royal coronation
8 ธันวาคม 2562
บันเทิง

เปิดใจ 'ตรี-ภรภัทร' หนุ่มฮอตมาแรงแห่ง 'ช่องวัน' 

19 ตุลาคม 2562 - 11:38 น.
ตรีภรภัทร,บันเทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 2,844 ครั้ง

เปิดใจ  "ตรี" ภรภัทร ศรีขจรเดชา คลื่นลูกใหม่จาก "ช่องวัน 31"  ที่กำลังมาแรงจากละครเรื่อง "ภาตุฆาต" 

 

​    ทีมบันเทิง  คมชัดลึก  -    ตัดสายสะดือแจ้งเกิดในฐานะพระเอกอย่างเต็มตัวแล้วในบทบาท “รวิศ” ในละคร “ภาตุฆาต” จนทำให้หนุ่มผิวเข้ม “ตรี” ภรภัทร ศรีขจรเดชา คลื่นลูกใหม่จาก “ช่องวัน 31” เข้าไปอยู่ในใจของสาวๆ เกือบทั้งประเทศ ดูจากวันที่ละครจบ กระแสความแรงของหนุ่มคนนี้ทะยานขึ้นจนทำให้หลายฟีดในโซเชียลต่างให้ความสนใจ และเพราะความฮอตสุดๆ "บันเทิง คม ชัด ลึก" เลยต้องคว้าตัวหนุ่มตรีมาพูดคุยถึงตัวตนของหนุ่มสุดฮอตคนนี้
 

     ความแรงของ “ภาตุฆาต” 
    กระแสจากละคร “ภาตุฆาต” หลังละครลาจอไปแล้ว
       “ขอบคุณทุกคนทุกแรงใจที่ชอบในตัวรวิศ ที่ผมรับบท ดีใจมากที่ทุกคนชอบ ฟีดแบ็กก็ดีมากๆ ในทุกๆ เรื่องที่ผ่านมา คือเรื่องนี้ดีที่สุดแล้วครับ เป็นกำลังใจให้ผมมากเลย เป็นกำลังใจให้เราสู้ต่อไป แล้วก็จะทำผลงานให้ดีที่ต่อไป คนจะได้รู้จักผมมากขึ้น ซึ่งจากละครเรื่องนี้มีคนรู้จักมากขึ้น ไปไหนก็จะมีคนเข้ามาทักว่ารวิศ เขาเรียกผมว่ารวิศ จริงๆ ผู้หมวดอะไรอย่างนี้ รู้สึกดีใจมาก เพราะละครเรื่องนี้ค่อนข้างหินมากสำหรับผม เป็นดราม่าที่ต้องใช้อารมณ์สูงแล้วสมาธิสูง คือในเรื่องต้องประกบนักแสดงรุ่นใหญ่เยอะทำให้เราต้องตั้งใจเยอะขึ้นหลายเท่าเพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วง พวกพี่ๆ ก็สอนเรา มีพี่แหม่ม (คัทลียา กระจ่างเนตร) พี่กบ (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) พี่ต๊งเหน่ง (รัดเกล้า อามระดิษ) พี่เหมี่ยว (ปวันรัตน์ นาคสุริยะ) ถ้าไม่มีพวกพี่ๆ คงไม่มีรวิศในวันนี้ ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนจริงๆ ที่ทำให้ผมไต่ความสามารถการแสดงมาได้ขนาดนี้ จริงๆ ส่วนตัวผมไม่เคยคาดหวังสิ่งที่เราทำไป เพราะถ้าเราคาดหวังแล้วเราไม่ได้ก็จะกลายเป็นความผิดหวัง แค่ตัวเราทำให้ดีที่สุดดีกว่า แล้วผลลัพธ์จะมาเอง”

 

 


    ฐานแฟนคลับเพิ่มมากขึ้นแค่ไหนจากเรื่อง “ภาตุฆาต”
    “โอ้โห เพิ่มมากขึ้นเยอะมาก ผมยังตกใจเลย (ยิ้ม) คือเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ดีใจมาก เขามายืนรอเราเวลาทำงานเสร็จ เราก็อยากเซอร์วิสเทกแคร์เขา เอ็นเตอร์เทนเขา เพื่อให้สมกับการที่เขารอเรา และสนับสนุนเรา"

 

 

 

 

 


    ผลงานต่อจากนี้
    “ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ (ยิ้ม)  ยังเป็นความลับอยู่ จริงๆ ก็อยากจะบอกใจจะขาดแหละ แต่เขาบอกให้อุบไว้ก่อน เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ผมตื่นเต้นมาก รับรองสนุกไม่แพ้ภาตุฆาตแน่นอน และคิดว่าจะเป็นอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆ อยากให้รอติดตามกัน ซึ่งนอกจากเรื่องนี้แล้วยังมีอีกเรื่องหนึ่งก็กำลังจะฟิตติ้งเร็วๆ นี้เหมือนกัน แต่ยังไม่สามารถบอกได้ขอเก็บไว้แป๊บหนึ่ง (หัวเราะ)”

 


    มีบทไหนที่อยากแสดงไหม
    “เอาจริงๆ ไม่มีเลย อาจเพราะผมยังใหม่มากกับวงการนี้ ผมไม่ได้ผ่านงานแสดงมาเยอะเท่าไหร่ เลยอยากเรียนรู้ทุกบทบาท คืออะไรที่ผู้ใหญ่เห็นว่าดีคิดว่าเหมาะและท้าทายเราเล่นได้หมด ไม่ได้เรียกร้องว่าต้องเล่นแบบนี้ แบบนั้น เราเล่นอะไรก็ได้ เพราะทุกบทก็ท้าทายในตัวผมอยู่แล้ว และทำให้เราได้เรียนรู้ในทุกบท"

 


    ฮอตขนาดนี้ความเป็นส่วนตัวหายไปเยอะไหม
    “(หัวเราะ) ก็ยังความเป็นส่วนตัวอยู่ก็ต้องแบ่งเวลาให้ดี มีเรียนด้วย ปีนี้จบแล้ว (ยิ้ม) อย่างเวลาไปไหนมาไหน ผมก็ไม่ต้องพรางตัวนะ เดินปกติได้ (หัวเราะ) มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปบ้าง อย่างล่าสุดน้องในหมู่บ้านไม่ได้เจอกันเลยผมเดินออกมาพอดีก็มาขอถ่ายรูป อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กไม่เคยทักอะไรอย่างนี้ เขาเห็นเราในโทรทัศน์ก็ดีใจ หรือบางคนก็มองแล้วยิ้ม แต่ไม่กล้าเข้ามา ฝากบอกตรงนี้เลยนะว่าเข้ามาได้นะ (ยิ้ม) มีคนบอกว่าผมเป็นหนุ่มฮอต แต่ส่วนตัวผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ผมยังใช้ชีวิตปกติ ยังเป็นเหมือนเคย ไม่เปลี่ยน ตรี ก็คือ ตรี คนรู้ว่าผมเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น หรือถ้าใครยังไม่รู้จัก มาทำความรู้จักกับผมได้”

 


    กลัวไหมกับกระแสมาเร็วไปเร็ว
    “ผมว่าผมไม่ได้มาเร็ว (หัวเราะ) ผมค่อยๆ มามากเลย ก่อนหน้านี้ผมมีผลงานมาหลายเรื่องแล้ว คนอาจจะจำได้บ้างไม่ได้บ้าง ทำให้ผมไม่ได้รู้สึกว่าผมมาเร็ว ผมรู้สึกว่าเราค่อยๆ มา ค่อยๆ เดิน หากกระโดดก็เป็นการกระโดดทีละขั้นมากกว่า ผมไม่ได้ยึดติดกระแสในวันนี้ว่าหลังจากนี้เราจะต้องเท่ากับวันนี้  สำหรับผมการเป็นนักแสดงสำคัญมากกว่ากระแส กระแสเหมือนเป็นกำลังใจมากกว่า จริงๆ บททุกบทก็มีค่าในตัวละคนนั้นๆ อยู่ที่เราเล่นออกมายังไงมากกว่า ไม่ยึดติดหรอก”

 

 

 

 


     โลกส่วนตัวของตรี 
    ตัวตนของ “ตรี” เป็นอย่างไง
    “ผมเป็นคนยังไงเหรอ (คิดพักหนึ่ง) คือผมไม่ได้เป็นคนที่เข้าถึงยากนะ เข้าถึงง่าย เป็นคนเฟรนด์ลี่ แล้วก็ชอบเอ็นเตอร์เทนคนอื่นให้คนอื่นมีความสุข ถ้าเขามีความสุข เราก็มีความสุข”

 


    งานในวงการถือว่าเป็นความฝันของตรีไหม
    “ตอนแรกไม่ เป็นความฝันของคุณแม่ คุณแม่อยากจะเห็นลูกชายเข้าไปอยู่ในโทรทัศน์ พอคุณแม่เห็นแล้วทีนี้เราก็เริ่มทำ พอเราทำไปแล้วเราเชื่อในสิ่งที่เราทำกลับกลายเป็นความฝันของผมด้วย ตอนคุณแม่เห็นเราในโทรทัศน์ก็ไม่ได้บอกอะไร แต่คุณแม่จะตื่นเต้นอะไรอย่างนี้ บอกคนที่บ้านให้ดู บอกคนนั้นบอกคนนี้ บอกทุกอย่าง เวลาดูเราในละคร แม่ก็จะบอกว่าทำไมถึงเล่นแบบนี้ ทำไมถึงต้องทำตาแบบนี้ ติดแล้วท่าแบบนี้ เขาจะคอมเมนต์เหมือนตัวเองเป็นผู้กำกับอะไรประมาณนี้ (หัวเราะ)”

 

    แต่ดูแล้วตรีเป็นคนขี้อายนะ
    “ตอนแรกขี้อายมาก เหมือนไม่ชอบอยู่ต่อหน้าผู้คนเยอะๆ ไม่ชอบให้คนมาสนใจ ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย เหมือนเวลาเราพรีเซนต์หน้าห้องก็จะรับพรีเซนต์ให้จบๆ ไป พอเป็นการแสดงเราจะทำแบบนั้นไม่ได้ เราต้องทำออกมาให้ดีด้วย ไม่ใช่แค่เล่นแล้วก็ทุกอย่างจบไป เพราะผลงานของเราก็จะอยู่ในโซเชียลตลอด ทุกครั้งที่เราทำเราต้องตั้งใจทำให้ออกมาที่สุด เพื่อให้ทุกคนชอบมากที่สุด ตอนนี้เริ่มชินมากกว่าเดิม แต่ยังไม่ได้เก่งขนาดนั้น ตอนนี้ไม่ค่อยอายแล้ว เรียกว่าปรับตัวเป็น "ตรี" ภรภัทร มากกว่า ขี้เล่นขึ้น"

 

 

    มองเรื่องพัฒนาตัวเองในอนาคตยังไง
    "มองตลอด เพราะผมรู้ว่าการอยู่ตรงนี้ถ้าเราไม่พัฒนา ย่ำอยู่กับที่เราก็ไม่ได้ไปต่อ หมายถึงว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการแสดงด้วยซ้ำเวลาว่างเราก็อยากหาสิ่งต่างๆ กิจกรรมต่างๆ ที่เราไม่เคยทำมาก่อนอย่างนี้มากขึ้น เช่นไปเรียนร้องเพลง หรือไปเรียนเต้น เรียนขี่ม้า ที่สามารถเพิ่มศักยภาพในตัวเรา ความฝันในวงการบันเทิงตอนแรกไม่มีเลย แต่พอมาถึงวันนี้เราก็อยากขึ้นไปรับรางวัลกับเขา จะเป็นรางวัลที่บอกเราได้ว่าทำในสิ่งนี้แล้วเราทำมันได้จริงๆ คนเชื่อ คนรัก อะไรอย่างนี้”

 

    ต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยแบ่งเวลายังไง
    “ต้องจัดการตัวเองให้ดี มีพี่ที่ดูแลช่วยแบ่งเวลาด้วยว่าวันนี้เราต้องไปเรียนนะ วันนี้ไปฟิตเนส วันนี้ทำงาน วันนี้พักผ่อนกี่โมง กินข้าวด้วยนะอะไรอย่างนี้ มีคนคอยเตือนตลอด ถือว่าหนักมากนะครับ คือแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลย เพราะทำงานด้วยเรียนด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องโฟกัสให้ดีว่าวันนี้เราต้องทำอะไร วันนี้ต้องเรียนนะ วันนี้เราต้องทำงานนะ ต้องแบ่งเวลาให้ดี หนักแต่ว่าได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดีแบบนี้ก็หายเหนื่อย ตอนนี้เรียนอยู่ปี 6 เรียนนิเทศศาสตร์ ตอนแรกเรียนอยู่ที่เอแบค แล้วย้ายไปเรียนที่ ม.รังสิต อินเตอร์ จบแล้วสิ้นปีนี้ ทำธีสิสเสร็จหมดแล้ว เดี๋ยวเหลือเก็บตัวที่เรียนกับน้องๆ ปีหนึ่ง”

 

 

 

 

 

    วาดฝันในอนาคต
    มองชีวิตในวงการหลังจากนี้ไว้ยังไง
    “ผมว่าเป็นอย่างนี้ก็ดีแล้ว ไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็นว่าต้องตูมตามอะไร ในวันนี้เราสนุกกับตรงนี้ ก็อยากให้เป็นอย่างนี้ไปตลอด ไม่ได้คาดหวังสิ่งที่เราต้องทำ ไม่คาดหวังว่าต้องดัง มียอดฟอลโลว์เพิ่ม เราไม่เคยมองตรงนั้นเลย แค่รักแล้วก็เชื่อ ภูมิใจในสิ่งที่เราทำ ฟังคนอื่นมากขึ้นโดยเฉพาะผู้ใหญ่เขาสอนอะไรมาเราก็ต้องฟัง"  

 


    ถือว่าเราประสบความสำเร็จตรงนี้แล้วหรือยัง
  
 “ก็แรกๆ ยังไม่ประสบความสำเร็จแบบนี้ แต่พอมาเป็นเรื่อง ภาตุฆาต ก็บอกได้เลยว่าประสบความสำเร็จนะ มีคนรักเรา มีคนชอบเรา มีคนจำเราได้ ไปไหนก็มีคนมาทัก มีคนมายิ้มให้แสดงว่าประสบความสำเร็จ”
    ฝันอยากทำอะไรจากนี้
 
   “ความฝันอยากทำให้แม่มีความสุข ไม่ได้มองเรื่องว่าต้องได้เงินเยอะ เพราะสำหรับผมแล้วการทำให้คุณแม่มีความสุขก็พอ ทำให้คุณแม่ภูมิใจ ตอนนี้ผมทำงานได้ก็ให้คุณแม่เข้ามาช่วยเก็บเงิน เพราะตัวผมเองเคยเป็นคนใช้เงินเยอะ ตอนนี้ก็โดนยึดหมดแล้วทั้งบัตรเครดิต คุณแม่ก็ให้เป็นเงินเดือนแทน เงินเดือนก็ต้องใช้ให้พอ จริงๆ ไม่ต้องใช้อะไรมาก เพราะไปกองก็มีข้าวให้ อาจจะเสียค่าน้ำมันบ้าง เพราะถ้าไปไกลก็มีรถตู้มารับ ก็เลยไม่ได้ใช้เงินเยอะขนาดนั้น พอเราหาเงินได้รู้สึกว่าเงินมีค่าเลยไม่อยากใช้เท่าไหร่ เงินส่วนหนึ่งเราก็แบ่งให้ครอบครัว โดยมีคุณแม่เป็นคนจัดการ เราก็ใช้ส่วนของเราจะใช้อะไรก็ขอเขา การขอแต่ละครั้งก็ไม่ได้ยากแค่บอกเหตุผลว่าเราจะไปใช้ทำอะไรแค่นั้นพอ เดี๋ยวคุณแม่ก็ให้ จะซื้อรองเท้า ซื้อเสื้อผ้า ก็บอกเขาเลย”
 

 

   ครอบครัวเป็นห่วงเรื่องอะไร
    “คงเรื่องการทำงาน เพราะอย่างเรื่องภาตุฆาตหนักมากๆ ค่อนข้างที่จะถ่ายโหด มารับผม 6 โมงเช้า มาส่งผมอีกทีตี 4 และ 6 โมงครึ่งมารับอีกแล้วอย่างนี้ คุณแม่ก็จะคอยเป็นกำลังใจ บอกกินข้าวด้วยนะ กินวิตามิน พักผ่อนเยอะๆ ถ้าว่างก็นอน ไม่ใช่แค่คุณแม่ พี่ที่ดูแล พี่ๆ ที่รู้จักก็บอกเหมือนกัน ทุกคนเป็นกำลังใจให้เสมอ แล้วคุณแม่ก็รู้ว่าทุกอย่างไม่ได้ง่ายเลยเนอะกว่าจะออกมาแต่ละซีน กว่าจะเสร็จแต่ละเรื่อง ตอนนี้ถือว่าโชคดีที่ยังมีเวลาแบ่งให้ครอบครัว คือเวลาว่างก็มีกิจกรรมร่วมกัน”

 

    วงการนี้สอนอะไรตรีบ้าง
    “ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ได้อยู่ร่วมกับคนอื่นมากขึ้น ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันและเข้าใจคนมากขึ้น เวลาเป็นนักแสดงเราต้องเข้าใจตัวละครก่อนอยู่แล้ว ชีวิตประจำวันผมถ้าผมขับรถปกติจะเล่นโทรศัพท์ ตอนนี้ก็จะสังเกตคนรอบๆ ว่าเขาคิดอะไรถึงทำแบบนี้ ทำไมเขาถึงคิดแบบนี้ ท่าทางแบบนี้เขาเศร้าอยู่ใช่ไหม สังเกตคนให้มากขึ้น จากที่ถ่ายมา 4 เรื่อง ผมเริ่มจากศูนย์คือเล่นอะไรไม่เป็นเลย แล้วค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละสเต็ปจากผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นจากในกองละคร นอกกองละคร ผู้ใหญ่ในบริษัทหลายๆ คนก็คอยสอนเราเสมอ เราก็จำสิ่งที่เขาสอนแล้วนำมาปรับใช้เอามาเป็นประสบการณ์ให้ตัวเอง”

 

 

 

 

     หัวใจของหนุ่มฮอต
    ถามถึงเรื่องหัวใจบ้างมีสาวคนพิเศษแล้วหรือยัง 
       “ก็ปกติ มีคนคุย ผมคุยกับทุกคนแหละ ไม่มีคนพิเศษหรอก มีเพื่อนสนิทที่คุยกัน คือไม่ใช่ไม่พร้อม แต่ไม่จำเป็นต้องเปิดตัว คุยกับใครแล้วสบายใจก็คุย เราอยากเล่าเรื่องเล่าอะไรให้ใครฟัง ไม่ได้กลัวเปิดตัวแล้วเรตติ้งจะตกนะ ไม่มีคนให้เราเปิดตัวแบบนั้น”

 


    มุมมองความรักของตรี
     “ความรักของผมไม่ใช่ต้องรักที่สุดนะ ความรักเราต้องเข้าใจกัน อยู่แล้วสบายใจมากกว่า ไม่ใช่คุณต้องรักผมสุดหัวใจ หายใจเข้าออกเป็นผม เป็นเหมือนเพื่อนมากกว่าสำหรับผม ที่สำคัญที่สุดคือต้องเชื่อใจกัน ผมว่าความเชื่อใจมันสำคัญ”
    ทำความรู้จักหนุ่มคนนี้แล้วใครโดนตกบ้างยกมือขึ้น

 

 

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ