บันเทิง คมชัดลึก -  คว้าแชมป์เดอะสตาร์ 9 มาครอง “ตั้ม” วราวุธ โพธิ์ยิ้ม ก็มีเพลงออกมา แม้ภาพลักษณ์ความเป็นนักร้องของตั้มอาจจะไม่ชัดเจน แต่ด้วยความฝันที่อยากจะเป็นนักร้อง หลังห่างหายมากว่า 4 ปี “ตั้ม” ก็ขอลงทุนควักเงินส่วนตัวหลักล้าน เพื่อสานต่อสิ่งที่รัก นั่นคือการมีเพลงของตัวเอง ด้วยการทำเพลงที่ชื่อว่า “MAMAO” (มาเม้าท์) ออกมา โดยงานนี้ได้น้องชายอย่าง “ซีดี” กันต์ธีร์ ปิติธัญ มาร่วมฟีทเจอริ่งด้วย โดยหนุ่มตั้มเล่าถึงการทำเพลงนี้ว่า

 

'ตั้ม' ควักเงินหลักล้านสานต่อสิ่งที่รัก

 

           "เพลงนี้เริ่มจากความอยากของเรามานานแล้ว อยากมีเพลง เพราะตัวผมเองไม่มีเพลงมาประมาณ 4 ปีแล้ว และช่วงหลังๆ ซีดีเขาก็แต่งเพลงเยอะ ถ้าถามถึงความเก่งตอนนี้มันเก่งกว่าผมแล้ว เลยปรึกษาน้องว่าพี่อยากทำเพลง แต่ไม่กล้าแต่ง เราเคยแต่งได้บ้างนะ แต่ไม่มั่นใจว่าจะออกมาดีไหม น้องก็บอกว่าให้ทำไปก่อน เพราะว่ามันคือบทเรียน เราแต่งไปทุกวัน เพลงที่ 10 เพลงที่ 11 อาจจะดีก็ได้ ผมเลยคิดว่ามันต้องมีเพลงแรก แล้วเพลงแรกจะแต่งยังไงดี คอนเซ็ปต์ยังไงดี คุยกับน้องก็บอกว่าพี่ตั้มอยากแต่งแบบไหน ก็บอกว่าอยากได้แมสๆ เลย ให้คนร้องตามได้ เล่นในผับบาร์ เนื้อหาก็ควรเป็นอะไรที่เกิดขึ้นในร้านแบบนี้ ผมก็เลยคิดว่าเวลาเราไปเที่ยวกัน เราอยากเจออะไร แล้วคนทำไมออกไปเที่ยวร้านแบบนี้ หนึ่งคือไปสังสรรค์สนุกสนาน สองคืออกหัก ไปเมาให้ปลิ้นเลย หรือไม่ก็อยากมาโดดเดี่ยวโสด อยากมาผ่อนคลายเลยได้เพลงนี้ขึ้นมา

        เราก็แต่งไปตามความรู้สึกเราตั้งแต่เดินเข้าร้านว่า เราโดดเดี่ยว เราโสด เพราะว่าเวลาไปร้านพวกนี้ จะมี ขอเสียงคนโสดหน่อย ก็จะมีเสียงเฮดังทั้งร้าน 70-80 เปอร์เซ็นต์คือคนโสดที่มานั่งกิน ก็จะมีสไตล์การจีบสาว มีคำพูดสองแง่สองง่าม เพื่อให้มันตื่นเต้น ก็เลยแต่งเพลงนี้กันมากับซีดี ซึ่งเขาแต่งแร็พเพลงนี้ให้ด้วย แล้วก็มาฟีทเจอริ่งกัน คือผมเป็นคนที่ทำอะไรต้องทำเลย ถ้าปล่อยจะไว้ไม่ได้ทำ เพลงนี้เลยใช้เวลาแค่ประมาณหนึ่งเดือนในกระบวนการทั้งหมด"

@@ ความตั้งใจอยากที่จะทำเพลงนี้ออกมาให้แมส

          “ใช่ คือเพลงนี้อาจจะบอกว่าเป็นเพลงที่ในผับ หรืออะไร แต่จริงๆ ก็มีความเป็นเพลงฟังง่ายๆ สบายๆ เปิดฟังในรถได้ โยกได้เบาๆ ไม่เอาฟังยาก ไม่เอาคนร้องตามยาก อยากให้ร้องตามกันได้”

 

'ตั้ม' ควักเงินหลักล้านสานต่อสิ่งที่รัก

@@ การออกมาทำเพลงเองแตกต่างยังไงกับตอนเป็นศิลปินที่มีค่าย

          “ก็ยากนะ มันไม่ใช่แค่ยากตรงที่เราแต่งเพลงเอง ทำเอง มันยากทุกกระบวนการ ทั้งต้องทำกองเอ็มวี ทำสตอรี่เอง สมัยก่อนตอนเราอยู่ค่าย ทุกอย่างมีคนจัดให้ ถึงเวลาเราไปถ่ายอย่างเดียว เพลงเขาก็แต่งกันมาแล้ว ทำกันมาแล้ว สุดท้ายผู้ใหญ่เป็นคนจัดการให้ทั้งหมด อันไหนไม่ดี เขาก็จัดการให้ไปแก้ไปเปลี่ยน แผนการโปรโมทก็เหมือนกัน เรื่องการจดลิขสิทธิ์อีก แต่พอเป็นสิ่งที่เราทำเอง โอ้โห...ความยากมันแบบพูดไม่หมด เพราะว่าเราต้องทำเองทั้งหมด ย่้ำนะว่าทั้งหมด ทำให้เรียนรู้ว่าการทำเพลงมันไม่ง่ายนะ มันก็มีผิดพลาดบ้าง เพราะว่ามันเป็นงานแรกของเรา ทำให้เราได้บทเรียนในการทำครั้งต่อไป คือเราได้รู้ข้อผิดพลาด เราโอเคนะที่มันต้องมีแผลบ้าง จังหวะฝึกเดินมันก็ต้องมีล้ม แต่เราก็ยังสนุกอยู่ ตอนนั้นผมก็เขียนเพลง นั่งอยู่บนรถก็มีการเขียน วางพล็อตไว้ และตอนนี้ก็ยังปรับเปลี่ยนนิสัยคือ พูดคุยกับคนมากขึ้น บางทีมุมมองความรักของเราอาจจะไม่ได้กว้าง มุมมองในการแต่งเพลงของเราก็อาจจะไม่ได้กว้าง ก็มีการพูดคุยกับคนอื่น เพื่อเอามารวบรวมมาใช้ในเพลง ตอนนี้ก็เริ่มละ"

@@ กระแสตอบรับเป็นอย่างไร

          “ในระดับหนึ่งนะ เพราะว่าผมเองปล่อยเพลงผ่านช่องทางเดียวคือ ยูทูบของผม ก็มียอดคนติดตามในระดับหนึ่งไม่ได้สูงมาก บวกกับแรงโปรโมทไม่ได้เยอะ เพราะผมปล่อยเพลงมาหนึ่งสัปดาห์กว่าจะเดินสายโปรโมท คือส่วนนี้ผมไม่ได้ซีเรียส เพราะบางคนปล่อยเพลงมา 4 เดือนเพลงเพิ่งมา หรือปล่อยมาปี คนเพิ่งจะมาแชร์กัน มันแล้วแต่ คือผมคิดว่าดวงมันจะมาก็มา ถ้าคนชอบก็มา เราคิดแค่ว่าถ้าเราทำแล้วโอเค กับก้าวแรกของเรา ผมเองผมรู้สึกว่าผมโอเค ได้ทลายกำแพงตัวเองว่าเราแต่งเพลงได้นะ เรามีผลงานตัวเอง ผู้คนตอบรับ ผมว่าการเป็นศิลปินเราแต่งเพลงมาแล้วมีคนฟัง 5-6 หมื่นคนแล้วชอบ มันประสบความสำเร็จแล้วนะ จริงๆ แค่ 3-4 คนชอบ เราก็รู้สึกเจ๋งแล้ว ถ้าโชคดีมันดังขึ้นมา และคน 3-4 ล้านชอบ เราก็ดีใจ เพราะในอาชีพศิลปินของเราทุกวันนี้ เราร้องเพลงเวทีเล็กๆ มีคนฟัง 100 คนเราก็มีความสุข เขามีความสุข เราก็มีความสุข เป้าหมายของเราคือถ้ามีคนฟังพันคนก็ยิ่งดี เราทำให้คนพันคนมีความสุขได้ หมื่นคนมีความสุขได้ แสนคนมีความสุขได้ แต่สุดท้ายคือเรามีความสุขในทุกที่ ที่คนมีความสุขกับผลงานของเรา เราก็อยากที่จะให้คนได้มีโอกาสฟังเพลงเราเยอะๆ ยังไงก็ฝากไว้ด้วยนะกับเพลงมาเม้าท์”  

 

'ตั้ม' ควักเงินหลักล้านสานต่อสิ่งที่รัก