royal coronation
11 ธันวาคม 2562
บันเทิง

โชยกลิ่นฤดูกาล วอนลมเกี่ยวใจ ทางเดิน คนข้าวเหนียว

4 ธันวาคม 2562 - 10:15 น.
วอนลมเกี่ยวใจ,สลา คุณวุฒิ
Shares :
เปิดอ่าน 599 ครั้ง

โชยกลิ่นฤดูกาล วอนลมเกี่ยวใจ ทางเดิน คนข้าวเหนียว คอลัมน์...  คมเคียวคมปากกา  โดย...  บรรณวัชร 

 

 

 

          “วอน..ลมพัดพา สัญญาเคยฝากใจน้อง วาน..บอกทุ่งทอง สองใจลู่ลมรัญจวน หวนรักรำพึง เฝ้าคิดถึงเสน่หา จำเสียงคำสัญญา ฝากลมพาสู่ใจของนาง คิดถึงข้าวรวงอุ่นทรวงไม่ห่าง คิดถึงแก้มนางกรุ่นกลางสายลม...”

 

 

 

 

          ลมหนาวโชยกลางป่าคอนกรีต ทุกๆ ปีที่ลมหนาวมาเยือน เหมือนคอยย้ำเตือนความคิดถึงและนึกถึงหลายบทเพลงที่พูดถึงลมหนาวและความรัก ดั่งเช่นเพลง “วอนลมเกี่ยวใจ” 


          คนฟังเพลงรุ่นหลังอาจคุ้นกับเพลงนี้ในเวอร์ชั่น “สลา คุณวุฒิ” ยุคที่หันหลังให้อาชีพครูสู่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ย่านอโศก ด้วยการเดินทางที่ยาวนานของเพลงวอนลมเกี่ยวใจ จึงมีผู้นำมาร้องซ้ำอีกหลายคน


          ไม่มีใครลืมวรรคทอง “วานข้าวเรียวรวง เกี่ยวทวงสัญญา วานสายลมพา เกี่ยวใจเจ้าคืน” ยังจำฝังใจ ยามที่ได้กลิ่นหนาวเคล้าสายลมเย็น

 

 

 


          ผู้ประพันธ์เพลงวอนลมเกี่ยวใจคือ “คม ทัพแสง” หรือ อาคม ทัพแสง ชาว อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร สมัยที่เรียนวิทยาลัยครูอุบลราชธานี วิชาเอกพัฒนาสังคม คม ทัพแสง ได้ร่วมกับเพื่อนๆ ตั้งวงดนตรีเพื่อชีวิต วงกระดานชนวน ส่วน “วิทยา กีฬา” เป็นคนดูแลวงดนตรี “สุดสะแนน” ของ ว.ค.อุบลราชธานี


          เพื่อนรุ่นเดียวกันของคมอีกคนหนึ่งคือ “สลา คุณวุฒิ” รวบรวมเพื่อนจากเอกภาษาไทยและเอกวิทยาศาสตร์ ตั้งวงดนตรีลูกทุ่งชื่อ “อ้อคำ”


          ปี 2532 คม ทัพแสง, สลา คุณวุฒิ และวิทยา กีฬา ร่วมงานด้านดนตรีในนามของคนดนตรี “กลุ่มคนข้าวเหนียว” ผลิตผลงานชุดแรกชื่อว่า “มนต์รักแม่พิมพ์” โดย คม ทัพแสง เขียนเพลง วอนลมเกี่ยวใจ และสาวตีข้าว

 

 

 


          เบื้องหลังเพลงวอนลมเกี่ยวใจนั้น แรกเริ่ม สุรสีห์ ผาธรรม วางแผนสร้างหนัง มอบให้วิทยา กีฬา หาเพลงมาประกอบหนัง วิทยาจึงคุยกับคมและสลา ขัดเกลาเพลงวอนลมเกี่ยวใจ โดยนำทำนองสรภัญญะมาประยุกต์ แต่โครงการสร้างหนังพับไป พวกเขาจึงนำมาบรรจุในอัลบั้มมนต์รักแม่พิมพ์




          เสียงเอื้อนก่อนเข้าท่อนแยก “...ขอดวงฤทัย ฝากปันใจเนื้อนวล ขอรอยรัญจวน คร่ำครวญสายใจอาทร” ถ้ากลับไปฟังใหม่จะได้กลิ่นสรภัญญะชัดเจน


          เพลง “วอนลมเกี่ยวใจ” ด้รับความนิยมระดับท้องถิ่น ส่งผลให้กลุ่มคนข้าวเหนียว ขายเทปเพลงชุดมนต์รักแม่พิมพ์ในละแวกอุบลฯ และจังหวัดใกล้เคียงได้ตามเป้าหมาย หลังจากนั้นจึงนำมาสเตอร์มาขายให้บริษัทสหกวงเฮง เพื่อจัดจำหน่ายทั่วประเทศ


          ปี 2535 วิทยาพาสลาและคมเข้ามาสังกัดบริษัทมิวสิคไลน์และตั้งวงดนตรี “จังหัน” ทำผลงานเพลงชุดชื่อ “สาวตีข้าว” โดยมีการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเผยแพร่ทางช่องทีวี เพลงวอนลมเกี่ยวใจถูกนำมาร้องใหม่ทำให้สลา คุณวุฒิ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น


          ทั้งเพลงสาวตีข้าวและวอนลมเกี่ยวใจ เหมือนจะพาสลาให้ไปในแนวเพื่อชีวิต ต่อมาบริษัทมิวสิคไลน์ได้ยุติการผลิตเพลงไทย จึงทำให้คมและสลากลับมาตั้งหลักใหม่ โดยเปิดกิจการห้องบันทึกเสียงจังหันสตูดิโอ ที่อุบลราชธานี

 

 

 


          เมื่อสลาเข้าสังกัดค่ายแกรมมี่ ได้ทำอัลบั้มชุดตามหากุดจี่ จึงนำเอาเพลงวอนลมเกี่ยวใจมาร้องอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เองที่มิตรรักแฟนเพลงได้รู้จักเพลงโชยกลิ่นฤดูกาลอย่างกว้างขวาง


          ถามว่า วอนลมเกี่ยวใจเวอร์ชั่นไหนที่ครูสลาร้องได้ดี มีพลัง เจ้าตัวก็เคยบอกว่า วอนลมเกี่ยวใจในเวอร์ชั่นมิวสิคไลน์ที่หาฟังยาก เพราะบริษัทนี้ประสบปัญหาทางธุรกิจปิดตัวไปกว่า 20 ปีแล้ว


          วาระ “30 ปี วอนลมเกี่ยวใจ” ครูสลาจึงนำเพลงนี้มาให้ “องุ่น” กัณธิมา สีใส เด็กสาวเสียงดีคัฟเวอร์ โดยการเรียบเรียงดนตรีใหม่ของ จินนี่ ภูไท 


          น้ำเสียงน้ององุ่น ไม่ต้องอธิบายคุณภาพ เมื่อเธอได้มาถ่ายทอดเพลงหวานในห้วงเวลาลมหนาวโชยผ่านป่าคอนกรีต ก็ทำให้หลายคนหอมกลิ่นความหลัง 


          วอนลมเกี่ยวใจ ไม่ใช่แค่เพลงเพลงหนึ่ง แต่หมายถึงบทบันทึกการเดินทางของคนหนุ่ม 3 คนจากอุบลราชธานี ที่ดิ้นรนแสวงหาความสำเร็จในเวทีการแข่งขันของอุตสาหกรรมเพลงยุค 2.0 


          ผ่านมาถึงวันนี้พวกเขาต่างมีวิถี มีที่ทาง แตกต่างกันบนเส้นทางของโชคชะตา แต่บทเพลงอันทรงคุณค่ายังดำรงอยู่และมีคนรุ่นใหม่มาต่อยอด เช่น เพลงวอนลมเกี่ยวใจ 
 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ