจอคนได้คุยเล่น มีคนมาเล่นด้วยเราก็มีความสุข เราก็จะไม่เครียด ไม่งั้นอยู่บ้านเฉย ๆ จะนอยด์มาก เรื่องงานพอกลับไป เราก็วางแผนไว้ว่า เราลาไว้เป็นระยะแล้ว และพวกงานรายการ เราสต็อกไว้แล้ว งานที่ต้องอัด ก็บอกเขาแล้วว่าอาจพักถึงเมื่อไหร่ น่าจะประมาณ 2-3 อาทิตย์ ความจริงงานชมพู่ไม่ต้องเป็นห่วงเลย เพราะว่าไม่ได้รับละคร ไม่ได้ออกงานกลางแจ้ง ถ้าต้องออกมาจากบ้าน ก็จะมีแค่อ่านข่าว 1 ชั่วโมงแค่นั้น”

 

 

 

    แสดงว่าหน้าที่เลี้ยงน้องเป็นของคุณพ่อ
    ชมพู่ “คุณพ่อทำงานอยู่บ้านอยู่แล้ว ประชุมที่บ้าน แล้วก็เลี้ยงลูกที่บ้านไป”

    พ่อเลี้ยงไหวไหม?
    บอย : “ส่วนตัวอยากเลี้ยงเองอยู่แล้ว ผมเป็นคนแรกที่อุ้มลูกด้วยซ้ำไป ก่อนชมพู่อีก คืออยากอยู่กับเขา อยากใช้เวลากับเขาให้นานๆ ก็เลยพยายามจะเลี้ยงเองให้ได้ ที่ผมแคร์ก็คืออยากให้ลูกกินนมแม่มากกว่า”

 

    ชมพู่ : “ก็อยากจะให้เข้าเต้าให้ได้เยอะที่สุด ใกล้ๆจะออกมาทำงานเราค่อยเริ่มปั้ม จะไม่ปั้มสต๊อกเยอะ นี่คิดไว้กับตัวเองนะ เพราะนมที่มันอยู่นานๆอาจจะไม่ดีเท่านมใหม่ (หันไปมองสามี)เดี๋ยวก็ให้พ่อช่วยปั้ม ช่วยดูดคนละฝั่ง(หัวเราะ)”

 

 

 

 

 

 

    รสชาตินมเป็นไง?
    ชมพู่ : “มันปะแล่มๆ นะเขาบอก พ่อเขาก็เซนซิทีฟพอกันพ่อแม่ มองลูกแล้วก็ร้องไห้เหมือนกัน เมื่อวานก็นั่งปลอบใจกันเองสองคน ก็คิดว่าคงได้อยู่นะ สู้ๆ”
    บอย : “เคยชิมแล้วเหรอ (หัวเราะ)”
    ชมพู่ : “เดาเอา(หัวเราะ) มันก็เป็นเลือด เป็นน้ำเหลืองเนอะ”

 

 

    คนที่สองล่ะ?
    ชมพู่ : “อยากมีลูกสาวอีกคนหนึ่ง อยากมีเพื่อนช็อปปิ้ง เม้าท์มอย”
    บอย : “เพิ่งจะมีความคิดอยากจะมีคนที่2เมื่อเร็วๆนี้ครับ ก่อนหน้านี้วางแผนว่าอยากจะมีลูกคนเดียว เลยวางแผนสร้างบ้าน มีห้องลูกห้องเดียว พอเขาบอกว่าอยากจะมีลูกคนที่สองด้วยก็เลย...”

 

    ชมพู่ : “หาที่เพิ่ม ก็กะดูว่าจะเว้น3ปีให้คนนี้เข้าโรงเรียนก่อน แล้วค่อยมีอีกคนนึง แต่ตอนนั้นถ้าเขาไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร ก็ดูพ่ออีกทีนึง หนูรักบี๋นะ แต่ก็ดูพ่ออีกทีนึง(หัวเราะ) ก็อยากมีลูกสาวอีกคนนึง เดี๋ยวค่อยว่ากัน วัยขนาดนี้เดี๋ยวรอดูอีกทีนึงว่าไหวหรือเปล่า”

 

 

    เรื่องนามสกุลล่ะ?
    ชมพู่ : “ลูกสาวแล้วแต่แล้ว”
    บอย : “ทางคุณชมพู่เลยครับ บ้านผมตระกูลใหญ่ เชื้อสายเยอะ คือวางแผนตั้งแต่ซาวน์เจอว่าเป็นผู้ชายแล้วว่าเดี๋ยวให้ใช้นามสกุลเขาแล้วผมก็คิดชื่อลูกให้คลองจองกับนามสกุลของชมพู่ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ก็ถือว่าให้เกียรติที่เขาอุตส่าห์อุ้มลูกเรามา9เดือน พ่อแม่ผมก็เสียไปหมดแล้วด้วย ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็ให้ชมพู่ไปอธิษฐานบอกพ่อกับแม่ผมไว้ว่าจะให้หลานใช้นามสกุลชมพู่นะ ก็ไม่ได้ติดอะไร ถ้าเขาติดเขาคงมาหาชมพู่เอง(หัวเราะ)”

 

 

    แล้วคงที่สองจะมีเมื่อไหร่?
    บอย : “ยังไม่ได้วางแผนว่าจะมีหรือเปล่า”
    ชมพู่ : “แค่คิดเอาไว้ว่าถ้ามีลูกสาวก็คงจะดี ตอนนี้เอาให้เก่งก่อน ตอนนี้ยังงงๆอยู่ วันนี้เอาลูกมาเข้าเต้าก็ยังร้องไห้อยู่เลย”

 

 

    กลับบ้านไปคิดว่าจะเอาอยู่ไหม?
    ชมพู่ : “นี่ไง”
    บอย : “เอาลูกหรือเอาชมพู่ครับ(หัวเราะ)”
    ชมพู่ : “แผลปริอยู่ไหมเอาไว้ก่อนเนอะ ตอนนี้แผลยังระบมอยู่เลย คิดว่า3วันนี้ถ้าอยู่โรงพยาบาลแล้วยังไม่เก่งนะ ไม่คล้อง หยิบจับอะไรไม่ถูกก็คงจะต้องขอพึ่งพยาบาลที่เขามีความชำนาญก่อน พยายามเขาอยู่กับเด็กน้อย เขาจะเข้าใจภาวะคุณแม่ น่าจะเบื้องต้นซักอาทิตย์นึง ก็น่าจะช่วยเราให้สบายใจขึ้นเยอะ”

 

 

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ