royal coronation
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562
บันเทิง

สำรวจชีวิตร็อกสตาร์วง Oasis ผ่านหนังสารคดี เลียม กัลลาเกอร์

วันที่ 23 ตุลาคม 2562 - 14:46 น.
ร็อกสตาร์วง Oasis,หนังสารคดี เลียม กัลลาเกอร์
Shares :
เปิดอ่าน 134 ครั้ง

สำรวจชีวิตร็อกสตาร์วง Oasis ผ่านหนังสารคดี เลียม กัลลาเกอร์

หน้า9 ลีดคอลัมน์หนัง (เลียม กัลลาเกอร์) วันพุธที่ 23 ต.ค./ m 

 


          นับเป็นโอกาสอันดีที่ทุกคนจะได้เห็น “เลียม กัลลาเกอร์” อดีตนักร้องนำแห่งวง “โอเอซิส (Oasis)” และศิลปินร็อกระดับไอคอนของโลก ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตของเขาผ่านภาพยนตร์ “LIAMGALLAGHER: AS IT WAS" ว่าจากจุดสูงสุดในช่วง Champagne Supernova ไปจนถึงช่วงเวลาที่ความรุ่งโรจน์เป็นเพียงแค่เงาในอดีต เหตุการณ์อันเป็นที่มาของความขัดแย้งจนนำไปสู่การล่มสลายของวงที่เขารัก สาเหตุที่ทำให้วงใหม่ของเขาต้องหายไปจากวงการ รวมถึงการกลับมาดุจปาฏิหาริย์ของหนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการเพลง !

 

 

          จุดเริ่มของโปรเจกท์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ มาจากเมื่อหลายปีก่อนเลียมได้อนุญาตให้สองผู้กำกับ ชาร์ลี ไลท์เทนนิ่ง และ กาวิน ฟิทซ์เจอรัลด์ เข้ามาบันทึกทุกอย่างในชีวิตของเขา ซึ่งอดีตนักร้องผู้โด่งดังได้กล่าวถึงการทำงานในครั้งนี้ว่า

 

 

 

 


          @@ สารคดีเรื่องนี้ทำให้พวกเราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ โดยเฉพาะว่าที่ภรรยาของคุณ เด็บบี้ ไกวเทอร์ แม่ของคุณ เพ็กกี้ และลูกๆ ทั้งสามคนของคุณ
          มันมีหลายเหตุผลว่าทำไมเราทั้งสองถึงต้องแต่งงานกัน เธอเป็นคนที่ยอดเยี่ยม ผมเองก็เช่นกัน คนเจ๋งๆ อย่างพวกเราไม่มีสาเหตุที่จะต้องแยกกัน ฟังผมให้ดีนะ ทุกคนในภาพยนตร์เรื่องนี้เจ๋งทุกคนนั่นล่ะ ลูกของผม วงของผม ตัวของผม พี่ชายของผม (พอลนะ ไม่ใช่โนล) แม่ของผม แล้วก็เด็บบี้ของผม หลายคนได้มาพูดกับผมว่า “แกทำหนังเรื่องนี้หรือ” แต่ผมบอกไว้ตรงนี้เลยว่า นี่ไม่ใช่ไอเดียของผม ผมแค่ตามน้ำไปเฉยๆ ผมไม่ใช่ไอ้คนที่ลุกขึ้นมาแล้วพูดว่า “เฮ้ยๆ มาสร้างหนังกันดีกว่า!” เพราะมันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของผม ผมเป็นศิลปินที่มีหน้าที่ทำเพลง เล่นคอนเสิร์ต แล้วก็ยียวนกวนประสาทผู้คนไปวันๆ ครับ

 

 

 

 


          @@ หลังจากที่โอเอซิสวงแตก และวง Beady Eye ของคุณไม่ประสบความสำเร็จ คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อคุณทราบว่าอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของคุณ “As You Were” ดังเป็นพลุแตกในปี 2017
          เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกเลย เหตุที่เกิดกับ Beady Eye เป็นสิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย ดังนั้นการออกอัลบั้มเดี่ยวจึงเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับผม พวกคุณก็รู้ใช่มั้ย จะให้ผมออกไปร่วมกับวงอื่นมันก็คงไม่ใช่ทางออก เพราะผมได้ลองทำไปแล้ว ดังนั้นถ้าผมบินเดี่ยวแล้วยังล้มเหลวอีกครั้ง คราวนั้นผมคงถึงฆาตจริงๆ แล้วล่ะ ดังนั้นเมื่ออัลบั้มประสบความสำเร็จ สถานการณ์ก็ได้กลับสู่สภาวะปลอดภัยอีกครั้ง กระแสตอบรับเป็นไปในทางที่ดีมาก แฟนๆ กลับมาฟังเพลงของผมอีกครั้ง และมันก็ทำให้ผมมีแรงสร้างอัลบั้มต่อๆ ไป

 

 

 



          @@ ในระหว่างที่คุณทำอัลบั้มที่สอง “Why Me? Why Not” ความสำเร็จของอัลบั้มแรกทำให้คุณรู้สึกกดดันบ้างหรือเปล่า
          ไม่นะ เพราะคนที่ผมร่วมงานด้วย (โปรดิวเซอร์-นักแต่งเพลง เกร็ก เคิร์สติน และ แอนดรูว์ ไวแอตต์) รู้ดีว่าพวกเขาจะต้องทำอะไร พวกเขาร่วมมือกันจัดการในส่วนที่ยาก ส่วนผมก็แค่ลงแรงในช่วงท้ายไปเล็กน้อย ว่ากันตามตรงนะ ผมไม่เคยเห็นพวกเขารู้สึกเครียดเวลาที่กำลังทำงานอยู่ในสตูดิโอเลย พวกเราไม่ได้กำลังแบกรับหน้าที่ในการรักษาโรคมะเร็ง หรือว่าเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ซะหน่อย ผมไม่ใช่ศิลปินที่ต้องทำหน้าเครียดจิกผมตัวเองเพราะว่าไม่ได้เสียงกลองตามที่ตัวเองต้องการ หรือว่าเครียดเพราะหาคำที่เหมาะสมสำหรับเนื้อเพลงไม่ได้ การทำเพลงคือพรจากสวรรค์ มันไม่ใช่คำสาปจากนรกซะหน่อย

 

 

 

 

 


          @@ ดูเหมือนว่าเพลง “One Of Us” จะฟังดูเป็นเพลงนุ่มๆ ที่มีเนื้อหาค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว
          เพลงนั้นเป็นเพลงสุดท้ายที่พวกเราทำ สำหรับผมแล้วมันเป็นเพลงที่ให้กลิ่นของ “Wonderwall” อยู่หน่อยๆ มีจังหวะกลองที่พวกคุณอาจจะคุ้นเคย มันทำให้คุณระลึกถึงความหลัง และมันเกี่ยวกับครอบครัว แน่นอนว่าผมมีพี่ชายชื่อ โนล ที่ไม่ค่อยจะลงรอยกับผมสักเท่าไร แต่ผมก็มีพี่ชายอีกคนหนึ่งที่ชื่อ พอล ที่ผมสนิทด้วย ผมชอบจังหวะทำนองของมัน โดยเฉพาะช่วงท้ายที่ร้องเหมือนเพลงในโบสถ์ มันแปลกใหม่ดี กับโนลคุณก็น่าจะรู้ว่าพวกเรามีความเห็นไม่ตรงกัน ผมเองยังไม่รู้เลยว่าทำไมพวกเราถึงต้องแยกทางกัน ผมคิดว่าโนลแค่อยากจะออกจากวงเท่านั้น เขาแค่อยากไปเป็นศิลปินเดี่ยว และตอนนี้เขาก็คิดว่าตัวเองกำลังประสบความสำเร็จ แต่มันถึงเวลาที่เราต้องวัดกันแล้ว ถามว่าผมอยากสงบศึกกับโนลไหม มันก็ใช่ แต่ทุกครั้งที่ผมพูดแบบนั้น ทุกคนก็จะคิดว่าผมกำลังพยายามนำเอา Oasis กลับมา ซึ่งมันไม่ใช่เลย ผมเองก็รัก Oasis พวกเราไม่ควรแยกวงซะด้วยซ้ำ แต่ผมก็มีความสุขกับการเป็นแบบนี้และคิดว่าโนลก็คงคิดแบบนี้เช่นกัน เหตุผลหลักของผมก็คือ แม่ของเราแก่แล้วและเธอก็ไม่มีความสุขที่เห็นพวกเราเป็นแบบนี้ มันคงจะดีถ้ามีใครบางคนแนะนำเขาให้มาหาผม ไม่ใช่ไปบังคับเขา ผมอยากให้เรื่องนี้มันจบไปก่อนที่แม่จะไม่ได้อยู่กับพวกเรา และมันก็คงจะเป็นเรื่องที่โคตรเศร้า


          ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายแล้วในโรงภาพยนตร์


          อ้างอิง:https://www.dailynews.com/2019/10/03/how-former-oasis-frontman-liam-gallagher-really-feels-about-playing-the-hollywood-bowl-with-the-who-his-new-album-and-film-feud-with-brother-noel/

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended