royal coronation
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562
บันเทิง

'แนท-อนิพรณ์' มุ่งหน้าทำงานเพื่อสังคม

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 - 02:01 น.
แนท อนิพรณ์ มุ่งหน้าทำงานเพื่อสังคม,แนท อนิพรณ์ เรียนจบปริญญาตรี,แนท อนิพรณ์,บันเทิงไทย,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 432 ครั้ง

"แนท" อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ เผยเรียนปริญญาตรี 7 ปี จบแล้ว ยังไม่คิดต่อปริญญาโท ลั่นมุ่งหน้าทำงานเพื่อสังคม #คมชัดลึก #บันเทิงคมชัดลึก #แนทอนิพรณ์

   ทีมบันเทิง คมชัดลึก-แม้จะต้องเรียนถึง 7 ปี เพราะติดงานในวงการบันเทิง ในที่สุดสาวเก่งอย่าง "แนท" อนิพรณ์ ก็เรียนจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ โดย สาวแนท ตอบเรื่องนี้ในงานแถลงข่าวความสำเร็จของการสร้างทัวร์นาเม้นท์เจ็ตสกี อันดับที่ 1ของโลก “การบินไทย เจ็ตสกีเวิลด์คัพ2019” ที่ ห้องประชุม ชั้น 24 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ว่า

 


อ่านข่าว -  "แนท-อนิพรณ์" โชว์ฟินาเล่ คอลเล็คชั่น ดิษยา

เรียนจบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว?
   “ใช่ค่ะ ก็จบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ โทผู้สูงอายุและเด็ก เพราะว่าเราเรียนสองตัวเลย เราเลือกไม่ได้ค่ะ เพราะเราชอบทั้งผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งจริงๆ แนทจบตั้งแต่ต้นปีแล้ว หลังจากฝึกงาน แต่ด้วยความที่เราตื่นเต้น ว่าเราจะจบไหม ก็ไปเช็กในระบบก็จบแล้ว แต่กำหนดการยังไม่ออกมาค่ะ ต้องรอจากสำนักพระราชวัง”

เห็นบอกว่าจบช้า แต่จบชัวร์นะ?
   “คือเพื่อนของแนท จบไปแล้วน่าจะ 3 ปี เพราะว่าเราดร็อปครั้งแรกปีที่ประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ อีกปีหนึ่งคือกลับมาได้รับตำแหน่ง ก็ต้องทำงานดำรงตำแหน่ง อีกปีหนึ่งถ่ายละคร ตอนนั้นเครียดมาก ไม่สามารถเรียนและถ่ายละครในเวลาเดียวกันได้ หัวสมองมันแยกไม่ได้ค่ะ ก็เลยดร็อปไป”

รวมทั้งหมด เท่ากับเรียน 7 ปี ?
   “ก็เพิ่งนึกออกว่าตัวเองเรียน 7 ปี เพื่อนก็มีแซวว่าเป็นปีที่ 7 แล้วนะ แล้วคณะนี้มีฝึกงาน 2 ครั้ง ครั้งแรกฝึกที่ศูนย์พัฒนาการสวัสดิการผู้สูงอายุปทุมธานี ครั้งที่สองฝึกที่ชุมชน แล้วเราค่อนข้างจริงจังกับการฝึกงานมากๆ ก็ไม่ได้อยากให้ผ่านไปค่ะ 3 เดือนที่เราหายไป คือเราไปฝึกงานค่ะ จริงๆ อาจารย์ก็ช่วยนะ แต่เรารู้สึกว่าถ้าคณะนี้อาจารย์ช่วยแล้วจบมา มันจะไม่มีคุณภาพ ถ้าเรามีโอกาสได้ทำงานกับผู้เปราะบางทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่ถูกกระทำ เด็ก หรือผู้สูงอายุต่างๆ พอถึงโมเมนต์นั้นแล้วเราจะทำงานไม่ได้ ทำงานไม่เป็น และยิ่งทำให้เคสของเราหรือผู้เปราะบางทางสังคมยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก ก็เลยเลือกที่จะบอกอาจารย์ว่า จบช้า แต่ว่าเอาความรู้ด้วย ช่วงเวลาที่ฝึกงานเป็นช่วงที่มีคงามสุขมากๆ เหมือนกลับไปเป็นเด็กต่างจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง คือเราไปแบบไม่มีตัวตน ไปเรียนรู้จากคนในชุมชน เด็กที่เวลาเราเห็นคุณภาพเขาดีขึ้นอะไรหลายๆ อย่างมันทำให้เรามีความสุข ก็มีพี่หมาก ปริญ ได้โอนเงินมาให้สำหรับหาเครื่องออกกำลังกายสำหรับชุมชน”

เรียนต่อเลยไหม?
   “พักก่อนค่ะ คือเราทุ่มเท ก็ขอพักก่อน ขอทำงานก่อนคะ”

จะต่อยอดงานกับที่เรียนยังไง?
   “งานสังคมสงเคราะห์ สามารถทำได้ในทุกๆ วัน เราไม่จำเป็นที่ต้องจัดโครงการใหญ่โต คือเริ่มต้นได้จากตัวเราเอง อยากเราเวลาเราเจอเคสบางเคส เราก็ปรึกษาเพื่อนเลย ว่ากรณีแบบนี้เราช่วยอะไรได้บ้าง ล่าสุดก็มีคนอินบ็อกซ์มาบอกเรื่องของความต้องการ ความช่วยเหลือค่ะ ก็ได้ส่งเคสนี้ต่อไปที่รุ่นพี่ ก็ให้เขาหาสวัสดิการ ทางโรงพยาบาลจุฬาฯ เขาก็รับเคสนี้ต่อ และดำเนินการต่อไปยังไง ก็มีแนวโน้มไปทิศทางไหนบ้าง อันนี้คือสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว ถามว่าต่อยอดยังไง ก็เป็นเรื่องของโอกาสในการหาความรู้ หรือไปเป็นวิทยากร ทำงานต่างๆ อย่างตอนนี้ก็เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์มูลนิธิที่อยู่อาศัยแห่งประเทศไทย ล่าสุดก็ได้ไปที่ต่างจังหวัด ไปทาสีโรงเรียน และไปสร้างสนามเด็กเล่นให้กับเด็กๆ ทางเรากับทีมมูลนิธิก็ลงทุนซื้อสี และทำลายที่เป็นพื้นทั้งหมด เป็นตารางค่ะ ให้เด็กๆ ได้เล่น เป็นตารางเพื่อส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กค่ะ”

ตั้งใจจะเป็นมูลนิธิจริงๆจังๆไหม ในนามของเราเลย?
   “โห จริงๆตรงั้น เราต้องมีรากฐานมั่นคง ทำชีวิตที่มั่งคง แข็งแรงพอสมควรก่อน ซึ่งตอนนี้ถามว่าเรายังเด็กอยู่ไหม ก็ยังเด็กอยู่ประมาณหนึ่ง ยังไม่สามารถทำได้ถึงตรงนั้น แต่สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้ เราทำทุกอย่างที่เราว่าง ถ้ามีโอกาสจะทำตลอดค่ะ เมื่อต้นปีก็ได่ไปที่โรงเรียนวนาประชารัฐบำรุง ที่นครราชสีมา ระหวางทางที่ไปเราก็ดูว่ามีความพร้อมทั้งหมดนะ แต่พอนั่งๆ ไป ทำไมไม่ถึงๆ เพราะเป็นโรงเรียนที่ค่อนข้างจะห่างไกลความเจริญมาก และพอไปถึงที่โรงเรียน โรงเรียนมีพื้นที่กว่างมาก แต่ว่าอาคารเรียนเอนเหมือนจะล้มแล้ว เราก็ตกใจมาก แล้วอาจารย์ทำอาหารต้อนรับพวกเรา เด็กๆ ไม่กี่คนนะ แต่ไม่มีรองเท้าใส่กันเลย ก็มีคนบอกว่าแนท ช่วยระดมทุนหน่อย เขาอยากให้เด็กได้รองเท้าคนละ 1 คู่ เด็กมี 80-90 คน ก็ระดมทุนในไอจี และห็หาเองด้วยเวลาไปตามกองถ่ายก็ไปเล่าให้ทุกๆคนฟัง เขาก็บริจาคเงินมา ก็ได้รองเท้าให้น้องๆครบทุกคนเลย และซื้อถุงเท้าให้ด้วย น้องๆ ดีใจมาก เรื่องที่เราเล่า อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆของใครบางคน แต่มันเป็นเรื่องใหญ่ของเด็กๆ จริงๆ เอาขนมไปแจกบางคนดีใจมาก น้ำตาไหล เราก็งง แล้วคนที่ไม่มีเขาไม่มีจริงๆ แล้วเขาก็ถามเราว่าจะกลับมาอีกไหม เราก็เลยจัดเป็นกิจกรรมกับแฟนคลับ ว่าถ้ามีเวลาว่าง แนทจะไปซื้อลูกปัดมาร้อยเป็นที่มัดผม ส่วนผู้ชายก็ใส่เป็นเครื่องประดับที่แขนได้ ก็เอาไว้เป็นของไว้ให้กับคนที่บริจาคเงินให้กับเรา แต่ว่าจะส่งให้ตอนสิ้นปี เปิดยอดบริจาคอยู่ที่ 15,000 บาท ค่ะ สิ้นปีคิดว่าจะเปิดอีกรอบหนึ่ง แล้วก็จะส่งของให้ แล้วจะเอาเงินไปให้กับที่โรงเรียนเดิมเลย เด็กๆ ก็ฝากข้อความกับมาว่าคิดถึงค่ะ”

เวลาเห็นผมงานแล้วรู้สึกยังไงบ้าง?
   “บางคนชอบคิดว่านางงามชอบเด็กแต่ส่วนตังเราชอบเด็กอยู่แล้ว ชอบมากก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่เขาน่ารักดี เขาตรง ใสๆ ก็บอกทางทีมว่าถ้าเก็บภาพได้ก็เก็บ แต่เราจะไม่ละเมิดสิทธิเด็กมากเกินไป หรือเขาอาจจะอยากให้ถ่าย แล้วเราก็ถ่ายรูปมาให้ดูว่า เรามาแล้วนะ และเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ทุกคนให้มา ได้ใช้หมดนะ ซื้อของให้เด็กหมด ส่วนเงินค่าน้ำมัน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เราเป็นคนออกเองทั้งหมดค่ะ อยากจะขอบคุณมากกว่า ที่ได้ให้เงินบริจาคมา บางคนมีแค่ 50 บาท แต่ก็ให้เรามา อยากจะบอกว่า เงิน 50 ขาท โครตมีค่าเลยค่ะ อยากขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนมากกว่าค่ะ”

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ