บันเทิง คมชัดลึก - สร้างความตกอกตกใจให้แฟนๆ หลังจากที่  “แบงค์” พชร ปัญญายงค์ สามี “นิหน่า” สุฐิตา ตรวจเจอก้อนเนื้อร้ายที่ตับ ขนาดประมาณ 4 เซนติเมตร ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ต่อมามีการทำ TACE (คีโมเฉพาะจุด) ก่อนจี้ความร้อนเอาส่วนที่เหลือออก ล่าสุดมีโอกาสเจอ “นิหน่า” สุฐิตา ในงานแถลงข่าว การเปิดตัว “เลโก้สโตร์” แห่งที่ 2 ของไทย ณ ชั้น 1 โซนเมกา คิดส์ เมกาบางนาได้สอบถามถึงอาการของสามีในตอนนี้ได้ความว่า 

 

'นิหน่า' อัพเดทอาการ 'แบงค์' หลังตรวจพบเชื้อมะเร็งที่ตับ

 

           “ตอนนี้ต้องติดตามไปเรื่อยๆ ทุกๆ 3 เดือนจะไปตรวจ MRI อีกทีหนึ่งว่าเป็นยังไงบ้าง มีอะไรปกติดีมั้ย มีอะไรโผล่ขึ้นมาใหม่มั้ยหรือว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงมั้ยประมาณนั้น ถามว่าหายขาดไหม มันก็พูดยากเนาะ ตอนนี้เท่าที่ดู MRI รอบล่าสุด ตัวสี่เซนมันตายไปแล้ว ใช้วิธีความร้อน หมอเขาก็จะไม่พูดอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าหายแน่นอนเพราะสุดท้ายเราก็ต้องดูไปเรื่อยๆ อยู่ดีว่ามันหมดไปจริงหรือเปล่า จะมีอะไรขึ้นมาใหม่มั้ย ซึ่งมันก็เป็นแนวทางที่ต้องติดตามต่อไป ตอนนี้พอมันไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องเฝ้าระวังไปเรื่อยๆ เป็นลักษณะของการดูแลสุขภาพ ทานอาหารให้มีประโยชน์ อะไรที่ไม่ดีกับร่างกายก็ต้องงดให้หมด ออกกำลังกาย ไม่เครียดประมาณนั้น

           ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้ใช้วิธีผ่า เพราะมันเป็นลักษณะเอายาเข้าไปที่ก้อนโดยตรง เขาก็จะดูว่าก้อนมันเล็กลงหรือเปล่า พอเล็กลงในจุดที่สามารถใช้ความร้อนจี้ได้ก็จะจี้ ไม่ได้คีโมค่ะ ก็มีคนถามหลังไมค์มาหลายคนเหมือนกันว่า อยากจะรักษาแบบนี้ได้มั้ย นิหน่าว่าต้องแล้วแต่เคส ต้องแล้วแต่หมอมากกว่าเพราะว่าแต่ละท่านจะมีอาการไม่เหมือนกัน จุดเริ่มของโรคก็ไม่เหมือนกัน อย่างของพี่แบงค์เขาไม่ได้เป็นไวรัสตับ ไม่ได้เป็นตับแข็ง แต่อยู่ดีๆมันก็มีก้อนเนี่ยโผล่ขึ้นมา แล้วเราตรวจร่างกายเจอ วิธีการรักษามันอาจจะต่างกันไปแต่ละคน โชคดีที่เราเจอเร็ว แต่มันก็ใหญ่เร็วเพราะว่าระยะเวลาแค่ปีเดียวเองที่ตรวจร่างกายครั้งที่แล้ว พอตรวจร่างกายครั้งต่อมา มันขึ้นมา 4 เซ็นติเมต อาจจะมีอัตราเร่งจากการใช้ชีวิตของเขาด้วยและอะไรหลายๆอย่าง”

 

'นิหน่า' อัพเดทอาการ 'แบงค์' หลังตรวจพบเชื้อมะเร็งที่ตับ

(นิหน่า แบงค์ และลูกๆ )

        คุณแม่ลูก 2 กล่าวต่อว่า ตอนที่ตรวจเจอครั้งแรกรู้สึกตกใจ

         “ดูจากฟิล์มมันดูยากว่าเป็นเนื้ออะไร เพราะมันยังเป็นทรงกลม ก็ต้องปรึกษาคุณหมอหลายท่านเหมือนกัน ต้องเจาะมาดูว่าผลมันเป็นยังไง เพิ่งไปตรวจมาล่าสุดเมื่อเดือนกันยา จะไปตรวจอีกทีเดือนธันวา ก็จะไปเช็กอัพ 3 เดือนครั้ง ก็จะเป็น 3 เดือนครั้ง ไปประมาณปีถึงสองปี ถ้ามันนิ่งก็ต้องไป 6 เดือนครั้งหนึ่ง ห่างขึ้นเรื่อยๆ  เพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่มีอะไรขึ้นมาใหม่ในนั้น (อยู่ที่โรงพยาบาลนานแค่ไหน) ตั้งแต่รู้เรื่องเดือนพฤษภาคม แอดมิตไป 2 คืนเอง ก็คือ 2 ครั้ง ครั้งละคืนก็ออกไม่ได้นอนโรงพยาบาลนาน ถามว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตเปลี่ยนไหม ตอนนี้เขาจะเป็นสายคลีน เป็นสามีคนใหม่ ทานกาแฟ เพราะว่าเขามีวิจัยว่ากาแฟช่วยยับยั้ง กาแฟดำ ไม่ใส่น้ำตาล ช่วยยับยั้งเรื่องของการเกิดมะเร็งในตับได้ ก็เลยหันมาสนใจกินกาแฟ พอกินข้าวเสร็จก็จะชวนภรรยาไปคาเฟ่ เราก็มองว่าดีเหมือนกัน วิถีชีวิตของเราก็เปลี่ยนไปด้วย คือปกติมื้อเย็นเราจะหาอะไรกินกันไปเรื่อยเปื่อย มีอะไรก็กิน ตอนนี้จะเริ่มมื้อเย็นเป็นผักเพราะว่าเช้ากลางวันบางทีเราออกไปทานข้างนอก เลือกได้ไม่มาก ก็พยายามเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ มื้อเย็นเรามานั่งทานผักกัน ก็ดีเราก็ผอมด้วย สามีก็ได้สุขภาพดีด้วย แล้วเขาก็จะเริ่มวิ่ง รายการไหนมีวิ่งก็จะไปวิ่ง เดินออกกำลังกายมากขึ้น ส่วนพวกเนื้อสัตว์ก็ยังทานนะคะ เอาจริงๆคุณหมอก็ไม่ถึงขั้นต้องห้าม แต่ให้เลือกทานอาหารที่สะอาด ปรุงใหม่ อย่ากินอะไรซ้ำๆกันบ่อยๆ ที่สำคัญคือเราต้องไม่เครียด พอเราเครียดเขาก็จะเครียด ถ้าเรามองสิ่งเหล่านี้มันเข้ามาหาเรา โชคดีที่เราเจอเร็ว โชคดีที่มันทำให้เขาเปลี่ยนในการใช้ชีวิต มันเป็นเรื่องที่โอเค ที่เหลือเราก็ทำใจให้โอเค สู้กับมันไป ตอนนี้มันยังไม่มีอะไรที่เกิดขึ้น เราก็อย่าเพิ่งไปกังวลกับสิ่งที่มันยังไม่เกิด

 

'นิหน่า' อัพเดทอาการ 'แบงค์' หลังตรวจพบเชื้อมะเร็งที่ตับ

(นิหน่า ลูกสาว และลูกชาย )

 

          ดีอีกอย่างหนึ่งตั้งแต่มีเรื่องนี้ หลายๆคนก็ส่งข้อความมาหาเรา ว่าเขารีบไปตรวจร่างกายเลยนะ อย่างแบงค์ไม่เคยแอดมิตเลยก็ยังเกิดเรื่องอย่างนี้ได้ เราก็ดีใจที่มันเป็นอุทาหรณ์ให้หลายๆคนเขาหันมาตรวจสุขภาพทุกปีและมาใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น (มีวิธีให้กำลังใจตัวเองและคนข้างๆเรายังไง) พอดีมีรุ่นพี่ท่านหนึ่งเขาเตือนสติเรา เขาบอกว่าวันนี้เรารู้เท่านี้ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเท่านี้ มันไม่มีประโยชน์ที่เราจะไปคิดถึงเรื่องวันข้างหน้าว่ามันจะเป็นอย่างนั้นจะเป็นอย่างนี้มั้ย เพราะมันอาจจะเกิดหรืออาจจะไม่เกิดก็ได้ แล้วเราจะเอาเวลาที่มีอยู่ตอนนี้ไปนั่งเครียดนั่งกังวลกับเรื่องพวกนั้นยังไง พอคิดได้อย่างนี้เราก็จะนิ่งขึ้น พี่แบงค์เขาก็จะเห็นว่าเรานิ่งขึ้นจริงๆ ไม่ได้แกล้ง คือคนเราถ้าแกล้งไม้เครียดกับไม่เครียดจริงๆมันดูออก แล้วพอเราไม่เครียดเขาก็จะไม่เครียด ทุกคนในครอบครัวก็ไม่เครียด เราก็ปกติเพียงแต่จะมีคนมาถามไถ่เป็นห่วงเยอะ เขาก็จะบอกว่าโอเค ตอนนี้ทุกคนโอเค ก็รู้สึกดีที่มีคนห่วงเราเหมือนกัน ก็ต้องขอบคุณด้วย” นิหน่า กล่าว 

 

'นิหน่า' อัพเดทอาการ 'แบงค์' หลังตรวจพบเชื้อมะเร็งที่ตับ